เนื่องจากว่าขณะนี้สถานการณ์ Covid-19 ระลอกที่2 มีความรุนแรงกว่าปีก่อนมาก ตัวผมเองรู้สึกอัดอั้นกับวิธีการรับมือของบริษัทๆหนึ่งมาก
คาดว่าบริษัทส่วนใหญ่คงมีการปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และป้องการการแพร่กระจายเชื่อของพนักงาน เช่นการ work from home, การสลับการทำงานแบบวันเว้นวัน หรือการปรับเปลี่ยนเวลาให้บริการ แต่ยังมีงานบางส่วน ซึ่งที่ผมจะพูดถึงนี้เป็นงาน call center แห่งหนึ่ง โดยที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนเวลาให้บริการ ยังคงเปิด 24 ชม. และหากใครใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนจากในที่ทำงานเองก็ตาม คนที่มีความเสี่ยง จะต้องไปตรวจหาเชื้อเอง เสียเงินเอง หักวันหยุด หากต้องกักตัวดูอาการ ก็จะต้องเสียวันหยุดเท่ากับจำนวนวันที่หายไป และจะต้องมาทำชดให้กับทางบริษัท ซึ่งผมคิดว่ามันไม่แฟร์กับตัวพนักงานเลย ยิ่งถ้าคุณยังบังคับให้พนังงานมาทำงามตามปกติแล้วเกิดมีความเสี่ยงจากในที่ทำงาน ส่วนนี้ผมว่ามันควรเป็นความรับผิดชอบของบริษัท ไม่ใช่ปัดให้พนังงานไปซะทุกอย่าง และในกรณีที่มีคนติด ซึ่งบริษัทนี้มี call center 2แห่ง ก็จะทำการปิดชั่วคราวในส่วนฝั่งที่มีคนติด ซึ่งชั่วคราวนั้นผมหมายถึง ไม่กี่ชั่วโมง เพื่อทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ แล้วทุกคนก็กลับมาทำงานใหม่ ซึ่งผมว่ามันตลกมาก เพราะคนคือภาหะ กลับมาทำงานใหม่มันก็เสี่ยงเหมือนเดิม แล้วยิ่งที่ผมบอกไปข้างต้น บริษัทไม่ได้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หรืออำนวยความสะดวกในการตรวจหาเชื้อให้พนักงานเลย พอมีใครติดซักคนก็ตรวจทีนึงแบบนี้เหรอ ทั้งที่เขามาเสี่ยงทำงานเพราะคุณๆทั้งหลาย ถึงจะบอกว่าตรวจฟรีมี แต่มันไม่ได้ไปแล้วจะได้เลย คิวเต็มบ้างอะไรบ้าง ถ้าคุณยังไม่ตรวจก็ห้ามกลับมาทำงาน คือคุณอ่านแล้วรู้สึกถึงความเอาเปรียบของนายจ้างกันไหมครับ ส่วนใครที่ไม่หยุด ยังทำงานได้ต่อก้จะถูกบังคับโอที ถูกทำงานลากยาวหลายวันเพื่อทดแทนในส่วนของแรงงานที่ขาดไป แล้วถ้าคนที่เขาต้องออกมาเสี่ยงได้รับเชื้อจากที่ทำงานแล้วกลับไปติดคนในครอบครัวละครับจะทำอย่างไร ในเมื่อบริษัทไม่มีความรับผิดชอบใดๆให้เลย แถมผลักภาระให้ตัวพนักงานหมดทุกอย่าง อย่าให้เงินหรือผลประโยชน์ของบริษัทมาก่อนชีวิตของพนักงานสิครับ แต่พนักงานตัวเล็กๆจะไปทำอะไรได้ละครับ ทั้งที่ทักท้วงแล้ว เขาก็ไม่รับฟังอยู่ดี เราพยายามสู้เพื่อผลประโยชน์และสิทธิที่ตัวเราควรจะได้รับแล้ว แต่ก็นั่นแหละครับ สัจธรรมของงานบริษัท ถ้าคุณทำไม่ไหวคุณก็ออกไป ยังไงเขาก็หาคนใหม่มาทำแทนคุณอยู่ดี
แล้วทุกคนละครับ? มีใครประสบปัญหาทำนองเดียวกับผมบ้างหรือเปล่า? เอามาแชร์กันนะครับ ผมอยากให้เสียงพนักงานตัวเล็กๆอย่างเราถูกรับฟังบ้าง
บริษัทใครมีมาตรการจัดการ Covid-19 ได้แย่บ้างครับ?
