เป็นข้อสงสัยที่หาคำตอบไม่ได้เลยจริงๆ กับตำรวจที่ทำคดีให้ในจังหวัดกำแพงเพชร

กระทู้คำถาม
1ถ้าคุณเกิดความไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับคดี  โดยตำรวจรู้จักกับผู้ต้องสงสัยต้องทำไงครับ และถ้าตำรวจช่วยผู้กระทำผิดโดยการบิดเบือนความจริง ตำรวจผิดไหมครับ   และถ้าตำรวจงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทำรวจผิดแค่ไหน  
2 ใครจะช่วยผมทำคดีให้เสร็จได้ครับ  ถ้าตำรวจช่วยกันแบบนี้ มันจะเกิดอันตรายกับผมไหมครับ  
3 ถ้าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เป็นแบบอย่างไม่ดีเอง  ไม่ช่วยเหลือผู้เสียหายแต่อย่างใดต้องทำไงครับ  โดยให้การช่วยเหลือสนับสนุนผู้กระทำความผิด

มีเรื่องที่เกิดขึ้นกับเราคือ  เราเปิดร้านกาแฟอยู่ที่หน้าหอของพี่เรา บริเวณหน้าราชภัฎกำแพงเพชร  แล้วมีอยู่วันหนึ่งคืนวันที่9 เมษายน2564 ราวตี1 มีวัยรุ่น2คนขับรถซ้อนกันมาไม่แน่ใจว่าด้วยความเมารึอะไร  ขับรถขึ้นมาตรงบริเวณจุดตั้งร้านกาแฟ  ซึ่งสูงจากถนนด้านหน้าประมาณ40เซนติเมตรได้  ระหว่รงที่ขับขึ้นมาชนก็ได้ชนป้ายร้านค้าซึ่งเป็นป้ายไวนิลโคสงเหล็กพังเสียหาย  เรียกว่าพังพินเลยก็ว่าได้  ชนน้ำพุ กระถางต้นไม่  เสียตอนนั้นคือดังมากๆจนเด็ดที่พักในหอพักตกใจต้องตื่นวิ่งลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น  ปรากฎว่าวัยรุ่นสองคนนั้นนอนสลบบนถนนซัก5นาทีได้และพอได้สติก็ขับรถหลบหนีไป แต่ตัวผมเองไม่ได้นอนที่นั่นเลยไม่ได้รับรู้เหตุการณ์ของคืนวันนั้น  แต่พี่สาวผมอยู่ในเหตุการณ์แต่ก็ไม่กล้าออกมาดูเนื่องจากดึกและตนเองก็เป็นผู้หญิงคนเดียว  พอตื่นขึ้นมาตอนเช้าปรากฎว่าป้ายพัง กระถางต้นไม้แตกระเนระนาด  น้ำพุแตกพังเสียหาย  ป้ายขนาดเหล็กหักด้วยความแรงของรถ  และที่พบในที่เกิดเหตุคือมาม่าคัพ2ถ้วย พร้อมทั้งฮอทด็อกอีก1ถุง  สภาพคือมาม่าสาดเต็มบ้านเต็มร้านเลย มีเศษชิ้นส่วนรถมอไซด์  คาดว่าจะเป็นรถดรีมสีชมพู  เรากกับพี่สาวก็ไปแจ้งความที่ สภ เมืองกำแพงเพชร  ก็เข้าพบร้อยเวรท่านหนึ่งอธิบายให้ฟัง  ก็มาตรวจสอบที่เกิดเหตุปรากฎว่า  มีการชนแล้วหนีทำให้ทรัพย์สินเราเสียหาย  ผมเลยบอกว่าไอ้มาม่าที่หล่นมันน่าจะมาจากเซเว่นใกล้ๆตรงนี้  ขอให้ตำรวจไปตรวจสอบและให้ชาวยไปตรวจดูกล้องตรงสี่แยกไฟแดงให้หน่อย  