สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
ละครยุค 90 ไม่ได้เป็นอย่างนั้นทุกเรื่องครับ อันที่จริง ละครยุค 90 หลายเรื่องเลยหล่ะครับที่ดีมากและให้คติคำสอนที่ดี ต้องเข้าใจว่า แนวคิดและสภาพสังคมเปลี่ยนไปมากครับจากยุคนั้นมาสู่ยุคนี้ แนวทางกันทำละครก็ต่างกันครับ ผมไม่อยากให้เอาแนวคิดและสภาพสังคมยุคนี้ไปตัดสินละครหรือนวนิยายยุคก่อนนะครับ มันใช้ด้วยกันไม่ได้
ยุคนั้นละครจะเน้นถ่ายไปออนไป หากดีจะถูกยืดตอน หากไม่ดีจะถูกตัดตอนครับจึงทำให้ละครดูขาด ๆ เกิน ๆ ไปบ้าง ละครจะดำเนินเรื่องตามนิยายเป๊ะ ห้ามแต่งเติมมากไป เพราะในยุคนั้น นักเขียนนิยายสำหรับละครจะได้รับเกียรติมาก หากแก้ไขบทประพันธ์จนไม่ถูกใจคนเขียนละก็โดนเขียนด่าลงสกุลไทยแน่ ฉะนั้น ละครเรื่องที่ท่านเจ้าของกระทู้ยกมาคือเรื่องดอกแก้ว ซึ่งมาจากภาพยนตร์ของ ส. อาสนจินดา ตอนปี พ.ศ.2505 ฉะนั้น แนวคิดตอนสังคมยุคนั้นเป็นยุคเผด็จการ(เกือบ)เบ็ดเสร็จครับ ละครจึงถ่ายทอดออกมาตรง ๆ ไม่ได้ปรับไปตามสังคมยุค 90 เสียด้วยซ้ำ อีกอย่างตอนนั้นป๋า ส. เพิ่งเสียไปได้ไม่นานครับ ทางช่องเลยต้องการให้เกียรติบทประพันธ์ต้นฉบับครับ
อีกอย่าง ผมไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 1 นะครับ เพราะผู้ชมยุคนั้นไม่ได้ดูละครเพื่อระบายความเครียดครับ เพราะละครยุคนั้นมีหลายเรื่องที่เครียดจัดกว่าละครยุคนี้อีกครับ แต่คนดูละครยุคนั้นดูเพื่อซึมซับบรรยากาศในเรื่องครับ ที่ละครยุคนั้นดำเนินเรื่องเอื่อยเพราะต้องการจะลงลึกในปมประเด็นต่าง ๆ และแสดงบรรยากาศของเรื่องครับ ส่วนน้ำเน่ามีทุกยุคทุกสมัยครับ อันที่จริงยุค 90 มีน้อยนะครับ ละครยุคนั้นหลากหลายกว่าสมัยนี้อีกครับ เพียงแต่ละครดี ๆ เหล่านั้นไม่ได้รับการพูดถึง ไม่เคยถูกรีเมค เลยหายไปตามกาลเวลาครับ
แนะนำให้ท่านเจ้าของกระทู้ไปหาดูละครที่สร้างจากนิยายยุคนั้นจริง ๆ หรือมาจากนิยายยุค 80 ก็ได้ครับ จะเห็นความต่างชัดเจนในการวางโครงเรื่อง คติธรรมที่สอดแทรก และประเด็นทางสังคมครับ
ถ้าผมแนะนำ ลองไปดูเรื่อง อำนาจ 2540 หรือ น้ำใสใจจริง 2537 ดูนะครับ เห็นความต่างเลยครับ
