คุยกับเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง เรื่องนโยบายรัฐในการช่วยเยียวยาสถานการณ์โควิดเช่นนี้
ว่าดีไม่ดี โดนไม่โดนอย่างไร
เรื่องเราชนะ คนละครึ่ง เรารักกัน หมอชนะ อะไรต่อมิอะไรสารพัด เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ พักชำระหนี้ เราขอไม่พูดถึง เพราะมีคนพูดถึงเยอะแล้ว (อ้อ แต่ไหน ๆ พูดถึงแล้ว ก็ขอพูดอีกหน่อยว่า พักชำระหนี้ของประเทศเรา ไม่ได้พักจริงนะคะ บาง deal ดอกเบี้ยยังเดินต่อรอมาทบ เพื่อให้จ่ายทีหลังได้ด้วย)
แต่อยากเสนอแกมวิงวอนนิดนึงให้รัฐบาลช่วยพิจารณานโยบายการฉีดวัคซีนดังนี้
1. แทนที่จะให้ลงทะเบียน ฉีดวัคซีนเป็นรายบุคคล แล้วให้คนไปต่อแถวรอ นั่งกันตามเต๊นท์บ้าง ตามจุดฉีดบ้างเพื่อรอฉีดวัคซีน ดังภาพที่เราเห็น
ทำไม รัฐไม่จัดให้โรงแรม โรงงาน ร้านอาหาร ที่อยู่ในย่านใกล้ ๆ กันลงทะเบียนให้พนักงานทีเดียว แล้วรัฐจัดหน่วยออกฉีด เพื่อลดความแออัด
ด้วยวิธีนี้ รัฐยังสามารถใช้ HR ของโรงงาน ห้างร้าน โรงแรม นั้น ๆ จัดทำรายชื่อ และจัดระเบียบคนลงทะเบียน ตรวจเช็ครวมถึงส่งรายงานและโปรไฟล์จำนวนผู้เข้าฉีดวัคซีนได้ด้วย ช่วยรัฐเก็บข้อมูลได้อีก
แล้วไม่ต้องลำบากไปหาสถานที่เพื่อฉีด เข้าไปในโรงงาน โรงแรม หรือ นิคมนั้น ๆ ได้เลย
สำหรับคนที่มีออฟฟิศอยู่ในตึก เช่น แถวสีลม สาทร อโศก รัชดา น่าจะมีการจัดหน่วยฉีดวัคซีนให้ไปฉีดในตึกถึงที่เลย จะดีกว่าไหมคะ ? คนไปทำงาน ก็แวะฉีดก่อนขึ้นทำงาน หลังเลิกงาน หรือเข้าคิวมาฉีดตอนพักเที่ยงได้เลย ไม่ต้องไปออกันที่โรงพยาบาล
ลองว่า มีบริการแบบนี้ ตึกหรือห้างร้านธุรกิจหลายที่คงเตรียมพรมแดงปูไว้รอวัคซีนแน่ ๆ
2. เอกชนกระทั่ง SME เล็ก ๆ หลายราย ไม่ได้หวังว่ารัฐจะต้องฉีดให้ฟรี แค่หวังว่า รัฐจะยินยอมให้โรงพยาบาลเอกชนนำเข้าวัคซีนภายใต้ความควบคุมแล้วรีบเอาไปกระจายจ่ายฉีดให้ทั่วถึง ผู้ประกอบการทั้งร้านอาหาร โรงแรม โรงงานหลายที่ ยอมควักเงินจ่ายค่าวัคซีนเองเพื่อทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้
ทุกวันนี้ เวลาร้านอาหารเจอเคสทีนึง ก็ต้อง big cleaning จ้างคนมาฉีดฆ่าเชื้อในระดับมืออาชีพ (อบ ฉีด เช็ด ระบายอากาศ) ครั้งหนึ่ง ๆ ก็เป็นหมื่นจนถึงหลายหมื่น (ขึ้นอยู่กับขนาดสถานที่) ระดมให้พนักงานไปตรวจโควิด (ซึ่ง 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ที่เจอมา ต้องควักเงินจ่ายเอง เพราะพอไปบอกโรงพยาบาล โรงพยาบาลก็มักจะประเมินว่า ยังเสี่ยงไม่พอ ครั้นจะไม่ตรวจ ก็กลัวไม่ปลอดภัยและลุกลามอีก)
ค่าใช้จ่ายพวกนี้ รวม ๆ กันแล้วเยอะมาก สู้ยอมลงทุนเป็นค่าวัคซีนฉีดเอง จ่ายเอง นักเลงพอดีกว่า
แค่ขอให้รัฐฯ จัดหา หรือถ้าทำไม่ไหว ยินยอมให้โรงพยาบาลเอกชนจัดหา แล้วเอามาฉีดให้ถึงที่เองเลยจะดีกว่า
