ประสบการณ์ นอน-ภาวนา กับผีพระผูกคอตาย 2 เดือน

ประสบการณ์ นอน-ภาวนา กับผีพระผูกคอตาย 2 เดือน

หลังจากหลวงปู่จันทร์เรียน อนุญาตให้มาปฏิบัติ ศึกษาธรรมที่ วัดถ้ำสหายได้ พระอุปัฏฐากก็จัดให้ผมจำวัดที่ กุฏิเบอร์ 9 แล้วสั่งให้เณรพาผมไปที่กุฏิ เณรถามผมว่า “ท่านให้ผมไปจำวัดที่กุฏิเบอร์อะไร?” ผมตอบว่า “กุฏิเบอร์ 9” เณรก็ทำหน้าเหว่อ อย่างเห็นได้ชัด อุทานว่า “เบอร์ 9 เลยหรอ” ผมจึงถามว่า “มีอะไรหรอเณร” เณรตอบว่า “ไม่มีอะไรครูบารย์” ยิ้มแบบกลุ้มกริ่ม แล้วก็พาผมไปส่งที่กุฏิเบอร์ 9 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกุฏิหลวงปู่มากนักไม่เกิน 200 เมตร แต่อยู่ในป่า ผมก็คิดในใจว่าที่เณรทำหน้าเหว่อเพราะคิดว่าอยู่ใกล้หลวงปู่มั้ง แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรอีก
ผมก็ปฏิบัติข้อวัตรปกติ ดังต่อไปนี้
04:00 - 05:30 น. นั่งสมาธิ 1 ชั่วโมง 30 นาที
05:30 - 07:00 น. ออกบิณฑบาต
07:00 - 08:00 น. ฉันเช้า (มื้อเดียว)
08:00 - 09:00 น. ปัดกวาดศาลาหอฉัน สรงน้ำ
09:00 - 09:30 น. ทำวัตรเช้าที่กุฏิ
09:30 - 10:30 น. เดินจงกรม 1 ชม.
10:30 - 12:30 น. นั่งสมาธิ 2 ชม.
12:30 - 14:00 น. ปัดกวาดกุฏิและพื้นที่รอบๆ
14:00 - 14:30 น. ฉันน้ำปานะ (มื้อเดียว)
14:30 - 15:30 น. ปัดกวาดศาลาถ้ำ กุฏิหลวงปู่
15:30 -17:00 น. อ่านหนังสือธรรม
17:00 - 17:30 น. ทำวัตรเย็น
17:30 - 18:00 น. สรงน้ำ
18:00 - 19:00 น. นั่งสมาธิที่หอสมาธิใกล้กุฏิหลวงปู่ 1 ชม.
19:00 - 20:00 น. เดินจงกรม 1 ชม.
20:00 - 22:00 น. นั่งสมาธิ 2 ชม.
22:00 - 04:00 น. นอน 6 ชม.
ทำแบบนี้ประจำทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน

พอเข้าเดือนที่ 2 ผมเริ่มรู้สึกเบื่อ เวลา 17:00 น. จึงเดินไปสนทนากับพระ 3 รูป ที่สนทนากันที่กุฏิหลังหนึ่ง พอได้เวลา 18:30 น. ฟ้าเริ่มมืดจึงขอตัวลาเพื่อเดินกับกุฏิ เวลามืดจะเดินกลับยากเพราะบริเวณกุฏิไม่มีไฟฟ้าหรือแสงไฟ พอเดินออกมาแปปเดียว ด้วยความเงียบจึงได้ยินพระ 3 รูปนั้นสนทนากัน ผมจึงเงี่ยหูฟัง “ครูบารดิวอยู่มาเดือนนึงแล้วยังไม่โดนเลย” พระอีกรูปตอบ “เวลาผมเดินกุฏิก็เห็นครูบารเดินจงกรมทุกวันนะ ท่านก็ตั้งใจปฏิบัตินะ ไม่โดนหรอก” ผมหน้าซีดเดินกลับไปที่วงสนทนาแล้วพูดว่า “ถามจริงครูบารมีอะไรหรอครับ” พระรูปหนึ่งเห็นผมหน้าซีดจึงพูดว่า “ใจเย็นครูบารดิว ที่นี่ชื่อว่า วัดถ้ำสหาย คำว่า สหาย มาจากช่วงคอมมิวนิสต์ นักศึกษาหนีมาอยู่ป่า อยู่ถ้ำบริเวณนี้ ในช่วงที่ทหารปราบปรามอย่างหนักได้ใช้ระเบิดและอาวุธปืน ฆ่านักศึกษาจำนวนมาก หลายถ้ำมีโครงกระดูกมากมาย ถ้ำที่ครูบารอยู่ก็มีกระดูกหลายโครง จะหาที่ไหนไม่มีผีไม่มีหรอก แต่ไม่ต้องห่วงหลวงปู่ท่านแผ่ณานดูแลพระทุกรูปในวัด ไม่มีใครเป็นอะไรหรอก” ผมได้ฟังดังนั้นก็สบายใจและลืมเรื่องนี้ไป