ยุคนั้นละครจะเน้นถ่ายไปออนไป หากดีจะถูกยืดตอน หากไม่ดีจะถูกตัดตอนครับจึงทำให้ละครดูขาด ๆ เกิน ๆ ไปบ้าง ละครจะดำเนินเรื่องตามนิยายเป๊ะ ห้ามแต่งเติมมากไป เพราะในยุคนั้น นักเขียนนิยายสำหรับละครจะได้รับเกียรติมาก หากแก้ไขบทประพันธ์จนไม่ถูกใจคนเขียนละก็โดนเขียนด่าลงสกุลไทยแน่ ฉะนั้น ละครเรื่องที่ท่านเจ้าของกระทู้ยกมาคือเรื่องดอกแก้ว ซึ่งมาจากภาพยนตร์ของ ส. อาสนจินดา ตอนปี พ.ศ.2505 ฉะนั้น แนวคิดตอนสังคมยุคนั้นเป็นยุคเผด็จการ(เกือบ)เบ็ดเสร็จครับ ละครจึงถ่ายทอดออกมาตรง ๆ ไม่ได้ปรับไปตามสังคมยุค 90 เสียด้วยซ้ำ อีกอย่างตอนนั้นป๋า ส. เพิ่งเสียไปได้ไม่นานครับ ทางช่องเลยต้องการให้เกียรติบทประพันธ์ต้นฉบับครับ
อีกอย่าง ผมไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 1 นะครับ เพราะผู้ชมยุคนั้นไม่ได้ดูละครเพื่อระบายความเครียดครับ เพราะละครยุคนั้นมีหลายเรื่องที่เครียดจัดกว่าละครยุคนี้อีกครับ แต่คนดูละครยุคนั้นดูเพื่อซึมซับบรรยากาศในเรื่องครับ ที่ละครยุคนั้นดำเนินเรื่องเอื่อยเพราะต้องการจะลงลึกในปมประเด็นต่าง ๆ และแสดงบรรยากาศของเรื่องครับ ส่วนน้ำเน่ามีทุกยุคทุกสมัยครับ อันที่จริงยุค 90 มีน้อยนะครับ ละครยุคนั้นหลากหลายกว่าสมัยนี้อีกครับ เพียงแต่ละครดี ๆ เหล่านั้นไม่ได้รับการพูดถึง ไม่เคยถูกรีเมค เลยหายไปตามกาลเวลาครับ
แนะนำให้ท่านเจ้าของกระทู้ไปหาดูละครที่สร้างจากนิยายยุคนั้นจริง ๆ หรือมาจากนิยายยุค 80 ก็ได้ครับ จะเห็นความต่างชัดเจนในการวางโครงเรื่อง คติธรรมที่สอดแทรก และประเด็นทางสังคมครับ
ถ้าผมแนะนำ ลองไปดูเรื่อง อำนาจ 2540 หรือ น้ำใสใจจริง 2537 ดูนะครับ เห็นความต่างเลยครับ
แสดงความคิดเห็น
ละครยุค90 ทำไมสอนอะไรผิดๆ และทำไม่ละเอียดครับ
1. ตอนที่นางเอกโดนใส่ร้ายว่ามีชู้ ทำให้พระเอกเข้าใจผิดและโมโหนางเอก แต่ตอนจบพระเอกมาง้อนางเอก ผมก็เลยสงสัยว่าพระเอกมาง้อนางเอกนี่ พระเอกรู้ความจริงแล้วเหรอครับ ถึงมาง้อนางเอก หรือ ว่าง้อแบบเข้าใจผิดอยู่ แต่คิดว่ารักนางเอกต่อให้นางเอกมีชู้ก็ไม่เป็นไร สามเศร้าก็ได้ครับ ?
