มีเรื่องอยากลองปรึกษาเพื่อนๆ ในพันทิปทุกคนครับ.....
ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นผู้ชาย เดิมทีบ้านอยู่ที่สาทร โรงเรียนเก่าเป็นโรงเรียนแถวโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ครับ แต่ปัจจุบันกลายเป็นวิทยาลัยไปแล้ว เราเป็นคนที่เพื่อนน้อย น้อยมากจริงๆ โดยเฉพาะเพื่อนผู้หญิงที่น้อยจนสามารถนับคนได้เลย55555 ก็สักประมาณ 4 คน ส่วนผู้หญิงอื่นที่อยู่ในชีวิต ก็คือ แม่กับอาม่าและก็คุณครูที่โรงเรียนแค่นี้ ตอนเด็กเราเคยชอบเพื่อนผู้หญิงอยู่คนนึง ซึ่งด้วยความเป็นเด็กก็ทำให้ยังไม่รู้จักกับคำว่า ความรัก จริงๆ จนกระทั่งโรงเรียนเราปิดตัวไป เราก็ย้ายบ้านมาแถวเพชรเกษม ส่วนโรงเรียนก็ย้ายไปเรียนที่นครปฐม
การเรียนที่นครปฐมทำให้ได้พบกับเพื่อนคนนี้ เรากับเพื่อนคนนี้เรียนกันคนละห้องตั้งแต่ประถม จนจบม.ต้น ชีวิตวัยประถม จนจบม.ต้นของเรากับเพื่อนคล้ายกันมาก โดยที่เราทั้งคู่เป็นคนตัวเล็ก ทำให้เพื่อนชอบแกล้งมาก เรามีความคล้ายกันอยู่หลายอย่าง เช่น หน้าตา(แต่เรามีสิว เพื่อนไม่มี) ใส่แว่น นิสัย และอื่นๆจนบางครั้งก็คุยกันว่าเราน่าจะเป็นพี่น้องกันนะ พอมา ม.5 เวลาเรียน รด.เราก็นั่งข้างกัน (เพื่อนอยู่คนแรกแถวที่หนึ่ง ส่วนเราแถวสอง) ทำให้ได้คุยกันมากขึ้น แชร์ประสบการณ์ต่างๆ กัน แต่น่าเสียดายที่ขึ้นม.4 มาเราไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน
เราเชื่อว่า บางคนที่เคยมีคนที่ชอบในวัยเรียนต้องทำแบบเราแน่นอน นั่นคือ การแอบเดินผ่านหน้าห้อง ซึ่งเราก็ทำ หรือเวลาไปกินน้ำ ก็แอบตามไปให้เหมือนบังเอิญ แต่อันที่จริงก็ไม่ได้บังเอิญอะไรหรอหรอก คือ เราพยายามเหมือนที่จะอยากเรียนรู้เค้ามากขึ้น เลยลองหาเรื่องชวนคุย จนวันนึงเรารู้ความจริงว่า ตอนม.ต้น เพื่อนคนนี้ถูกแกล้งหลายอย่าง จนทำให้เป็นปมในใจเค้า ไม่กล้าพูด ขี้กลัว นั่นเลยทำให้เราอยากเรียนรู้เค้ามากกว่าเดิม เพื่อที่ว่า จะได้ทำตัวให้ถูก ไม่ให้รำคาญ และที่สำคัญ คือ เข้าใจในตัวเค้า
จนขึ้นม.6 ช่วงใกล้จบ เพื่อนคนนี้มาชวนเราไปเรียนที่ทหาลัยนึงแถวภาคเหนือ โดยสมัครรอบโควต้าไป ในระหว่างที่ทำพอร์ตยื่นมหาลัยไปนั้น เราก็ได้รู้อีกว่า เค้าเป็นติ่งเกาหลี แบบติ่งแถบจะทุกวง โดยเฉพาะวงผู้ชาย พอทำพอร์ตเสร็จ เราก็มีมิชชั่นที่ตกลงจะทำด้วยกัน 4 อย่าง
1.อันนี้เป็นเรื่องส่วนตัว เราขอไม่พูดนะ เอาเป็นว่า มิชชั่นแรกไม่สำเร็จ
2.สอบโอเน็ต ด้วยความที่ว่าบ้านของเพื่อนเราอยู่ไกลมาก กรุงเทพแถวมีนบุรี แต่การสอบโอเน็ตนั้นต้องมาสอบที่นครปฐม ทำให้เพื่อนกะว่าจะไม่มาสอบ แต่เราก็พยายามลบเล้าให้มาจนได้ ปัญหาก็คือ เพื่อนบอกว่า งั้นไปหาโรงแรมนอนกัน ซึ่งเราก็โอเค แอบดีใจด้วย (ยิ้มกรุ้มกริ่ม) แต่ดันมีดางรุ่งมาสกัด นั่นคือ แม่เรา เขาบอกว่า มันแพงไปให้นอนบ้านแล้วไปสอบ ทำไงได้ก็ต้องนอนบ้าน ตามสำนวนไทยที่ว่า ความพยามยามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เราจึงชวนเพื่อนคนนั้นมานอนที่บ้านเราเลย คิดอยู่นานว่าจะมาได้ สุดท้ายก็มา
พอเพื่อนมาถึง เราก็ชวนขึ้นห้องเลย หมายถึงห้องนอนเรานะ เก็บของอะไรเสร็จ ก็พาไปหาอะไรกินที่ตลาด พาปั่นจักรยานรอบหมู่บ้าน ตีแบด ประมาณนี้ จนประมาณสองทุ่ม เรากำลังนอนหงายเล่นโทรศัพท์อยู่ แล้วเอาหมอนข้างมากอดไว้เพื่อรองแขน ไอเพื่อนเราก็คิดอะไรไม่รู้มันขึ้นมานอนทับบนหมวน แล้วก็ขย่มเรา เหมือนท่านั้นอะ เราก็เลยถามว่า เป็นอะไร ไปอาบน้ำไป มันก็ไป โดยทุกๆวัน มันจะต้องมีโมเมนต์ที่ทำให้เราคิดว่าเค้าก็ชอบเราเหมือนกัน วันที่สองไปสอบโอเน็ตเสร็จ ด้วยความเหนื่อยกลับมาถึงเรากับเพื่อนก็มานอนแผ่บนเตียง ยังไม่ได้อาบน้ำนะ เพื่อนเราก็เลยขอไปอาบน้ำก่อน ด้วยความเป็นผู้ชายโดยปกติก็คือ จะนุ่งผ้าเช็ดตัวแค่ส่วนล่าง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป แต่ก่อนที่จะเข้า ตอนถอดกางเกง มันเรียกชื่อเรา แล้วก็หันมองมาที่เป้ามัน เราก็คิดในใจ มันเป็นอะไร ปกติมันไม่ใช่คนแบบนี้นะ แปลกมาก เราก็เลยไล่ให้มันไปอาบน้ำ
ลืมบอกไปโอเน็ตปีนี้สอบวันเสาร์กับจันทร์ เพราะวันอาทิตย์มีเลือกตั้งอะไรไม่รู้ ทำให้วันอาทิตย์ว่าง จึงชวนไปดูหนัง เพราะเพื่อนคนนี้เป็นคนที่เก็บตัว วันวันเล่นแต่เกม เรื่อง god vs kong เรามีความสุขมากที่ได้ดูหนังด้วยกัน พอดูหนังเสร็จก็ไปช็อปปิ้ง วันนั้นเราและเพื่อนมีความสุขมาก แบบ ก.ไก่ล้านตัว คืนสุดท้ายนี้พีคมาก มันเป็นช่วงก่อนนอน เพื่อนเรากำลังฟังเพลงเกาหลีอยู่ ด้วยความเงียบ อยู่ๆมันก็ถามว่า cov(คบ)กันป่าว เราก็อึ้งแล้ว ฮะ จากนั้นมันก็บอกว่า หมายถึงเต้นคัฟเวอร์ เราก็โล่งใจ นึกว่าจะโป๊ะแตก เผลอบอกว่า ได้ ไป แล้วเพื่อนคนนี้ยิ่งเซ้นส์ดีอยู่
จนสอบโอเน็ตวันสุดท้าย วันจันทร์ พอสอบเสร็จ เรารีบกลับมาที่บ้าน เพราะพ่อของเพื่อนคนนี้จะมารับเพื่อนที่บ้านเรา เมื่อเพื่อนกลับบ้านไป เราร้องไห้หนักมาก เพราะเรามีความสุขมาก เรียกว่าในรอบหลายปีเลยก็ได้จริงๆ ก่อนกลับยังถามอีกว่า ถ้ากูกลับแล้ว จะทำอะไร ในใจก็เสียใจมาก มันยังคิดถึงเราเลย เราเลยเศร้าไปประมาณอาทิตย์นึง สุดท้ายมิชชั่นที่ 2 สำเร็จ
3.คือการทำงานพาร์ทไทม์ด้วยกัน ตอนแรกถ้าโควิดไม่ระบาดหนักกะว่าจะไปนอนที่บ้านป้า แถวมีนบุรี แล้วไปทำงานด้วยกันที่แฟชั่น แต่ด้วยสถานการณ์โควิดที่ทองหล่อ เลยอด ไม่สำเร็จ
