เรื่องสั้นเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ 2 และเป็นเรื่องปิดท้ายอำลาเกมถุงมือ...อย่างเป็นทางการ
ลักษณะของเรื่องแหวกแนวจากทุกเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดเลยก็ว่าได้ เพราะมาในรูป "บทละครสั้น" มีการบ่งบอกถึงฉาก บรรยายฉาก บอกชื่อตัวละครนำหน้า เป็นต้น โดยมีชื่อเรื่องซ้อนอยู่ภายในบทละครอีกที...แต่เราจะถือว่า นั่นคือชื่อเรื่องนี้ครับ
ภายใต้ชื่อเรื่องว่า "มหรสพแห่งความเจ็บปวด"
ทำไม จึงต้องเจ็บปวด ??? และเจ็บปวด อย่างไร ???
เชิญเสพ เรื่องสั้นแห่งเกมถุงมือ เรื่องสุดท้าย กันได้เลยครับ
เรื่อง
มหรสพแห่งความเจ็บปวด
บทประพันธ์
ถุงมืออาร์ทูดีทู
ประเภท : บทละครสั้น
ฉากแรกและฉากสุดท้าย
เปิดม่าน แสงไฟค่อยๆ สว่างขึ้น
ทรงยศ ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาว นั่งนิ่งเงียบ หันหน้าออกมาหน้าเวที อยู่บนเก้าอี้ หลังโต๊ะทำงานราคาแพง ในห้องสีขาวนั่งนิ่งอยู่ครึ่งนาที ไม่มีดนตรีประกอบ สร้างบรรยากาศชวนอึดอัดกดดัน
หนึ่งนาทีผ่านไป เสียงบรรยายดังขึ้น
โลกกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติ แผ่นเปลือกโลกกำลังจะมีการเคลื่อนที่อย่างรุนแรงต่อเนื่อง มีการพ่นลาวาและแก๊ซพิษออกมาทั่วทุกมุมโลก แผ่นดืนไหวรุนแรงมากขึ้นทุกที ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก และความรุนแรงมีแนวโน้มมากขึ้นทุกที ผู้นำประเทศต่างๆ รวมมือกันวางแผนอพยพคนสำคัญ โดยการสร้างยานอวกาศ ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง โดยจะให้ยานอวกาศ โคจรรอบโลก จนกว่าเหตุการณ์จะเป็นปกติ ทรงยศเป็นหัวหน้าวิศวกรในการสร้างยานอพยพ ซึ่งสามารถบรรจุคนได้สองร้อยคน และอาหารเครื่องใช้จำเป็น สำหรับการโคจรรอบโลก เป็นเวลาสิบปี ซึ่งมีการประเมินเอาไว้ว่า โลกจะกลับภาวะปกติ แน่นอนว่าประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ต้องเผชิญกับชะตากรรมเลวร้าย เอาตัวรอดด้วยตัวเอง
ประตูด้านข้างเปิดออก ชายหนุ่มในชุดทำงานภาคสนามเดินเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว ทำความเคารพทรงยศ ยืนตัวตรงหน้าโต๊ะ หันหลังให้ด้านหน้าเวที ทรงยศมองด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ทรงยศ : ข่าวล่าสุดเป็นยังไงบ้าง วันชัย
วันชัย : รายชื่อผู้ที่จะขึ้นยาน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลาครับ มีคนจำนวนมากอยากจะมีชื่อขึ้นยาน ไม่มีใครอยากเสี่ยงตายอยู่บนโลกหรอกครับ มีการฆ่ากันตายทุกนาที ใคร ๆ ก็อยากขึ้นยานทั้งนั้นครับ
ทรงยศ : ฟังดูไม่ดีเลยนะ แต่ก็เป็นอย่างที่เราคาดการณ์เอาไว้ แล้วคุณละ วันชัย คุณก็มีส่วนอย่างมากในการสร้างยาน คุณก็น่าจะมีชื่อกับเขาเหมือนกันนะ
วันชัย : คงไม่หรอกครับ ผมเป็นเพียงวิศวกร ไม่ได้เป็นคนมีอำนาจ ไม่ได้มีบทบาททางเศรษฐกิจ ทางการเมือง ไม่มีที่ยืน สำหรับผมหรอกครับ
ทั้งสองพากันนิ่งเงียบ ประมาณครึ่งนาที
วันชัย : ชื่อคุณทรงยศยังอยู่นะครับ พวกนั้นยังต้องการคนมีฝีมืออย่างคุณดูแลยาน ยังไงก็ต้องมีที่ว่างให้ แต่...