อีกหลายวันต่อมา ผมรู้สึกเบื่อช่วง 17:00 น. จึงเดินเข้าไปในป่า ไปเจอกุฏิหลวงตารูปหนึ่งอยู่ชายป่าอีกฝั่งหนึ่งซึ่งไกลมาก ด้วยความสนิทจึงแวะเข้าไปสนทนากัน ผมถามว่า “หลวงตามาอยู่ไกลแบบนี้จะเข้าห้องน้ำ สรงน้ำที่ไหน?” หลวงตา “อ๋อ ไปใช้ห้องน้ำกุฏิแม่ตานี” (กุฏินี้พระทุกรูปรู้ดีว่ามีผีแม่ตานีอยู่) ผมจึงอุทานว่า “ไปสรงน้ำที่นั่นไม่กลัวผีบ้างหรอหลวงตา?” หลวงตามองมาที่ผมแล้วพูดว่า “เราอ่า นอนกับผีทุกวันไม่รู้บ้างหรอ?” ผมฟังแล้วหน้าซีด ถามว่า “หลวงตามีอะไรเล่าให้ผมฟังหน่อย” หลวงตา “กุฏิที่เรานอน เคยมีพระผูกคอตายที่หน้าต่าง พระที่มาอยู่กุฏินี้ไม่ปฏิบัติภาวนาอยู่ได้ไม่เกิน 3 วัน หนีกลับกันหมด มายืนแลบลิ้นยาวถึงพื้นโน่น ครั้งก่อนมีพระจากวัดบวร มาอยู่ได้ไม่ถึง 3 วันหน้าซีดกลับวัดไป ครูบารอยู่มาเป็นเดือนแล้วคงไม่โดนหรอก” ผมหน้าซีดเดินกลับกุฏิไป

เมื่อกลับมาถึงกุฏิ คืนนั้นกลัวมากๆ ถึงขั้นนอนไม่หลับ จิตปรุงแต่งได้ยินเสียงอะไรลมกระทบหน้าต่างก็กลัวไปหมด โชคดีที่ นำพระหลวงปู่มั่น-เสาร์ ปี 2493 และหลวงปู่ทิม มาด้วยเอามาแขวนคอให้สบายใจขึ้น หลังจากนั้นก็กลัวไปอีก 7 วัน เพราะความกลัวทำให้สติอยู่กับตัวมากขึ้น ทำให้ฝึกสมาธิ ภาวนาได้ดีขึ้น จึงเป็นกุสโลบาย ครูบารอาจารย์จะศิษย์ให้ไปภาวนาในป่าหรือป่าช้า ผมอยู่ที่กุฏินั้น 2 เดือนไม่เจออะไรนะครับ สงสัยเพราะตั้งใจปฏิบัติ ภาวนาจึงไม่โดน

คัดลอกจากบางตอนบันทึกครูบากล้วย พระวีระศักดิ์ ธีรภัทโท..

เรื่อง " กรรมพระผูกคอตาย " (๑)..

หลังจากพระองค์นี้มาอยู่ที่วัดถ้ำสหายแล้ว พระอาจารย์จันทร์เรียนท่านก็ตามดูจิตดูกรรมในการกระทำทั้งภายนอกภายในของพระองค์นี้อยู่เป็นระยะๆ..

ท่านว่าแต่ละวันคืนที่พระองค์นี้มาอยู่ที่วัดถ้ำสหายนั้น ในเวลาที่ท่านว่างจากการพิจารณาในธรรมความรู้ หรือในเวลาที่ท่านว่างจากการรับคนตนทิพย์อะไรภายในแล้ว ท่านก็จะไต่จิตของตนเองออกรู้ตามดูภายในใจของพระเณรผู้คนรวมทั้งพระองค์นี้ที่อยู่ภายในวัดถ้ำสหาย..

พระอาจารย์จันทร์เรียนท่านว่า พระองค์นี้เขาเร่าร้อนเพราะคิดเอาแต่ในเรื่องกรรมของตนเองที่เคยได้กระทำมา กรรมในอดีตแลปัจจุบันอันนี้มันจึงพากันมาบีทาบีบใจของตนเองให้เร่าร้อน จึงเป็นเหตุในปัจจุบันนั้น ทำให้ตนเองนั้นต้องมาผูกคอตาย..

ท่านว่า " กรรมมันเคยมาฆ่าโตตายอยู่ม่องนี่ ซาตินี่มันกะเลยได่มาฆ่าเจ่าของตายอยู่นี่ไซ้ซาติกันอีก "..

เราผู้บันทึกครูบากล้วยถาม " แล้วท่านอาจารย์รู้ไหมในตอนนั้นว่าเขาจะผูกคอตาย "..

พระอาจารย์จันทร์เรียนท่านบอก " กูรู้ตั้งแต่ตอนตีสี่ว่ามันจะผูกคอตาย แต่กรรมของมันนี่มันเป็นกรรมใหญ่ อย่าว่าแต่กูเลย พระพุทธเจ้าองค์ใดๆ กะห้ามกรรมอันนี่ของมันบ่ได้ "..
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่