สวัสดีครับวันนี้ผมมีเรื่องแปลกเรื่องผีหรือเรื่องอะไรกันแน่ แต่ผมอยากลองเอาเรื่องนี้มาถ่ายทอดให้กับทุกๆคนได้อ่านครับ
ตอนนั้นเมื่อแระมาณปี2556ตอนนั้นผมอายุ18ย่าง19แล้วกำลังได้เข้าศึกษาที่มหาลัยแห่งหนึ่งผมได้ปรึกษากับพ่อแม่ว่าผมจะขอไปเช่าห้องอยู่ในเมืองเพราะผมคำนวนดูแล้วค่าใช้จ่ายในการเดินทางมันค่อยข้างสูงกว่าการที่ผมจะมาเช่าห้องอยู่และผมจึงได้หาที่พักที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากมหาลัยจนเกินไป ผมหาอยู่ประมาณ1-2อาทิตย์มาเห็นป้ายห้องว่างให้เช่าราคาถูก ผมจึงได้เอาเบอร์โทรติดต่อที่เขียนไว้แล้วโทรไป โทรไปอยู่2-3สายก็ไม่มีใครรับ ประมาณ1ชม. เบอร์นั้นได้โทรกลับมาหาผม ผมได้สอบถามเรื่องราคาและวันที่สามารถเข้าอยู่ได้ ผู้เช่าบอกว่าสิ้นเดือนนี้เข้าพักได้เลยเพราะห้องว่างมานานแล้วก็ได้ตกลงค่ามัดจำจ่ายวันที่เข้าอยู่ โอเคครับ มาถึงวันที่เข้าอยู่เลยวันนั้นผมจำได้ว่าเป็นวันเสาร์เพราะตัวผมเองรับน้องวันจันทร์พ่อแม่ผมเอาข้าวของมาส่งมาจัดห้องตามปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติให้ห้องนี้คือแผ่นฟ่าเพดานที่ผิดสีไปจากเพื่อนส่วนมากแล้วฟ่าจะเป็นสีขาวสะส่านใหญ่ แต่แผ่นนี้มันเป็นสีชมพูโดนเห็นได้ชัดเลย ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไร และในห้องสิ่งที่คนเช่าคนเก่าเอาไปไม่หมดคือพวกโปสเตอร์รูปพุตบอล รูปรถ ติดเต็มห้องไปหมดเลยซึ่งเห็นได้ว่าคนเช่าก่อนหน้านี้เป็นผู้ชายแน่นอนผมไม่ได้เอาออกหรอกครับเพราะผมก็ชอบเหมือนกัน จนเวลาผ่านไปจนค่ำแล้วพ่อกับแม่จะกลับแล้วท่านก็เลยพาผมไปกินข้าวอะไรเสร็จเรียบร้อยท่านมาส่งผมและได้บอกลากัน ผมกลับถึงห้องนี้ประมาณ 19:30 โอเคเหนื่อยมาทั้งวันแล้วขอนอนพักผ่อนก่อนละกัน ผมกะว่าจะอาบก่อนและค่อยนอน ขณะที่ผมกำลังจะอาบน้ำ ก็มีคนมาเคาะประตู 3ครั้ง เคาะแบบช้าๆ ก็อก...ก็อก...ก็อก ประตูห้องในตอนนั้นไม่มีตาแมวนะครับ ผมจึงตะโกนถามไปนั้นใครครับ ก็เงียบ ผมเลยคิดว่าเคาะผิดห้องป่าว ไม่ได้สนใจผมเลยเข้าไปอาบน้ำ(ห้องเป็นแบบห้องน้ำในตัวนะครับ)ระหว่างอาบน้ำก็เสียงเคาะขึ้นมาอีกผมเลยหยุดและฟังว่าจะมีคนเรียกมั้ย เพราะตอนนั้นผมยังไม่ได้บอกใครเลยว่าผมพักที่ไหนเพื่อนผมก็ยังไม่รู้มีแค่พ่อแม่ผมที่รู้ เลยคิดในใจว่าเห้ยใครแกล้งประเนี่ยผมเลยรีบอาบนุ่งผ้าขนหนูมาเปิด ว่างเปล่าครับไม่มีอะไรเลยมีแค่ไฟทางเดินที่เปิดอยู่และทุกห้องก็ปิดประตูไม่มีคนไม่มีเสียงอะไรเลยจนผมคิดว่าโดนแกล้งแน่ๆ เพราะคนที่พักที่นี่มีแต่วัยรุ่น น่าจะโดนพวกวัยรุ่นแกล้งแน่ๆผมก็ชักจะหงุดหงิดคิดในใจถ้าเปิดทันจะด่าให้ ผมก็ปิดประตู จนเวลาผ่านไปถึง 20:40ผมว่างโทรศัพและตั้งนาฬิกาปลุก นอนไปได้สักพักมีเสียงคนเดินหน้าห้อง แต่คราวนี้ไม่ได้เคาะ เดินกลับไปกลับมา2รอบ เดินไปแล้วเดินมาหยุดที่หน้าห้องผม ที่ผมรู้ว่าอยู่หน้าห้องผมเพราะไฟทางเดินส่องและผมเห็นเงานั้นได้จากช่องข้างล่างของประตู ผมคิดแค่ว่ามันมาแล้วมาแกล้งกูอีกแน่ๆผมเลยค่อยๆลุกและเดินไปที่ประตูแบบเงียบๆ(กะว่าจะเปิดแบบไม่ให้มันตั้งตัวจะได้หนีไม่ทัน)พอผมเดินถึงประตูผมเปิดทันที แต่ภาพที่เห็น ว่างเปล่าและเงียบสงัด ในตอนนั้นผมเริ่มใจไม่ดีแล้วความกลัวความสับสนเอามาพร้อมกันตอนนั้นเวลา 4ทุ่มกว่าๆ ผมไม่รู้จะทำยังไงเลยโทรไปหาแม่แต่แม่ไม่นรับสายโทรหาพ่อก็ไม่รับสายจะออกไปข้างนอกก็ไม่รู้จะไปไหนเพื่อนแถวนี้ก็ไม่มีผมโทรไปหาเพื่อนที่สนิทกันโล่งอกเพื่อนรับสายผมจึงขอให้เพื่อนคุยกับผมก่อนและเล่าเหตุการทั้งหมดให้เพื่อนฟัง เพื่อนเลยถามว่าไปเข้าพักอ่ะได้บอกเจ้าที่เจ้าทางมั้ยได้ไหว้พระก่อนนอนรึป่าว ผมเลยคิดได้ว่ายังไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเลย ในตอนนั้นได้แต่พนมมือ เพราะธูปเทียนอะไรก็ไม่มี พูดอะไรได้ตอนนั้นพูดไปหมด ไหว้พระ ก็สบายใจขึ้นมาในระดับนึ่งและอยู่ๆสัญาญาณโทรศัพก็ขาดๆหายๆ เพื่อนผมเลยตัดสายไป ผมเลยพยายามโทรไปเพื่อนครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่ติด ได้แต่เปิดไฟและนอนภาวนาให้เช้าเร็วๆ ผมก็เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ ผมตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงเหมือนหนูวิ่งอยู่บนฟ่าเพดานผมเลยไม่ได้สนใจเลยนอนต่อ แต่เสียงนั่นมันดังขึ้นอีกเหมือนมีหนูหลายๆตัววิ่งอยู่ข้างบนผมเลยลืมตาและมองไปรอบๆห้องแล้วเสียงก็เงียบไปแต่... ทุกคนครับจำฝ่าที่มันสีผิดเพื่อนไปได้มั้ยครับตอนนี้มันหายไปครับแต่มีสิ่งหนึ่งยื่นลงมาแทนหยักใย่ขาวๆดำๆยาวๆทุกคนคิดว่ามันเหมือนอะไรครับ ใช่ครับความคิดแรกของผมคิดว่าเส้นผมแน่ๆเลย ตอนนั้นแท่บจะสติแตกกลัวมากๆเลยได้แต่ข่มตานอนตอนนั้นเวลาเกือบๆจะตี3ผมนอนไม่หลับและพยายามจะไม่มองสิ่งๆนั้นแต่ผมชำเรืองไปมองมันยาวลงมากว่าเดิมตอนนั้นได้แต่สวดมนต์และขอสิ่งศักสิทธคุ้มครองผมและได้มีเสียงมีอะไรหนักๆเลื่อนอยู่บนฝ่าเพดาน(ตอนนั้นผมคลุมโปงไปแล้ว)เสียงนั้นเงียบไป