เสียงของวันชัยขาดหาย ทรงยศขมวดคิ้ว มองหน้า แต่ไม่ได้ถาม รอให้วันชัยเป็นคนพูดต่อไป
วันชัย : ผมจำเป็นต้องเรียนข่าวร้ายให้คุณทรงยศทราบ ฐานหลบภัยของคุณเพิ่งเกิดการระเบิด ทุกคนในครอบครัวคุณน่าจะเสียชีวิตครับ แรงระเบิดรุนแรงมาก ไม่สามารถตรวจสอบได้เลยครับ
ทั้งสองนิ่งเงียบไปอีก ทรงยศมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้แสดงความเสียใจ
วันชัย : คุณคิดว่ายังไงครับ กับเรื่องนี้
ทรงยศ : เป็นสิ่งที่ผมคาดการณ์เอาไว้แล้วละครับ ว่าเรื่องแบบนี้มันต้องเกิดขึ้น ยังดีให้ผมมีเวลาเตรียมใจเอาไว้พร้อม
วันชัย : คุณรู้ล่วงหน้าหรือครับ ผมยอมรับเลย
ทรงยศ : มันก็ไม่เกินความคาดหมายหรอกครับ ผมรู้นิสัยคนพวกนั้นดี ที่ว่างเพียงสองร้อยที่ ยังไงก็ไม่พอสำหรับพวกเขา แต่ละคนไม่ได้คิดจะไปคนเดียว ต้องพาครอบครัวไปด้วย มันก็ต้องแก่งแย่งกันเป็นธรรมดา หาทางตัดคนอื่นออก แบบไม่เลือกวิธีการ ใครดีใครได้ มือใครยาวสาวได้สาวเอา ต่างคนต่างทำแบบนี้ ก็เลยมีการฆ่ากันตายรายนาที อย่างที่เห็นละครับ
วันชัย : ท่าทางคุณไม่ได้เสียใจ กับข่าวร้ายของครอบครัว เลยนะครับ
ทรงยศไม่ได้ตอบในทันที เปลี่ยนอิริยาบถเป็นผ่อนคลายมากขึ้น มองขึ้นไปมองเพดาน ทำท่าเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ มือทั้งสองประสานกันวางบนโต๊ะขยับนิ้วไปมา วันชัยยังคงยืนนิ่งเหมือนเดิม
ทรงยศ : วันชัย คุณไม่เจอหน้า คนในครอบครัวของผมนานเท่าไรแล้ว
วันชัย : น่าจะประมาณห้าเดือนมาแล้วครับ แต่ก็ไม่แปลกนี่ครับ ทุกคนต้องพากันหลบภัยในที่คิดว่าจะปลอดภัยที่สุด
ทรงยศ : ครับ ทุกคนคิดว่าจะปลอดภัย แม้จะเสี่ยงกับแผ่นดินไหว แผ่นดินระเบิด การไหลของลาวารวมทั้งสารพิษ และความอดอยาก ร้อยละเก้าสิบของประชากรเสียชีวิตหมดแล้ว ผมเองก็คงไม่ปล่อยให้ครอบครัวของผมทรมานหรอกครับ
วันชัย : หมายความว่า........