4.อันนี่คือเรื่องมหาลัย มหาลัยที่เราจะไปด้วยกันนั้นอยู่เหนือสุดของประเทศไทย แม่เราก็ไม่ค่อยอยากจะให้ไปหรอก แต่ในใจอยากไปอยู่กับเพื่อนคนนี้มาก เลยอยากจะปรึกษาทุกคนว่า เราจะทำยังไงดี เพื่อนเราไปแล้วนะ แต่เราก็ไม่อยากผิดสัญญา ก็ด้วยทางที่บ้าน เขาอยากให้ลองรอบ แอดมิชชั่น ก็เลยต้องยอมเขาไป เราก็เลือกมหาลัยนี้ไว้นะ แต่ไม่รู้จะได้ป่าว
ประเด็นก็คือ เราอยากรู้ว่าเราคิดไปเองหรือป่าว และที่สำคัญ คือ เรารักเพื่อนคนนี้มากจริงๆนะ คิดถึงขั้นอยากขอเป็นแฟนเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าเค้าจะรับเราได้มั้ย เราแค่อยากอยู่กับเค้า ดูแลเค้า ลึกๆก็เสียใจมากเลย ถ้าไปไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าไปได้ก็กะว่าจะขอเป็นแฟนตอนที่จบปี 4 มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง แล้วชวนเค้าไปอยู่ด้วยกันกับเรา
เพื่อนๆคิดว่าดีมั้ยกับการที่เราตัดสินใจอย่างนี้ อันที่จริงมีรายละเอียดมากกว่านี้อีกนะ แต่แค่นี้ก็อ่านจนล้าแล้ว ก็อยากให้ลองแสดงความคิดเห็นกันมาหน่อยนะครับ เราคิดมากกับเรื่องนี้จนร้องไห้ทุกครั้งที่อาบน้ำเลย
ขอบคุณที่อ่านนะครับ
เราแอบชอบเพื่อน แต่เค้าดันเป็นผู้ชาย !!! ยาวมากทนอ่านหน่อยนะ
ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นผู้ชาย เดิมทีบ้านอยู่ที่สาทร โรงเรียนเก่าเป็นโรงเรียนแถวโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ครับ แต่ปัจจุบันกลายเป็นวิทยาลัยไปแล้ว เราเป็นคนที่เพื่อนน้อย น้อยมากจริงๆ โดยเฉพาะเพื่อนผู้หญิงที่น้อยจนสามารถนับคนได้เลย55555 ก็สักประมาณ 4 คน ส่วนผู้หญิงอื่นที่อยู่ในชีวิต ก็คือ แม่กับอาม่าและก็คุณครูที่โรงเรียนแค่นี้ ตอนเด็กเราเคยชอบเพื่อนผู้หญิงอยู่คนนึง ซึ่งด้วยความเป็นเด็กก็ทำให้ยังไม่รู้จักกับคำว่า ความรัก จริงๆ จนกระทั่งโรงเรียนเราปิดตัวไป เราก็ย้ายบ้านมาแถวเพชรเกษม ส่วนโรงเรียนก็ย้ายไปเรียนที่นครปฐม
การเรียนที่นครปฐมทำให้ได้พบกับเพื่อนคนนี้ เรากับเพื่อนคนนี้เรียนกันคนละห้องตั้งแต่ประถม จนจบม.ต้น ชีวิตวัยประถม จนจบม.ต้นของเรากับเพื่อนคล้ายกันมาก โดยที่เราทั้งคู่เป็นคนตัวเล็ก ทำให้เพื่อนชอบแกล้งมาก เรามีความคล้ายกันอยู่หลายอย่าง เช่น หน้าตา(แต่เรามีสิว เพื่อนไม่มี) ใส่แว่น นิสัย และอื่นๆจนบางครั้งก็คุยกันว่าเราน่าจะเป็นพี่น้องกันนะ พอมา ม.5 เวลาเรียน รด.เราก็นั่งข้างกัน (เพื่อนอยู่คนแรกแถวที่หนึ่ง ส่วนเราแถวสอง) ทำให้ได้คุยกันมากขึ้น แชร์ประสบการณ์ต่างๆ กัน แต่น่าเสียดายที่ขึ้นม.4 มาเราไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน
เราเชื่อว่า บางคนที่เคยมีคนที่ชอบในวัยเรียนต้องทำแบบเราแน่นอน นั่นคือ การแอบเดินผ่านหน้าห้อง ซึ่งเราก็ทำ หรือเวลาไปกินน้ำ ก็แอบตามไปให้เหมือนบังเอิญ แต่อันที่จริงก็ไม่ได้บังเอิญอะไรหรอหรอก คือ เราพยายามเหมือนที่จะอยากเรียนรู้เค้ามากขึ้น เลยลองหาเรื่องชวนคุย จนวันนึงเรารู้ความจริงว่า ตอนม.ต้น เพื่อนคนนี้ถูกแกล้งหลายอย่าง จนทำให้เป็นปมในใจเค้า ไม่กล้าพูด ขี้กลัว นั่นเลยทำให้เราอยากเรียนรู้เค้ามากกว่าเดิม เพื่อที่ว่า จะได้ทำตัวให้ถูก ไม่ให้รำคาญ และที่สำคัญ คือ เข้าใจในตัวเค้า
จนขึ้นม.6 ช่วงใกล้จบ เพื่อนคนนี้มาชวนเราไปเรียนที่ทหาลัยนึงแถวภาคเหนือ โดยสมัครรอบโควต้าไป ในระหว่างที่ทำพอร์ตยื่นมหาลัยไปนั้น เราก็ได้รู้อีกว่า เค้าเป็นติ่งเกาหลี แบบติ่งแถบจะทุกวง โดยเฉพาะวงผู้ชาย พอทำพอร์ตเสร็จ เราก็มีมิชชั่นที่ตกลงจะทำด้วยกัน 4 อย่าง
1.อันนี้เป็นเรื่องส่วนตัว เราขอไม่พูดนะ เอาเป็นว่า มิชชั่นแรกไม่สำเร็จ
2.สอบโอเน็ต ด้วยความที่ว่าบ้านของเพื่อนเราอยู่ไกลมาก กรุงเทพแถวมีนบุรี แต่การสอบโอเน็ตนั้นต้องมาสอบที่นครปฐม ทำให้เพื่อนกะว่าจะไม่มาสอบ แต่เราก็พยายามลบเล้าให้มาจนได้ ปัญหาก็คือ เพื่อนบอกว่า งั้นไปหาโรงแรมนอนกัน ซึ่งเราก็โอเค แอบดีใจด้วย (ยิ้มกรุ้มกริ่ม) แต่ดันมีดางรุ่งมาสกัด นั่นคือ แม่เรา เขาบอกว่า มันแพงไปให้นอนบ้านแล้วไปสอบ ทำไงได้ก็ต้องนอนบ้าน ตามสำนวนไทยที่ว่า ความพยามยามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เราจึงชวนเพื่อนคนนั้นมานอนที่บ้านเราเลย คิดอยู่นานว่าจะมาได้ สุดท้ายก็มา
พอเพื่อนมาถึง เราก็ชวนขึ้นห้องเลย หมายถึงห้องนอนเรานะ เก็บของอะไรเสร็จ ก็พาไปหาอะไรกินที่ตลาด พาปั่นจักรยานรอบหมู่บ้าน ตีแบด ประมาณนี้ จนประมาณสองทุ่ม เรากำลังนอนหงายเล่นโทรศัพท์อยู่ แล้วเอาหมอนข้างมากอดไว้เพื่อรองแขน ไอเพื่อนเราก็คิดอะไรไม่รู้มันขึ้นมานอนทับบนหมวน แล้วก็ขย่มเรา เหมือนท่านั้นอะ เราก็เลยถามว่า เป็นอะไร ไปอาบน้ำไป มันก็ไป โดยทุกๆวัน มันจะต้องมีโมเมนต์ที่ทำให้เราคิดว่าเค้าก็ชอบเราเหมือนกัน วันที่สองไปสอบโอเน็ตเสร็จ ด้วยความเหนื่อยกลับมาถึงเรากับเพื่อนก็มานอนแผ่บนเตียง ยังไม่ได้อาบน้ำนะ เพื่อนเราก็เลยขอไปอาบน้ำก่อน ด้วยความเป็นผู้ชายโดยปกติก็คือ จะนุ่งผ้าเช็ดตัวแค่ส่วนล่าง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป แต่ก่อนที่จะเข้า ตอนถอดกางเกง มันเรียกชื่อเรา แล้วก็หันมองมาที่เป้ามัน เราก็คิดในใจ มันเป็นอะไร ปกติมันไม่ใช่คนแบบนี้นะ แปลกมาก เราก็เลยไล่ให้มันไปอาบน้ำ