ลูกน้องตำรวจของร้อยเวรท่านนี้ก็รับปากว่าจะตรวจสอบให้เพราะมันคือหน้าที่อยู่แล้วใช่ไหมครับ  ผมก็ถามว่าพี่ตรวจสอบตรงเซเว่นให้ปมรึยัง  เค้าบอกทราบตัวผู้กระทำความผิดแล้ว  ว่ามีหน้าตาแบบนี้ลักษณะแบบนี้รถยี่ห้อนี้  แต่ไม่รู้ชื่อขอสืบก่อนเราก็คิดว่าตำรวจจะทำงานกลับไม่เลยคงคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย  เราก็พยายามโทรถามตลอด  ก็บอกว่าตามเรื่องให้อยู่แต่ขอดูกล้องตรงหน้าสี่แยกไฟแดงก็บอกยังไม่ว่างบ้างมีคดีอื่นบ้างนั่นนี้ผลัดมาตลอด  พี่สาวเราทนไม่ไหวมันเงียบเชียบไม่มีอะไรคืบหน้าซักนิด  ตัวเราเองก็พยายามขับรถวนดูระแวกบ้านเผื่อจะเจอรถผู้ต้องสงสัย  พี่สาวไปพบร้อยเวรอีกครั้งเพื่อขอดูผู้กระทำละเมิดว่ามีลักษณะหน้าตาอย่างไงพี่สาวก็นำมาบอกเล่ารายละเอียดที่ได้เห็น  ด้วยความที่มันเป็นเพียงรูปที่ถ่ายจากวีดีโอบางรูปคือชัดมากเพราะกล้องมันใกล้มาก  แต่พี่สาวบอกว่าตำรวจเค้าไม่ได้ให้ดูวีดีโอ  ไอ้เราเองก็พยายามไปตามที่นั่นที่นี่ที่เค้าติดกล้องไว้แต่ก็ไม่มีบ้านหลังไหนที่กล้องวงจรสาดมาที่ถนนเลยรวมกระทั่งหอเราเองเพราะร้านที่ทำเป็นซุ้มกาแฟมันบังจนไม่สามารถมองเห็น  โทรหาตำรวจที่สืบคดีให้เราก็ไม่มีความคืบหน้าเลย   ความจริงถ้าเป็นคนอื่นคงปล่อยผ่านแต่สำหรับเราไม่อยากปล่อยผ่านไปเพราะถ้าเราปล่อยไปคนที่มันชนมันจะไม่ได้รับผลตอบแทนหรือมาแสดงความรับผิดชอบใดๆเลย  เราก็แอบจนปัญญา  พี่สาวเลยบอกงั้นลองจุดธูปอธิษฐานดูสิขอให้เจอผู้ชนขอให้ตำรวจจับได้  ระยะเวลาก็อีกซัก7วันจะครบ1เดือนแล้วคดีไม่มีความคืบหน้าใดๆ อาศัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียว  ปรากฎว่ามีรถมอไซด์ซึ่งคนขับและรถคือใกล้เคียงมาก  ซึ่งเรากำลังขับรถออกไปข้างนอกพอดีสุดท้าย เราตัดสินใจขับตามครับและมันก็ไปหยุดที่เซเว่นเราขับรถตามจนถึงบ้านของผู้ต้องสงสัย  ในใจก็คิดว่านี่กรูน่าจะเป็นนักสืบได้หรือเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยน้อ   พอดูให้แน่ใจแล้วว่าใช่ก็โทรไปบอกตำรวจเจ้าของคดี   แทนที่จะมาได้เลยกลับไม่ครับต้องตามระบบ  ก็ทำการนัดวันเวลา  เค้าบอกจะมาตอนเที่ยงวันพุธ  ซึ่งตัวเราด้วยสามัญสำนึกก็คิดนะไม่น่าจะมีใครอยู่โดยไม่ทำงานทำการ  ก็ตัดสินใจขับรถไปดูว่ามีไหมว่ะก่อนเที่ยงในใจก็คิดอยู่ว่าไม่มีไม่อยู่  