ทรงยศ : ก็หมายความว่า คนในครอบครัวของผมจากไปนานแล้วอย่างสงบ ด้วยยานอนหลับชนิดพิเศษ อย่างที่คุณรู้ ภรรยาผมเป็นนักเคมี เธอทำยานอนหลับนี่ได้ถ้าอยากจะทำ ทุกคนหลับไปอย่างสงบ หลายเดือนมาแล้วครับ ผมไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้
ทั้งสองคนนิ่งเงียบไปสิบวินาที
วันชัย : แล้วทำไม....
ทรงยศ : คุณคงสงสัยว่า ทำไมผมถึงไม่ตายตามคนในครอบครัวไปด้วย ก็หน้าที่ของผมยังไม่เสร็จนี่ครับ อย่างน้อยผมก็ต้องสานต่องานของภรรยา จนกว่ายาที่เหลือ จะแจกจ่ายไปยังผู้ที่ต้องการจนหมด ซึ่งก็เพิ่งหมดไป หลายคนอยากจากไปอย่างสงบ อ้อ เมื่อครู่ผมตรวจสอบแล้วก็เห็นชื่อผมยังมีอยู่ในรายการ แต่คงหลุดออกไปอีกไม่นาน ที่ผ่านมาคนพวกนั้นคงต้องการผมเหมือนกัน แต่เวลานี้ก็ไม่จำเป็นแล้ว เอ้อ ว่าแต่งานของผมเพิ่งเสร็จไปเย็นวานนี้เอง ผมอัพโหลดข้อมูลสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว
วันชัย : หมายถึงว่ายานสามารถใช้ระบบบินอัตโนมัติได้อย่างสมบูรณ์
ทรงยศ : งานของผมเรียบร้อย รวมทั้งข้อมูลพิเศษจากผมด้วย
วันชัย : ครับ แต่งานของผมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เสียใจด้วยนะครับคุณทรงยศ มันเป็นคำสั่งที่ผมปฏิเสธไม่ได้ ถึงอยากจะปฏิเสธก็ตาม ลูกชายของเศรษฐีคนหนึ่งต้องการที่ว่าง และจองไว้เรียบร้อยแล้วครับ
วันชัยดึงเอาปืนสั้นกระบอกหนึ่งขึ้นมา ทำท่าเล็งไปยังทรงยศ ผู้ที่ไม่มีสีหน้าตกใจหรือแปลกใจ เขาผงกหัวเหมือนรับรู้และเข้าใจสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทรงยศ : เรื่องนี้ก็อยู่ในความคาดหมายเหมือนกันครับ มันจะต้องเป็นแบบนี้ ถึงคุณไม่ทำ ผมก็จะทำมันอยู่ดี ผมเข้าใจคุณดีด้วย ผมเองก็เบื่อและเหนื่อยที่จะสู้ต่อไป ครอบครัวของผมกำลังรออยู่
ทรงยศเปิดลิ้นชัก หยิบปืนสั้นขึ้นมาวางบนโต๊ะ
ทรงยศ : เห็นไหม ผมกำลังเตรียมการอยู่พอดี แต่มันจะง่ายขึ้น ถ้าเป็นฝีมือของคุณ ขอบคุณจากใจจริงถ้าคุณช่วยให้จบลงได้
วันชัย : คุณคงเตรียมการเตรียมใจ และรู้มาก่อน
ทรงยศ : ผมคิดว่าคุณก็รู้เหมือนกันนะครับ ผมไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ไม่มีประโยชน์จะดิ้นรนทนทุกข์ต่อไป คุณก็คงรู้ถึงความเจ็บปวดของพวกมนุษย์
วันชัย : ครับ ผมรู้ดี เรียนรู้ว่าความเจ็บปวดเป็นอย่างไร ลาก่อนครับหัวหน้า
ทรงยศยิ้มเล็กน้อยเป็นครั้งแรก วันชัยเหนี่ยวไกปืน เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ทรงยศล้มคว่ำหน้าลงกับโต๊ะ เสียงดนตรีทำนองเศร้าดังขึ้น ขณะที่วันชัยหมุนตัวหันหน้ามาด้านหน้าเวที ยืนนิ่ง ทำให้เห็นว่าใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งเป็นโลหะ