คาดว่าบริษัทส่วนใหญ่คงมีการปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และป้องการการแพร่กระจายเชื่อของพนักงาน เช่นการ work from home, การสลับการทำงานแบบวันเว้นวัน หรือการปรับเปลี่ยนเวลาให้บริการ แต่ยังมีงานบางส่วน ซึ่งที่ผมจะพูดถึงนี้เป็นงาน call center แห่งหนึ่ง โดยที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนเวลาให้บริการ ยังคงเปิด 24 ชม. และหากใครใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนจากในที่ทำงานเองก็ตาม คนที่มีความเสี่ยง จะต้องไปตรวจหาเชื้อเอง เสียเงินเอง หักวันหยุด หากต้องกักตัวดูอาการ ก็จะต้องเสียวันหยุดเท่ากับจำนวนวันที่หายไป และจะต้องมาทำชดให้กับทางบริษัท ซึ่งผมคิดว่ามันไม่แฟร์กับตัวพนักงานเลย ยิ่งถ้าคุณยังบังคับให้พนังงานมาทำงามตามปกติแล้วเกิดมีความเสี่ยงจากในที่ทำงาน ส่วนนี้ผมว่ามันควรเป็นความรับผิดชอบของบริษัท ไม่ใช่ปัดให้พนังงานไปซะทุกอย่าง และในกรณีที่มีคนติด ซึ่งบริษัทนี้มี call center 2แห่ง ก็จะทำการปิดชั่วคราวในส่วนฝั่งที่มีคนติด ซึ่งชั่วคราวนั้นผมหมายถึง ไม่กี่ชั่วโมง เพื่อทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ แล้วทุกคนก็กลับมาทำงานใหม่ ซึ่งผมว่ามันตลกมาก เพราะคนคือภาหะ กลับมาทำงานใหม่มันก็เสี่ยงเหมือนเดิม แล้วยิ่งที่ผมบอกไปข้างต้น บริษัทไม่ได้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หรืออำนวยความสะดวกในการตรวจหาเชื้อให้พนักงานเลย พอมีใครติดซักคนก็ตรวจทีนึงแบบนี้เหรอ ทั้งที่เขามาเสี่ยงทำงานเพราะคุณๆทั้งหลาย ถึงจะบอกว่าตรวจฟรีมี แต่มันไม่ได้ไปแล้วจะได้เลย คิวเต็มบ้างอะไรบ้าง ถ้าคุณยังไม่ตรวจก็ห้ามกลับมาทำงาน คือคุณอ่านแล้วรู้สึกถึงความเอาเปรียบของนายจ้างกันไหมครับ ส่วนใครที่ไม่หยุด ยังทำงานได้ต่อก้จะถูกบังคับโอที ถูกทำงานลากยาวหลายวันเพื่อทดแทนในส่วนของแรงงานที่ขาดไป แล้วถ้าคนที่เขาต้องออกมาเสี่ยงได้รับเชื้อจากที่ทำงานแล้วกลับไปติดคนในครอบครัวละครับจะทำอย่างไร ในเมื่อบริษัทไม่มีความรับผิดชอบใดๆให้เลย แถมผลักภาระให้ตัวพนักงานหมดทุกอย่าง อย่าให้เงินหรือผลประโยชน์ของบริษัทมาก่อนชีวิตของพนักงานสิครับ แต่พนักงานตัวเล็กๆจะไปทำอะไรได้ละครับ ทั้งที่ทักท้วงแล้ว เขาก็ไม่รับฟังอยู่ดี เราพยายามสู้เพื่อผลประโยชน์และสิทธิที่ตัวเราควรจะได้รับแล้ว แต่ก็นั่นแหละครับ สัจธรรมของงานบริษัท ถ้าคุณทำไม่ไหวคุณก็ออกไป ยังไงเขาก็หาคนใหม่มาทำแทนคุณอยู่ดี
แล้วทุกคนละครับ? มีใครประสบปัญหาทำนองเดียวกับผมบ้างหรือเปล่า? เอามาแชร์กันนะครับ ผมอยากให้เสียงพนักงานตัวเล็กๆอย่างเราถูกรับฟังบ้าง