หากสถานประกอบไหน จัดการฉีดให้พนักงานได้ครบแล้ว ก็ให้รัฐออกป้ายคล้าย ๆ กับสัญลักษณ์หรือ sticker ให้ติดไว้หน้าร้าน หน้าโรงแรมเลยว่า "สถานประกอบการนี้ พนักงานได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เรียบร้อยแล้ว" เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้มาใช้บริการด้วย
3. หากรัฐจะกรุณาบ้าง แบบรัฐไม่ต้องควักตังค์ก่อน ก็อาจจะมีนโยบายว่าบริษัท โรงแรม ร้านอาหาร ห้างร้านใด ฉีดให้พนักงานฟรี ขอให้เอาบิลมาลงค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า วิธีนี้ น่าจะช่วยรัฐได้บ้างเรื่องแบ่งเบาบรรเทาการใช้เงินรัฐบาล หรือเอาบิลค่าใช้จ่ายมาเป็นเครดิตภาษีอะไรก็ว่าไป
ตอนนี้ คิดว่า ความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องตารางการแจกจ่ายวัคซีนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เป็นความหวังของหลาย ๆ ที่แล้วล่ะค่ะ
หลาย ๆ ที่ เริ่มมีแต่ความกลัว หดหู่ และหมดหวังด้วย ถ้ามีความชัดเจนเรื่องการแจกจ่ายวัคซีนในวงกว้าง (ไม่นับหมอพร้อมนะคะ เพราะพยายามจะลงแล้ว พบว่า หาก "ไม่แก่ ไม่ป่วย ไม่เสี่ยง" app จะบอกว่าให้เลี่ยงมาลงทะเบียนอีกทีเดือนกรกฎาคม หมอพร้อมก็ต้องถือว่าดีมากที่มีการ prioritize ให้สิทธิผู้ที่สุขภาพเปราะบางได้ก่อน)
แต่รัฐน่าจะมีแผนที่เป็นรูปธรรมในการกระจายวัคซีนลงถึงสถานประกอบการให้ชัดเจนและรวดเร็วค่ะ
ขอฝากไว้ด้วยนะคะ
ในฐานะ SME รายหนึ่ง ขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด-19 ดังนี้
ว่าดีไม่ดี โดนไม่โดนอย่างไร
เรื่องเราชนะ คนละครึ่ง เรารักกัน หมอชนะ อะไรต่อมิอะไรสารพัด เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ พักชำระหนี้ เราขอไม่พูดถึง เพราะมีคนพูดถึงเยอะแล้ว (อ้อ แต่ไหน ๆ พูดถึงแล้ว ก็ขอพูดอีกหน่อยว่า พักชำระหนี้ของประเทศเรา ไม่ได้พักจริงนะคะ บาง deal ดอกเบี้ยยังเดินต่อรอมาทบ เพื่อให้จ่ายทีหลังได้ด้วย)
แต่อยากเสนอแกมวิงวอนนิดนึงให้รัฐบาลช่วยพิจารณานโยบายการฉีดวัคซีนดังนี้
1. แทนที่จะให้ลงทะเบียน ฉีดวัคซีนเป็นรายบุคคล แล้วให้คนไปต่อแถวรอ นั่งกันตามเต๊นท์บ้าง ตามจุดฉีดบ้างเพื่อรอฉีดวัคซีน ดังภาพที่เราเห็น
ทำไม รัฐไม่จัดให้โรงแรม โรงงาน ร้านอาหาร ที่อยู่ในย่านใกล้ ๆ กันลงทะเบียนให้พนักงานทีเดียว แล้วรัฐจัดหน่วยออกฉีด เพื่อลดความแออัด
ด้วยวิธีนี้ รัฐยังสามารถใช้ HR ของโรงงาน ห้างร้าน โรงแรม นั้น ๆ จัดทำรายชื่อ และจัดระเบียบคนลงทะเบียน ตรวจเช็ครวมถึงส่งรายงานและโปรไฟล์จำนวนผู้เข้าฉีดวัคซีนได้ด้วย ช่วยรัฐเก็บข้อมูลได้อีก
แล้วไม่ต้องลำบากไปหาสถานที่เพื่อฉีด เข้าไปในโรงงาน โรงแรม หรือ นิคมนั้น ๆ ได้เลย