วันชัย : ผมเองก็รู้เหมือนกันครับว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมและคุณหยุดมันไม่ได้ คุณเป็นมนุษย์ธรรมดา ผมเองก็เป็นหุ่นยนต์ทำงานธรรมดา ทำตามคำสั่งที่รับมอบหมาย แต่ผมเองก็เข้าใจถึงความเจ็บปวดของมนุษย์ อย่างที่สุด ถึงจะเป็นหุ่นยนต์ก็ตาม และนี่เป็นการตัดสินใจของผมเอง การตัดสินใจที่ไม่ใช่คำสั่งของโปรแกรม
วันชัยยกปืนขึ้นจ่อขมับขวา เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ร่างของวันชัยเอียงล้มลงกับพื้นแน่นิ่ง ไฟหรี่ลงจนมืดสนิทม่านฝ้าเลื่อนปิดลง เสียงดนตรีเศร้า ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรวดเร็วขึ้น ใช้เวลาสองนาที เสียงดนตรีเปลี่ยนเป็นเสียงของยานอวกาศ ไฟสว่างขึ้นทีละน้อย ฉากเปลี่ยนเป็นห้องมีผู้คนสิบกว่าคนสวมชุดสีขาวรัดกุมเหมือนกัน ทุกคนมีสีหน้ากังวล ยืนนิ่งอยู่ในมุมของตัวเอง
เสียงพูดของทรงยศดังขึ้น ทุกคนหยุดฟังอย่างตั้งใจ
สวัสดีทุกคน ถ้าคุณได้ยินเสียงของผม แสดงว่ายานได้ขึ้นจากพื้นโลกด้วยความเรียบร้อย ผมอยากบอกข่าวที่ผมไม่กล้าเปิดเผยมานาน จนถึงเวลานี้ความจริงควรจะเปิดเผยได้ ขั้นตอนในการสร้างยานผ่านขั้นตอนมากมาย ผู้มีอำนาจและบริษัทต่าง ๆ พากันทุจริต ทำให้อุปกรณ์ประกอบยานหลายส่วนคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน ผมพยายามร้องเรียน แต่ไม่ได้รับการตอบรับแก้ไข ไม่มีใครอยากเสียผลประโยชน์ ทุกคนเห็นแก่ตัวและละโมบอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งที่รู้ว่าเป็นอันตรายต่อตัวเองและคนอื่น
ผมประเมินสถานการณ์ไว้ว่า ตัวยานคงจะลอยลำอยู่ได้ อย่างมาก ไม่เกินสองวัน จากนั้นมันจะเริ่มพังพินาศ ไม่ใช่ฝีมือของผม แต่เพราะฝีมือของพวกคุณเอง ฝีมือคนร่ำรวยยิ่งใหญ่อิทธิพลสูงทั้งหลายที่อยู่ในยานลำนี้ ขอแสดงความเสียใจกับทุกคนด้วยครับ ลาก่อน
แสงไฟสว่างวูบวาบเหมือนมีการระเบิด ฉากประกอบสั่นไหว เสียงระเบิดและการพังทลายสิ่งของขนาดใหญ่ กลุ่มควันลอยออกมาจากด้านข้างและด้านหลังอย่างน่ากลัว ผู้คนพากันกรีดร้อง วิ่งไปมาด้วยความตกใจ มีเสียงระเบิดครั้งสุดท้ายที่รุนแรงกว่าทุกครั้ง ทุกคนล้มฟุบลงกับพื้น แสงไฟหรี่ลงจนดับมืด
แล้วทุกอย่างเงียบลง
ผ้าม่านเลื่อนปิดฉาก สุดท้าย
💥🧑🏿🚀ถุงมือเรื่องสั้น สมัยสุดท้าย วีคสุดท้ายถึงคราวสั่งลา # 11 "มหรสพแห่งความเจ็บปวด" - ถุงมือ R2D2 🧑🏿🚀💥
ลักษณะของเรื่องแหวกแนวจากทุกเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดเลยก็ว่าได้ เพราะมาในรูป "บทละครสั้น" มีการบ่งบอกถึงฉาก บรรยายฉาก บอกชื่อตัวละครนำหน้า เป็นต้น โดยมีชื่อเรื่องซ้อนอยู่ภายในบทละครอีกที...แต่เราจะถือว่า นั่นคือชื่อเรื่องนี้ครับ
ภายใต้ชื่อเรื่องว่า "มหรสพแห่งความเจ็บปวด"
ทำไม จึงต้องเจ็บปวด ??? และเจ็บปวด อย่างไร ???