ลืมบอกไปโอเน็ตปีนี้สอบวันเสาร์กับจันทร์ เพราะวันอาทิตย์มีเลือกตั้งอะไรไม่รู้ ทำให้วันอาทิตย์ว่าง จึงชวนไปดูหนัง เพราะเพื่อนคนนี้เป็นคนที่เก็บตัว วันวันเล่นแต่เกม เรื่อง god vs kong เรามีความสุขมากที่ได้ดูหนังด้วยกัน พอดูหนังเสร็จก็ไปช็อปปิ้ง วันนั้นเราและเพื่อนมีความสุขมาก แบบ ก.ไก่ล้านตัว คืนสุดท้ายนี้พีคมาก มันเป็นช่วงก่อนนอน เพื่อนเรากำลังฟังเพลงเกาหลีอยู่ ด้วยความเงียบ อยู่ๆมันก็ถามว่า cov(คบ)กันป่าว เราก็อึ้งแล้ว ฮะ จากนั้นมันก็บอกว่า หมายถึงเต้นคัฟเวอร์ เราก็โล่งใจ นึกว่าจะโป๊ะแตก เผลอบอกว่า ได้ ไป แล้วเพื่อนคนนี้ยิ่งเซ้นส์ดีอยู่
จนสอบโอเน็ตวันสุดท้าย วันจันทร์ พอสอบเสร็จ เรารีบกลับมาที่บ้าน เพราะพ่อของเพื่อนคนนี้จะมารับเพื่อนที่บ้านเรา เมื่อเพื่อนกลับบ้านไป เราร้องไห้หนักมาก เพราะเรามีความสุขมาก เรียกว่าในรอบหลายปีเลยก็ได้จริงๆ ก่อนกลับยังถามอีกว่า ถ้ากูกลับแล้ว จะทำอะไร ในใจก็เสียใจมาก มันยังคิดถึงเราเลย เราเลยเศร้าไปประมาณอาทิตย์นึง สุดท้ายมิชชั่นที่ 2 สำเร็จ
3.คือการทำงานพาร์ทไทม์ด้วยกัน ตอนแรกถ้าโควิดไม่ระบาดหนักกะว่าจะไปนอนที่บ้านป้า แถวมีนบุรี แล้วไปทำงานด้วยกันที่แฟชั่น แต่ด้วยสถานการณ์โควิดที่ทองหล่อ เลยอด ไม่สำเร็จ
4.อันนี่คือเรื่องมหาลัย มหาลัยที่เราจะไปด้วยกันนั้นอยู่เหนือสุดของประเทศไทย แม่เราก็ไม่ค่อยอยากจะให้ไปหรอก แต่ในใจอยากไปอยู่กับเพื่อนคนนี้มาก เลยอยากจะปรึกษาทุกคนว่า เราจะทำยังไงดี เพื่อนเราไปแล้วนะ แต่เราก็ไม่อยากผิดสัญญา ก็ด้วยทางที่บ้าน เขาอยากให้ลองรอบ แอดมิชชั่น ก็เลยต้องยอมเขาไป เราก็เลือกมหาลัยนี้ไว้นะ แต่ไม่รู้จะได้ป่าว
ประเด็นก็คือ เราอยากรู้ว่าเราคิดไปเองหรือป่าว และที่สำคัญ คือ เรารักเพื่อนคนนี้มากจริงๆนะ คิดถึงขั้นอยากขอเป็นแฟนเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าเค้าจะรับเราได้มั้ย เราแค่อยากอยู่กับเค้า ดูแลเค้า ลึกๆก็เสียใจมากเลย ถ้าไปไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าไปได้ก็กะว่าจะขอเป็นแฟนตอนที่จบปี 4 มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง แล้วชวนเค้าไปอยู่ด้วยกันกับเรา
เพื่อนๆคิดว่าดีมั้ยกับการที่เราตัดสินใจอย่างนี้ อันที่จริงมีรายละเอียดมากกว่านี้อีกนะ แต่แค่นี้ก็อ่านจนล้าแล้ว ก็อยากให้ลองแสดงความคิดเห็นกันมาหน่อยนะครับ เราคิดมากกับเรื่องนี้จนร้องไห้ทุกครั้งที่อาบน้ำเลย
ขอบคุณที่อ่านนะครับ