สำหรับคนที่มีออฟฟิศอยู่ในตึก เช่น แถวสีลม สาทร อโศก รัชดา น่าจะมีการจัดหน่วยฉีดวัคซีนให้ไปฉีดในตึกถึงที่เลย จะดีกว่าไหมคะ ? คนไปทำงาน ก็แวะฉีดก่อนขึ้นทำงาน หลังเลิกงาน หรือเข้าคิวมาฉีดตอนพักเที่ยงได้เลย ไม่ต้องไปออกันที่โรงพยาบาล
ลองว่า มีบริการแบบนี้ ตึกหรือห้างร้านธุรกิจหลายที่คงเตรียมพรมแดงปูไว้รอวัคซีนแน่ ๆ
2. เอกชนกระทั่ง SME เล็ก ๆ หลายราย ไม่ได้หวังว่ารัฐจะต้องฉีดให้ฟรี แค่หวังว่า รัฐจะยินยอมให้โรงพยาบาลเอกชนนำเข้าวัคซีนภายใต้ความควบคุมแล้วรีบเอาไปกระจายจ่ายฉีดให้ทั่วถึง ผู้ประกอบการทั้งร้านอาหาร โรงแรม โรงงานหลายที่ ยอมควักเงินจ่ายค่าวัคซีนเองเพื่อทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้
ทุกวันนี้ เวลาร้านอาหารเจอเคสทีนึง ก็ต้อง big cleaning จ้างคนมาฉีดฆ่าเชื้อในระดับมืออาชีพ (อบ ฉีด เช็ด ระบายอากาศ) ครั้งหนึ่ง ๆ ก็เป็นหมื่นจนถึงหลายหมื่น (ขึ้นอยู่กับขนาดสถานที่) ระดมให้พนักงานไปตรวจโควิด (ซึ่ง 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ที่เจอมา ต้องควักเงินจ่ายเอง เพราะพอไปบอกโรงพยาบาล โรงพยาบาลก็มักจะประเมินว่า ยังเสี่ยงไม่พอ ครั้นจะไม่ตรวจ ก็กลัวไม่ปลอดภัยและลุกลามอีก)
ค่าใช้จ่ายพวกนี้ รวม ๆ กันแล้วเยอะมาก สู้ยอมลงทุนเป็นค่าวัคซีนฉีดเอง จ่ายเอง นักเลงพอดีกว่า
แค่ขอให้รัฐฯ จัดหา หรือถ้าทำไม่ไหว ยินยอมให้โรงพยาบาลเอกชนจัดหา แล้วเอามาฉีดให้ถึงที่เองเลยจะดีกว่า
หากสถานประกอบไหน จัดการฉีดให้พนักงานได้ครบแล้ว ก็ให้รัฐออกป้ายคล้าย ๆ กับสัญลักษณ์หรือ sticker ให้ติดไว้หน้าร้าน หน้าโรงแรมเลยว่า "สถานประกอบการนี้ พนักงานได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เรียบร้อยแล้ว" เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้มาใช้บริการด้วย
3. หากรัฐจะกรุณาบ้าง แบบรัฐไม่ต้องควักตังค์ก่อน ก็อาจจะมีนโยบายว่าบริษัท โรงแรม ร้านอาหาร ห้างร้านใด ฉีดให้พนักงานฟรี ขอให้เอาบิลมาลงค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า วิธีนี้ น่าจะช่วยรัฐได้บ้างเรื่องแบ่งเบาบรรเทาการใช้เงินรัฐบาล หรือเอาบิลค่าใช้จ่ายมาเป็นเครดิตภาษีอะไรก็ว่าไป
ตอนนี้ คิดว่า ความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องตารางการแจกจ่ายวัคซีนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เป็นความหวังของหลาย ๆ ที่แล้วล่ะค่ะ
หลาย ๆ ที่ เริ่มมีแต่ความกลัว หดหู่ และหมดหวังด้วย ถ้ามีความชัดเจนเรื่องการแจกจ่ายวัคซีนในวงกว้าง (ไม่นับหมอพร้อมนะคะ เพราะพยายามจะลงแล้ว พบว่า หาก "ไม่แก่ ไม่ป่วย ไม่เสี่ยง" app จะบอกว่าให้เลี่ยงมาลงทะเบียนอีกทีเดือนกรกฎาคม หมอพร้อมก็ต้องถือว่าดีมากที่มีการ prioritize ให้สิทธิผู้ที่สุขภาพเปราะบางได้ก่อน)
แต่รัฐน่าจะมีแผนที่เป็นรูปธรรมในการกระจายวัคซีนลงถึงสถานประกอบการให้ชัดเจนและรวดเร็วค่ะ
ขอฝากไว้ด้วยนะคะ