เชิญเสพ เรื่องสั้นแห่งเกมถุงมือ เรื่องสุดท้าย กันได้เลยครับ
บทประพันธ์ ถุงมืออาร์ทูดีทู
ประเภท : บทละครสั้น
ฉากแรกและฉากสุดท้าย
เปิดม่าน แสงไฟค่อยๆ สว่างขึ้น ทรงยศ ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาว นั่งนิ่งเงียบ หันหน้าออกมาหน้าเวที อยู่บนเก้าอี้ หลังโต๊ะทำงานราคาแพง ในห้องสีขาวนั่งนิ่งอยู่ครึ่งนาที ไม่มีดนตรีประกอบ สร้างบรรยากาศชวนอึดอัดกดดัน
หนึ่งนาทีผ่านไป เสียงบรรยายดังขึ้น
โลกกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติ แผ่นเปลือกโลกกำลังจะมีการเคลื่อนที่อย่างรุนแรงต่อเนื่อง มีการพ่นลาวาและแก๊ซพิษออกมาทั่วทุกมุมโลก แผ่นดืนไหวรุนแรงมากขึ้นทุกที ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก และความรุนแรงมีแนวโน้มมากขึ้นทุกที ผู้นำประเทศต่างๆ รวมมือกันวางแผนอพยพคนสำคัญ โดยการสร้างยานอวกาศ ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง โดยจะให้ยานอวกาศ โคจรรอบโลก จนกว่าเหตุการณ์จะเป็นปกติ ทรงยศเป็นหัวหน้าวิศวกรในการสร้างยานอพยพ ซึ่งสามารถบรรจุคนได้สองร้อยคน และอาหารเครื่องใช้จำเป็น สำหรับการโคจรรอบโลก เป็นเวลาสิบปี ซึ่งมีการประเมินเอาไว้ว่า โลกจะกลับภาวะปกติ แน่นอนว่าประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ต้องเผชิญกับชะตากรรมเลวร้าย เอาตัวรอดด้วยตัวเอง
ประตูด้านข้างเปิดออก ชายหนุ่มในชุดทำงานภาคสนามเดินเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว ทำความเคารพทรงยศ ยืนตัวตรงหน้าโต๊ะ หันหลังให้ด้านหน้าเวที ทรงยศมองด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ทรงยศ : ข่าวล่าสุดเป็นยังไงบ้าง วันชัย
วันชัย : รายชื่อผู้ที่จะขึ้นยาน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลาครับ มีคนจำนวนมากอยากจะมีชื่อขึ้นยาน ไม่มีใครอยากเสี่ยงตายอยู่บนโลกหรอกครับ มีการฆ่ากันตายทุกนาที ใคร ๆ ก็อยากขึ้นยานทั้งนั้นครับ
ทรงยศ : ฟังดูไม่ดีเลยนะ แต่ก็เป็นอย่างที่เราคาดการณ์เอาไว้ แล้วคุณละ วันชัย คุณก็มีส่วนอย่างมากในการสร้างยาน คุณก็น่าจะมีชื่อกับเขาเหมือนกันนะ
วันชัย : คงไม่หรอกครับ ผมเป็นเพียงวิศวกร ไม่ได้เป็นคนมีอำนาจ ไม่ได้มีบทบาททางเศรษฐกิจ ทางการเมือง ไม่มีที่ยืน สำหรับผมหรอกครับ
ทั้งสองพากันนิ่งเงียบ ประมาณครึ่งนาที
วันชัย : ชื่อคุณทรงยศยังอยู่นะครับ พวกนั้นยังต้องการคนมีฝีมืออย่างคุณดูแลยาน ยังไงก็ต้องมีที่ว่างให้ แต่...