(ไม่มีฉากที่มีคนมาบอกว่าพระเอกเข้าใจผิดอ่ะ)
2. เรื่องที่ไม่ได้ดูตอนจบแต่เพื่อนดู ถามเพื่อนว่าตอนจบเป็นยังไง เพื่อนผมบอกว่าตอนจบพระเอกก็แต่งงานกับนางเอกไง แต่ผมมาดูไม่เห็นมีฉากพระเอกแต่งงานกับนางเอกเลย มีแค่ฉากที่หลังจะเครียร์เรื่องและอุปสรรค์ต่างๆจบเรียบร้อยแล้ว พระเอกอบู่กับนางเอก และพูดประมาณว่า " ผมจะรัก ปกป้องดูแลคุณไปตลอดชีวิตของผม เราจะสร้างครอบครัวด้วยกัน เราจะรักกันตลอดไป " และทั้ง2 คนก็กอดกันด้วยความรัก อ้าว............แล้วมันจะแต่งงานกันหรือเปล่าอ่ะไม่เห็นมีคำว่าจะแต่งงานกันเลย หรือ ไม่เห็นมีฉากแต่งงานกันเลย (ผู้กำกับก็ไม่ได้เปลี่ยนบทด้วยเพราะฉายออกมาเรียบร้อยแล้ว) เพื่อนกับผมก็ดูฉากเดียวกัน แต่เพื่อนมันรู้หรือพูดออกมาได้ไงครับว่าพระเอก นางเอกจะต้องแต่งงานกัน เค้าแค่บอกว่ารักกันจะดูแลกันตลอดชีวิตเท่านั้นเอง ไม่ได้บอกว่าจะแต่งงานกันซักหน่อย
3. ทำไมละครน้ำเน่าชอบสอนผิดๆครับ เช่น
3.1 สอนว่า เราต้องยอมโดนกลั่นแกล้ง ยอมโดนเอารัดเอาเปรียบ ไม่พูดอะไร มีปากเหมือนมีตูดแบบนางเอก แล้วชีวิตจะดี ผมลองทำตามแล้วมี
ปัญหาในชีวิต และการทำงานมาหลายที่เลย จนเพื่อนต้องเตือนผมหลายครั้งกว่าผมจะเริ่มเอะใจ
3.2 สอนว่าเราต้องหูเบาเชื่อคนง่ายแบบพระเอกแล้วเราจะดูดี ดูหล่อ ผมก็ทำตามนั้นตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จนทำให้มีปัญหาทั้งการเรียนการทำงาน
แบบว่าใครบอกอะไรเชื่อหมดเลย จนเพื่อนที่สนิทต้องมาคอยเจือน และอธิบายให้ผมฟังตั้งหลายครั้ง กว่าจะเริ่มเข้าใจนิดๆหน่อยๆว่ามันใช้ไม่ได้ก็อายุปาเข้าไป 34
3.3 สอนว่าถ้าเราดูถูกคนอื่น กระเดะขึ้น กรี๊ดกร๊าดมากขึ้น ติดดินไม่เป็น ดัดจริตมากขึ้น แบบนางร้ายในละคร เราจะดูดีขึ้น ดูแพงขึ้น ดูไฮโซขึ้น
ยิ่งเราดูถูกเหยียดหยามคนอื่นยิ่งเยอะมากเท่าไร เราก็จะดูดี ดู แพงขึ้นเท่านั้น คนรอบข้างก็จะยกย่องเรา ซึ่งผมพอเริ่มทำแบบนั้นก็มีปัญหาในการเข้าสังคม โดนด่าค่อนข้างมาก จนเพื่อนสนิท ต้องห้ามไว้ก่อนที่ผมจะทำมากไปกว่านี้ และบอกว่าไม่ใช่ ซึ่งทำให้ผมงง....... เลย เพราะดูในละครเค้าสอนแบบนั้น นิครับ ทำไมเพื่อนบอกว่าไม่ใช่ ผมนี่สับสนเลย ว่าเอาไงดีถ้าเรา.....ไม่ทำแบบนางร้ายในละครเราจะดูได้เหรอ ?
4. ทำไมละครยุด90 บางเรื่องเค้าไม่ทำเฉลยให้ละเอียดทุกจุด ทำให้ผมสงสัยแบบนี้เลยเห็นไหม แล้วอย่างงี้ คนส่วนใหญ่ร้อยละ 80-90 ไม่สงสัยหรือเข้าใจผิดแบบผมเหรอครับ ?
ช่วยตอยคำถามแต่ละข้อหน่อยนะครับ เอาตรงๆแรงๆชัดๆได้เลยตามสบายครับ เพราะว่าผมเป็นคนคิดอะไรตามตัวอักษรตรงๆครับ พูดอ้อมๆผมตีความไม่เป็นครับ