และก็ตามที่เราคิดเลย  โทรบอกตำรวจครับว่าขอให้มาช่วงเย็นได้ไหมน่าจะรอผู้ต้องสงสัยกลับมาจากทำงานก่อนรีบไปก็ไม่มีใครอยู่  เพราะไอ้วันที่เราเจอเราเจอช่วงเย็นหกโมงได้  ตำรวจขอเลื่อนเป็นวันศุกร์ช่วงห้าโมงเย็น  เพราะให้เหตุผลว่าตำรวจก็ต้องกลับบ้านมีครอบครัวนั่นนี่เราเองก็พอเข้าใจ  ในเมื่อนัดเรา5โมงเย็นเราก็ไปรอครับด้วยความไม่อยากเสียคำพูดพอไปถึงตำรวจก็ยังไม่มา  รวมทั้งบ้านที่เราสงสัยไม่มีใครอยู่  เราเลโทรถามตำรวจว่ามาใกล้ถึงรึยังปรากฎว่า เปลี่ยนนัดเป็นหกโมงเย็น  แต่ไหนๆเราก็ไปแล้วหนิ  ก็เลยตัดสินใจซุ่มดูปรากฎว่าผู้ต้องสงสัยกลับมาจริง  ช่วงก่อน6โมงซัก10นาทีได้   เราก็เลยโทรไปถามปรากฎว่ายังไม่ออกจาก สภ  ซึ่งเวลานั้นผู้ต้องสงสัยก็ขี่รถเข้าออก  เราก็กลัวมันจะไป มันก็ขี่รถเข้าออก3รอบจนกระทั่ง  18.30  ตำรวจมาก็โทรมาหาผมและนัดเจอกันตรงบ้านผู้ก่อเหตุพอดี  ผมด้วยความที่ไม่เคยมีหลักฐานก็เมื่อมีโอกาสก็รีบถ่ายรูป  แต่สิ่งที่ผมตกใจคือตำรวจรู้จักกับผู้ต้องสงสัย  และที่เห็นชัดเจนคือกอดคอหยอกล้อกัน  ผมคิดในใจเอาแล้วชักไม่ชอบมาพากลล่ะงานนนี้  ผมแอบไปยืนด้านของตำรวจเค้าถามวัยรุ่นคนหนึ่ง เฮ้ยในรูปนี้ใช่เองไหมโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้สนใจผมด้วยซ้ำว่าผมแอบยืนอยู่ด้านหลัง     ผู้ต้องสงสัยบอกว่าเป็นผมเองพี่เอารูปผมมาจากไหนอันนี้คือได้ยินกับหูระยะไม่กี่เซ็นติเมตรด้วยซ้ำ  มีตำรวจท่านหนึ่งพยายามส่งซิกให้  เค้าเปลี่ยนคำพูดทันที่ว่าไม่ใช่ผม ผมไม่เคยไปเซเว่นแถวนั้นมาก่อนเลย ตำรวจก็พยายามช่วย  ไม่ใช่ช่วยเราหรอกนะช่วนผู้ต้องสงสัย5555      ดูจากรูปมันใช่ซ่ะยิ่งกว่าใช่อีก  แต่พยายามหารูที่ไม่ชัดมาหักล้าง  และสรุปยืนยันว่าไม่ใช่ตอนนั้นคือคิดเลยตำรวจพวกนี้ต้องมีอะไรแน่  ก็กลับบ้านแบบหัวเสียว่าเห้ยตำรวจควรเป็นผู้พิทักษ์สันติราชไหม ทุกวันนี้ได้แต่รอว่าวันไหนที่ตำรวจจะให้ดูกล้องซึ่งผู้เสียหายก็ควรได้เห็นไหมแต่ไม่ได้เห็นเลย ไม่มีคำอธิบายใดแต่บอกว่าเด็กวันรุ่นที่รู้จักกันนั้นไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ คงต้องก้มหน้ารับกรรมที่ไม่ได้ก่อเองทั้งที่เราแทบจะทำงานแทนตำรวจด้วยซ้ำ  เราจะมีวิธีใดบ้างรบกวนผู้รู้ครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่