เสียงของวันชัยขาดหาย ทรงยศขมวดคิ้ว มองหน้า แต่ไม่ได้ถาม รอให้วันชัยเป็นคนพูดต่อไป
วันชัย : ผมจำเป็นต้องเรียนข่าวร้ายให้คุณทรงยศทราบ ฐานหลบภัยของคุณเพิ่งเกิดการระเบิด ทุกคนในครอบครัวคุณน่าจะเสียชีวิตครับ แรงระเบิดรุนแรงมาก ไม่สามารถตรวจสอบได้เลยครับ
ทั้งสองนิ่งเงียบไปอีก ทรงยศมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้แสดงความเสียใจ
วันชัย : คุณคิดว่ายังไงครับ กับเรื่องนี้
ทรงยศ : เป็นสิ่งที่ผมคาดการณ์เอาไว้แล้วละครับ ว่าเรื่องแบบนี้มันต้องเกิดขึ้น ยังดีให้ผมมีเวลาเตรียมใจเอาไว้พร้อม
วันชัย : คุณรู้ล่วงหน้าหรือครับ ผมยอมรับเลย
ทรงยศ : มันก็ไม่เกินความคาดหมายหรอกครับ ผมรู้นิสัยคนพวกนั้นดี ที่ว่างเพียงสองร้อยที่ ยังไงก็ไม่พอสำหรับพวกเขา แต่ละคนไม่ได้คิดจะไปคนเดียว ต้องพาครอบครัวไปด้วย มันก็ต้องแก่งแย่งกันเป็นธรรมดา หาทางตัดคนอื่นออก แบบไม่เลือกวิธีการ ใครดีใครได้ มือใครยาวสาวได้สาวเอา ต่างคนต่างทำแบบนี้ ก็เลยมีการฆ่ากันตายรายนาที อย่างที่เห็นละครับ
วันชัย : ท่าทางคุณไม่ได้เสียใจ กับข่าวร้ายของครอบครัว เลยนะครับ
ทรงยศไม่ได้ตอบในทันที เปลี่ยนอิริยาบถเป็นผ่อนคลายมากขึ้น มองขึ้นไปมองเพดาน ทำท่าเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ มือทั้งสองประสานกันวางบนโต๊ะขยับนิ้วไปมา วันชัยยังคงยืนนิ่งเหมือนเดิม
ทรงยศ : วันชัย คุณไม่เจอหน้า คนในครอบครัวของผมนานเท่าไรแล้ว
วันชัย : น่าจะประมาณห้าเดือนมาแล้วครับ แต่ก็ไม่แปลกนี่ครับ ทุกคนต้องพากันหลบภัยในที่คิดว่าจะปลอดภัยที่สุด
ทรงยศ : ครับ ทุกคนคิดว่าจะปลอดภัย แม้จะเสี่ยงกับแผ่นดินไหว แผ่นดินระเบิด การไหลของลาวารวมทั้งสารพิษ และความอดอยาก ร้อยละเก้าสิบของประชากรเสียชีวิตหมดแล้ว ผมเองก็คงไม่ปล่อยให้ครอบครัวของผมทรมานหรอกครับ
วันชัย : หมายความว่า........
ทรงยศ : ก็หมายความว่า คนในครอบครัวของผมจากไปนานแล้วอย่างสงบ ด้วยยานอนหลับชนิดพิเศษ อย่างที่คุณรู้ ภรรยาผมเป็นนักเคมี เธอทำยานอนหลับนี่ได้ถ้าอยากจะทำ ทุกคนหลับไปอย่างสงบ หลายเดือนมาแล้วครับ ผมไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้
ทั้งสองคนนิ่งเงียบไปสิบวินาที
วันชัย : แล้วทำไม....
ทรงยศ : คุณคงสงสัยว่า ทำไมผมถึงไม่ตายตามคนในครอบครัวไปด้วย ก็หน้าที่ของผมยังไม่เสร็จนี่ครับ อย่างน้อยผมก็ต้องสานต่องานของภรรยา จนกว่ายาที่เหลือ จะแจกจ่ายไปยังผู้ที่ต้องการจนหมด ซึ่งก็เพิ่งหมดไป หลายคนอยากจากไปอย่างสงบ อ้อ เมื่อครู่ผมตรวจสอบแล้วก็เห็นชื่อผมยังมีอยู่ในรายการ แต่คงหลุดออกไปอีกไม่นาน ที่ผ่านมาคนพวกนั้นคงต้องการผมเหมือนกัน แต่เวลานี้ก็ไม่จำเป็นแล้ว เอ้อ ว่าแต่งานของผมเพิ่งเสร็จไปเย็นวานนี้เอง ผมอัพโหลดข้อมูลสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว
วันชัย : หมายถึงว่ายานสามารถใช้ระบบบินอัตโนมัติได้อย่างสมบูรณ์
ทรงยศ : งานของผมเรียบร้อย รวมทั้งข้อมูลพิเศษจากผมด้วย
วันชัย : ครับ แต่งานของผมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เสียใจด้วยนะครับคุณทรงยศ มันเป็นคำสั่งที่ผมปฏิเสธไม่ได้ ถึงอยากจะปฏิเสธก็ตาม ลูกชายของเศรษฐีคนหนึ่งต้องการที่ว่าง และจองไว้เรียบร้อยแล้วครับ
วันชัยดึงเอาปืนสั้นกระบอกหนึ่งขึ้นมา ทำท่าเล็งไปยังทรงยศ ผู้ที่ไม่มีสีหน้าตกใจหรือแปลกใจ เขาผงกหัวเหมือนรับรู้และเข้าใจสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทรงยศ : เรื่องนี้ก็อยู่ในความคาดหมายเหมือนกันครับ มันจะต้องเป็นแบบนี้ ถึงคุณไม่ทำ ผมก็จะทำมันอยู่ดี ผมเข้าใจคุณดีด้วย ผมเองก็เบื่อและเหนื่อยที่จะสู้ต่อไป ครอบครัวของผมกำลังรออยู่
ทรงยศเปิดลิ้นชัก หยิบปืนสั้นขึ้นมาวางบนโต๊ะ
ทรงยศ : เห็นไหม ผมกำลังเตรียมการอยู่พอดี แต่มันจะง่ายขึ้น ถ้าเป็นฝีมือของคุณ ขอบคุณจากใจจริงถ้าคุณช่วยให้จบลงได้
วันชัย : คุณคงเตรียมการเตรียมใจ และรู้มาก่อน
ทรงยศ : ผมคิดว่าคุณก็รู้เหมือนกันนะครับ ผมไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ไม่มีประโยชน์จะดิ้นรนทนทุกข์ต่อไป คุณก็คงรู้ถึงความเจ็บปวดของพวกมนุษย์
วันชัย : ครับ ผมรู้ดี เรียนรู้ว่าความเจ็บปวดเป็นอย่างไร ลาก่อนครับหัวหน้า