ผมได้รวบรวมความกล้าเปิดผ้าออกมาดูนิดๆแต่สิ่งที่เห็นมันร้ายแรงกว่าเดิมนั้นคือใบหน้าของผู้หญิงเห็นตั้งแต่หน้าผากจนถึงสันดั่งไม่เห็นจมูกจนไปถึงปากน่าขาวซีดจ้องมองมาที่ผมจนตอนนั้นได้ผมร้องไห้และทำอะไรไม่ถูกนึกถึงหน้าพ่อหน้าแม่และผมได้ยินเสียงเดิมเหมือนมีอะไรเลื่อนอยู่บนฝ่าเพดาน แต่ครั้งนี้ผมไม่กล้าที่จะเปิดดูเพราะผมกลัวภาพที่จะเห็นตอนนั้นกลัวไปหมดจะ จนผมคิดว่าจะลุกและรีบวิ่งไปที่ประตูและไปเซเว่นรอจนถึงเช้าแล้วจะโทรหาพ่อแม่ ผมลุกขึ้นและพายายามที่จะไม่มองแต่กลับเห็นผู้หญิงคนนั้นลงมาครึ่งตัวแล้วทุกคนเข้าใจความรู้สึกที่ว่าจะวิ่งก็วิ่งไม่ได้มั้ยครับที่บอกว่าขาตายผมก็ได้รู้วันนี้แหละผมทั้งกลัวทั้งร้องไห้ตอนนั้นเกือบจะเช้าแล้ว แต่เธอคนนั้นก็ยังไม่ไปไหน จนตอนนั้นผมทั้งสั่นทั้งสติแตก แต่แล้วก็มีเสียงโทรศัพดังขึ้นแม่ผมโทรมาเวลา5:00 ผมดีใจรีบกดรับสาย ผมพูดไม่เป็นคำร้องไห้หนักกว่าเดิม
แม่: โทรมามีอะไรลูกแม่ไม่ได้รับแม่นอนแล้วตอนนั้น
ผม: #@$%^@@$@%#$#$^#$
แม่:มีอะไรลูกค่อยๆพูดเป็นอะไร
ผม:ผีหลอกแม่ผีหลอก
.
.
.
ตัดจบไว้ก่อนนะครับ พาส2 เฉลยทั้งหมด เรื่องราวทั้งหมดถ้ามีคนชอบผมจะได้มาถ่ายทอดต่อนะครับ วันนี้ดึกมากแล้วผมขอตัวนอนก่อนนะครับ ราตรีสวัสครับ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะครับ
ห้องพักใจกลางเมือง
ตอนนั้นเมื่อแระมาณปี2556ตอนนั้นผมอายุ18ย่าง19แล้วกำลังได้เข้าศึกษาที่มหาลัยแห่งหนึ่งผมได้ปรึกษากับพ่อแม่ว่าผมจะขอไปเช่าห้องอยู่ในเมืองเพราะผมคำนวนดูแล้วค่าใช้จ่ายในการเดินทางมันค่อยข้างสูงกว่าการที่ผมจะมาเช่าห้องอยู่และผมจึงได้หาที่พักที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากมหาลัยจนเกินไป ผมหาอยู่ประมาณ1-2อาทิตย์มาเห็นป้ายห้องว่างให้เช่าราคาถูก ผมจึงได้เอาเบอร์โทรติดต่อที่เขียนไว้แล้วโทรไป โทรไปอยู่2-3สายก็ไม่มีใครรับ ประมาณ1ชม. เบอร์นั้นได้โทรกลับมาหาผม ผมได้สอบถามเรื่องราคาและวันที่สามารถเข้าอยู่ได้ ผู้เช่าบอกว่าสิ้นเดือนนี้เข้าพักได้เลยเพราะห้องว่างมานานแล้วก็ได้ตกลงค่ามัดจำจ่ายวันที่เข้าอยู่ โอเคครับ มาถึงวันที่เข้าอยู่เลยวันนั้นผมจำได้ว่าเป็นวันเสาร์เพราะตัวผมเองรับน้องวันจันทร์พ่อแม่ผมเอาข้าวของมาส่งมาจัดห้องตามปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติให้ห้องนี้คือแผ่นฟ่าเพดานที่ผิดสีไปจากเพื่อนส่วนมากแล้วฟ่าจะเป็นสีขาวสะส่านใหญ่ แต่แผ่นนี้มันเป็นสีชมพูโดนเห็นได้ชัดเลย ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไร และในห้องสิ่งที่คนเช่าคนเก่าเอาไปไม่หมดคือพวกโปสเตอร์รูปพุตบอล รูปรถ ติดเต็มห้องไปหมดเลยซึ่งเห็นได้ว่าคนเช่าก่อนหน้านี้เป็นผู้ชายแน่นอนผมไม่ได้เอาออกหรอกครับเพราะผมก็ชอบเหมือนกัน จนเวลาผ่านไปจนค่ำแล้วพ่อกับแม่จะกลับแล้วท่านก็เลยพาผมไปกินข้าวอะไรเสร็จเรียบร้อยท่านมาส่งผมและได้บอกลากัน ผมกลับถึงห้องนี้ประมาณ 19:30 โอเคเหนื่อยมาทั้งวันแล้วขอนอนพักผ่อนก่อนละกัน ผมกะว่าจะอาบก่อนและค่อยนอน ขณะที่ผมกำลังจะอาบน้ำ ก็มีคนมาเคาะประตู 3ครั้ง เคาะแบบช้าๆ ก็อก...ก็อก...ก็อก ประตูห้องในตอนนั้นไม่มีตาแมวนะครับ ผมจึงตะโกนถามไปนั้นใครครับ ก็เงียบ ผมเลยคิดว่าเคาะผิดห้องป่าว ไม่ได้สนใจผมเลยเข้าไปอาบน้ำ(ห้องเป็นแบบห้องน้ำในตัวนะครับ)ระหว่างอาบน้ำก็เสียงเคาะขึ้นมาอีกผมเลยหยุดและฟังว่าจะมีคนเรียกมั้ย เพราะตอนนั้นผมยังไม่ได้บอกใครเลยว่าผมพักที่ไหนเพื่อนผมก็ยังไม่รู้มีแค่พ่อแม่ผมที่รู้ เลยคิดในใจว่าเห้ยใครแกล้งประเนี่ยผมเลยรีบอาบนุ่งผ้าขนหนูมาเปิด ว่างเปล่าครับไม่มีอะไรเลยมีแค่ไฟทางเดินที่เปิดอยู่และทุกห้องก็ปิดประตูไม่มีคนไม่มีเสียงอะไรเลยจนผมคิดว่าโดนแกล้งแน่ๆ เพราะคนที่พักที่นี่มีแต่วัยรุ่น น่าจะโดนพวกวัยรุ่นแกล้งแน่ๆผมก็ชักจะหงุดหงิดคิดในใจถ้าเปิดทันจะด่าให้ ผมก็ปิดประตู จนเวลาผ่านไปถึง 20:40ผมว่างโทรศัพและตั้งนาฬิกาปลุก นอนไปได้สักพักมีเสียงคนเดินหน้าห้อง แต่คราวนี้ไม่ได้เคาะ เดินกลับไปกลับมา2รอบ เดินไปแล้วเดินมาหยุดที่หน้าห้องผม ที่ผมรู้ว่าอยู่หน้าห้องผมเพราะไฟทางเดินส่องและผมเห็นเงานั้นได้จากช่องข้างล่างของประตู ผมคิดแค่ว่ามันมาแล้วมาแกล้งกูอีกแน่ๆผมเลยค่อยๆลุกและเดินไปที่ประตูแบบเงียบๆ(กะว่าจะเปิดแบบไม่ให้มันตั้งตัวจะได้หนีไม่ทัน)พอผมเดินถึงประตูผมเปิดทันที แต่ภาพที่เห็น ว่างเปล่าและเงียบสงัด ในตอนนั้นผมเริ่มใจไม่ดีแล้วความกลัวความสับสนเอามาพร้อมกันตอนนั้นเวลา 4ทุ่มกว่าๆ ผมไม่รู้จะทำยังไงเลยโทรไปหาแม่แต่แม่ไม่นรับสายโทรหาพ่อก็ไม่รับสายจะออกไปข้างนอกก็ไม่รู้จะไปไหนเพื่อนแถวนี้ก็ไม่มีผมโทรไปหาเพื่อนที่สนิทกันโล่งอกเพื่อนรับสายผมจึงขอให้เพื่อนคุยกับผมก่อนและเล่าเหตุการทั้งหมดให้เพื่อนฟัง เพื่อนเลยถามว่าไปเข้าพักอ่ะได้บอกเจ้าที่เจ้าทางมั้ยได้ไหว้พระก่อนนอนรึป่าว ผมเลยคิดได้ว่ายังไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเลย ในตอนนั้นได้แต่พนมมือ เพราะธูปเทียนอะไรก็ไม่มี พูดอะไรได้ตอนนั้นพูดไปหมด