“สรยุทธ” ขลัง ข่าวช่อง 3 เรตติ้งพุ่ง โฆษณาแห่ซบ



มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ ชี้ ปรากฏการณ์ “สรยุทธ” คืนจอ ดันเรตติ้งรายการข่าวช่อง 3 พุ่ง 10-30% “เรื่องเล่าเช้านี้” เบียดแซง “สนามข่าว 7 สี” ขึ้นอันดับ 1 ข่าวเช้าเขตกรุงเทพฯ-หัวเมืองใหญ่ เม็ดเงินโฆษณาเพิ่ม 50% ชี้แบรนด์มั่นใจโยกงบฯวาไรตี้-ละครช่องอื่น ๆ หนุน คาดอาจเกิดปรากฏการณ์ไพรมไทม์รายการข่าวเป็นช่วงเช้าแทนช่วงเย็น

นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการ บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือเอ็มไอ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้แม้อุตสาหกรรมโฆษณาจะยังได้รับปัจจัยลบต่อเนื่องจากโควิดระลอก 3 ที่ภาคธุรกิจลดการจับจ่ายตลอดจนเลื่อนแคมเปญทางการตลาดออกไปอย่างไม่มีกำหนด จนทำให้เม็ดเงินไตรมาสแรกติดลบ 2.3% หดตัวเหลือ 18,592 ล้านบาท แต่การกลับมาของผู้ประกาศข่าวชื่อดัง นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ทั้งในฐานะผู้ดำเนินรายการข่าวและที่ปรึกษารายการข่าวของช่อง 3 เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม เริ่มส่งผลให้วงการทีวีกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง แม้ภูมิทัศน์สื่อทีวีจะมีกลุ่มผู้ชมลดลงจากเมื่อ 5 ปีที่แล้วเกือบ 50% ก็ตาม

เบื้องต้นรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ที่นายสรยุทธกลับมาดำเนินรายการครั้งแรก เมื่อวันที่ 3-4 พฤษภาคม มีเรตติ้งเฉลี่ย 1.3 จากเดิมรายการนี้ในเดือนเมษายนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.0 โดยมีจำนวนผู้ชมทางโทรทัศน์เพิ่มขึ้น 31% เรตติ้งขยับมาเป็นอันดับ 1 แซงหน้ารายการสนามข่าว 7 สี ในกลุ่มผู้ชมเขตกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ และสามารถชิงผู้ชมรายการข่าวเช้าของช่องอื่น ๆ ไปได้เกือบทุกรายการ

ขณะที่รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ผู้ชมเพิ่มขึ้นประมาณ 10% และมีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 2.8 ส่วนการวัดผลในทางออนไลน์ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับทีวีคือ ได้รับผลตอบรับดีเกินคาด ทั้งจากกลุ่มประชาชนทั่วไป ตลอดจนกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ และเซเลบริตี้ ผู้มีชื่อเสียงในสังคมไทย โดยมีการรับชมรายการผ่านทางออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊กและยูทูบรวมแล้วเกิน 2 ล้านครั้ง และมียอดเอ็นเกจเมนต์ (engagement) หรือการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้ชมทั้งการกดไลก์ กดแชร์ และคอมเมนต์มากกว่าในสัปดาห์ก่อนประมาณ 1-3 เท่าตัว
ประธานกรรมการ บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ กล่าวด้วยว่า การคืนจอในรอบ 5 ปีของนายสรยุทธ มีความเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญใน 2 รายการเป็นหลัก คือ รายการที่นายสรยุทธเป็นผู้ดำเนินรายการ อย่างเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ เริ่มมีเม็ดเงินโฆษณาเข้ามาเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในกลุ่มลูกค้าของเอ็มไอ ทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงโควิดระลอก 3 ซึ่งเม็ดเงินโฆษณาในตลาดหดตัวมาก ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของเม็ดเงินโฆษณาทั้ง 2 รายการ ส่วนใหญ่มาจากการโยกเม็ดเงินโฆษณาจากรายการประเภทอื่น ๆ เช่น วาไรตี้ ละคร ข่าว เป็นต้น ซึ่งมีทั้งการโยกมาจากช่องทีวีอื่น ๆ และจากช่อง 3 ด้วยกันเอง
“สิ่งที่เกิดนี้สะท้อนว่าแบรนด์หรือกลุ่มสินค้ามั่นใจในรายการข่าวที่กำลังเป็นที่สนใจจากความเข้มข้นของสถานการณ์โควิด ประกอบกับแม็กเนตอย่างนายสรยุทธที่มีลีลาการเล่าข่าวอย่างเป็นเอกลักษณ์ สามารถตรึงผู้ชมทั้งบนจอทีวีและออนไลน์ได้มาก ซึ่งแปลว่าการกลับมาครั้งนี้ สร้างผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อฟรีทีวีช่องอื่น ๆ ไม่เพียงเฉพาะรายการข่าว แต่ยังหมายรวมไปถึงรายการความบันเทิงอื่น ๆ ด้วย”

นายภวัตกล่าวด้วยว่า ส่วนอีก 2 รายการ ที่นายสรยุทธเป็นที่ปรึกษารายการข่าว ได้แก่ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ แม้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่จำนวนผู้ชมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนประมาณ 20% ส่วนเรื่องเด่นเย็นนี้ ที่เปลี่ยนทีมผู้ดำเนินรายการเป็นไก่ ภาษิต คู่กับตูน ปรินดา มีผู้ชมเพิ่มขึ้นกว่าเดิมประมาณ 20% เช่นกัน
“อย่างไรก็ตาม อาจต้องรอดูสักระยะถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญดัง 2 รายการข้างต้น อย่างไรก็ตาม คาดว่า การกลับมาของนายสรยุทธอาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงภาพใหญ่ในแง่พฤติกรรมผู้บริโภคให้กลับมารับชมและสนใจรายการข่าวเช้ามากขึ้น และอาจทำให้รายการข่าวช่วงเช้ากลายมาเป็นไพรมไทม์ของรายการข่าว จากเดิมที่เป็นข่าวเย็นหรือข่าวค่ำได้” นายภวัตกล่าว

ที่มา : https://www.prachachat.net/marketing/news-664621
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่