ทรงยศยิ้มเล็กน้อยเป็นครั้งแรก วันชัยเหนี่ยวไกปืน เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ทรงยศล้มคว่ำหน้าลงกับโต๊ะ เสียงดนตรีทำนองเศร้าดังขึ้น ขณะที่วันชัยหมุนตัวหันหน้ามาด้านหน้าเวที ยืนนิ่ง ทำให้เห็นว่าใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งเป็นโลหะ
วันชัย : ผมเองก็รู้เหมือนกันครับว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมและคุณหยุดมันไม่ได้ คุณเป็นมนุษย์ธรรมดา ผมเองก็เป็นหุ่นยนต์ทำงานธรรมดา ทำตามคำสั่งที่รับมอบหมาย แต่ผมเองก็เข้าใจถึงความเจ็บปวดของมนุษย์ อย่างที่สุด ถึงจะเป็นหุ่นยนต์ก็ตาม และนี่เป็นการตัดสินใจของผมเอง การตัดสินใจที่ไม่ใช่คำสั่งของโปรแกรม
วันชัยยกปืนขึ้นจ่อขมับขวา เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ร่างของวันชัยเอียงล้มลงกับพื้นแน่นิ่ง ไฟหรี่ลงจนมืดสนิทม่านฝ้าเลื่อนปิดลง เสียงดนตรีเศร้า ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรวดเร็วขึ้น ใช้เวลาสองนาที เสียงดนตรีเปลี่ยนเป็นเสียงของยานอวกาศ ไฟสว่างขึ้นทีละน้อย ฉากเปลี่ยนเป็นห้องมีผู้คนสิบกว่าคนสวมชุดสีขาวรัดกุมเหมือนกัน ทุกคนมีสีหน้ากังวล ยืนนิ่งอยู่ในมุมของตัวเอง
เสียงพูดของทรงยศดังขึ้น ทุกคนหยุดฟังอย่างตั้งใจ
สวัสดีทุกคน ถ้าคุณได้ยินเสียงของผม แสดงว่ายานได้ขึ้นจากพื้นโลกด้วยความเรียบร้อย ผมอยากบอกข่าวที่ผมไม่กล้าเปิดเผยมานาน จนถึงเวลานี้ความจริงควรจะเปิดเผยได้ ขั้นตอนในการสร้างยานผ่านขั้นตอนมากมาย ผู้มีอำนาจและบริษัทต่าง ๆ พากันทุจริต ทำให้อุปกรณ์ประกอบยานหลายส่วนคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน ผมพยายามร้องเรียน แต่ไม่ได้รับการตอบรับแก้ไข ไม่มีใครอยากเสียผลประโยชน์ ทุกคนเห็นแก่ตัวและละโมบอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งที่รู้ว่าเป็นอันตรายต่อตัวเองและคนอื่น
ผมประเมินสถานการณ์ไว้ว่า ตัวยานคงจะลอยลำอยู่ได้ อย่างมาก ไม่เกินสองวัน จากนั้นมันจะเริ่มพังพินาศ ไม่ใช่ฝีมือของผม แต่เพราะฝีมือของพวกคุณเอง ฝีมือคนร่ำรวยยิ่งใหญ่อิทธิพลสูงทั้งหลายที่อยู่ในยานลำนี้ ขอแสดงความเสียใจกับทุกคนด้วยครับ ลาก่อน
แสงไฟสว่างวูบวาบเหมือนมีการระเบิด ฉากประกอบสั่นไหว เสียงระเบิดและการพังทลายสิ่งของขนาดใหญ่ กลุ่มควันลอยออกมาจากด้านข้างและด้านหลังอย่างน่ากลัว ผู้คนพากันกรีดร้อง วิ่งไปมาด้วยความตกใจ มีเสียงระเบิดครั้งสุดท้ายที่รุนแรงกว่าทุกครั้ง ทุกคนล้มฟุบลงกับพื้น แสงไฟหรี่ลงจนดับมืด
แล้วทุกอย่างเงียบลง