ไหว้พระ ก็สบายใจขึ้นมาในระดับนึ่งและอยู่ๆสัญาญาณโทรศัพก็ขาดๆหายๆ เพื่อนผมเลยตัดสายไป ผมเลยพยายามโทรไปเพื่อนครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่ติด ได้แต่เปิดไฟและนอนภาวนาให้เช้าเร็วๆ ผมก็เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ ผมตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงเหมือนหนูวิ่งอยู่บนฟ่าเพดานผมเลยไม่ได้สนใจเลยนอนต่อ แต่เสียงนั่นมันดังขึ้นอีกเหมือนมีหนูหลายๆตัววิ่งอยู่ข้างบนผมเลยลืมตาและมองไปรอบๆห้องแล้วเสียงก็เงียบไปแต่... ทุกคนครับจำฝ่าที่มันสีผิดเพื่อนไปได้มั้ยครับตอนนี้มันหายไปครับแต่มีสิ่งหนึ่งยื่นลงมาแทนหยักใย่ขาวๆดำๆยาวๆทุกคนคิดว่ามันเหมือนอะไรครับ ใช่ครับความคิดแรกของผมคิดว่าเส้นผมแน่ๆเลย ตอนนั้นแท่บจะสติแตกกลัวมากๆเลยได้แต่ข่มตานอนตอนนั้นเวลาเกือบๆจะตี3ผมนอนไม่หลับและพยายามจะไม่มองสิ่งๆนั้นแต่ผมชำเรืองไปมองมันยาวลงมากว่าเดิมตอนนั้นได้แต่สวดมนต์และขอสิ่งศักสิทธคุ้มครองผมและได้มีเสียงมีอะไรหนักๆเลื่อนอยู่บนฝ่าเพดาน(ตอนนั้นผมคลุมโปงไปแล้ว)เสียงนั้นเงียบไป ผมได้รวบรวมความกล้าเปิดผ้าออกมาดูนิดๆแต่สิ่งที่เห็นมันร้ายแรงกว่าเดิมนั้นคือใบหน้าของผู้หญิงเห็นตั้งแต่หน้าผากจนถึงสันดั่งไม่เห็นจมูกจนไปถึงปากน่าขาวซีดจ้องมองมาที่ผมจนตอนนั้นได้ผมร้องไห้และทำอะไรไม่ถูกนึกถึงหน้าพ่อหน้าแม่และผมได้ยินเสียงเดิมเหมือนมีอะไรเลื่อนอยู่บนฝ่าเพดาน แต่ครั้งนี้ผมไม่กล้าที่จะเปิดดูเพราะผมกลัวภาพที่จะเห็นตอนนั้นกลัวไปหมดจะ จนผมคิดว่าจะลุกและรีบวิ่งไปที่ประตูและไปเซเว่นรอจนถึงเช้าแล้วจะโทรหาพ่อแม่ ผมลุกขึ้นและพายายามที่จะไม่มองแต่กลับเห็นผู้หญิงคนนั้นลงมาครึ่งตัวแล้วทุกคนเข้าใจความรู้สึกที่ว่าจะวิ่งก็วิ่งไม่ได้มั้ยครับที่บอกว่าขาตายผมก็ได้รู้วันนี้แหละผมทั้งกลัวทั้งร้องไห้ตอนนั้นเกือบจะเช้าแล้ว แต่เธอคนนั้นก็ยังไม่ไปไหน จนตอนนั้นผมทั้งสั่นทั้งสติแตก แต่แล้วก็มีเสียงโทรศัพดังขึ้นแม่ผมโทรมาเวลา5:00 ผมดีใจรีบกดรับสาย ผมพูดไม่เป็นคำร้องไห้หนักกว่าเดิม
แม่: โทรมามีอะไรลูกแม่ไม่ได้รับแม่นอนแล้วตอนนั้น
ผม: #@$%^@@$@%#$#$^#$
แม่:มีอะไรลูกค่อยๆพูดเป็นอะไร
ผม:ผีหลอกแม่ผีหลอก
.
.
.
ตัดจบไว้ก่อนนะครับ พาส2 เฉลยทั้งหมด เรื่องราวทั้งหมดถ้ามีคนชอบผมจะได้มาถ่ายทอดต่อนะครับ วันนี้ดึกมากแล้วผมขอตัวนอนก่อนนะครับ ราตรีสวัสครับ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะครับ