นางมาคันทิยา ผู้ผูกอาฆาตพระพุทธเจ้า และสังหารหมู่โสดาบัน 501 คน เธอมีสิทธิจะโกรธพระพุทธเจ้าหรือไม่ เมื่อพระองค์ทรง......



จุดจบ " พระนางมาคันทิยา " ผู้ผูกความอาฆาตแค้นพระพุทธเจ้า ในสมัยพุทธกาล

เรื่องจริงในสมัยพุทธกาล ความผูกอาฆาตแค้น เพราะพระพุทธองค์ไม่ทรงปรารถนารับพระนางไว้เป็นภรรยา ทำให้คิดแก้แค้น จงเกลียด จงชัง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่สุดท้าย ความแค้นนั้นก็ทำร้ายตัวเองอย่างน่าสงสารและสยดสยอง

 ครั้งหนึ่ง ณ แคว้นปัญจาละที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแคว้นโกศล มีกรุงโกสัมพีเป็นเมืองหลวง เมื่อพระพุทธองค์เข้าไปในเมือง ทรงถูกเหล่าชนมิจฉาทิฏฐิ ซึ่งได้รับสินจ้างจากพระนางมาคันทิยาผู้ผูกอาฆาตในพระพุทธองค์ ติดตามด่าว่าเยาะเย้ยด้วยประการต่าง ๆ จนท่านพระอานนท์ทนฟังไม่ไหว ได้กราบทูลพระพุทธองค์ว่าควรจะเสด็จหนีไปเมืองอื่นเสีย แต่พระพุทธองค์ไม่ทรงเห็นด้วย ทรงตรัสว่า เรื่องเกิดขึ้นที่ไหนก็ควรทำให้สงบ ณ ที่นั้นเสียก่อน จึงค่อยไปที่อื่น 

ส่วนมูลเหตุที่นางมาคันทิยาผูกอาฆาตพระพุทธเจ้า เกิดจากเมื่อตอนที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ใหม่ ๆ พระพุทธเจ้าทรงเสด็จไปโปรดแสดงธรรมแก่บิดาและมารดาของนางมาคันทิยา(ตอนนั้นยังเป็นเด็กรุ่น) เมื่อบิดามารดาของนางคันทิยาเห็นรูปลักษณะของพระพุทธเจ้า จึงประสงค์จะยกลูกสาวที่ใคร ๆ ก็ชมว่าสวยงามมาก ให้เป็นภรรยาพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงตรัสทำนองว่า อย่าประสงค์ยกลูกสาวให้พระองค์เลย เพราะ 

>>>>>   แม้แต่ปลายเล็บ พระองค์ก็ไม่พึงประสงค์ที่จะมองเลย <<<<<     

 นางคันทิยาได้ฟังจึงโกรธแค้นและผูกอาฆาตมาตั้งแต่นั้น แต่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมให้บิดานางคันทิยาบรรลุเป็นพระอนาคามี ส่วนมารดาบรรลุเป็นพระโสดาบัน 

@  อันนี้ถ้าว่ากันตามจริง  เด็กสาวมีสิทธิจะโกรธไหมครับเมื่อมีใครมาพูดถึงเค้าแบบนั้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
และด้วยคำพูดนี้เองจึงกลายเป็นปมในวัยเด็กที่ไม่ลบเลือนไปของเด็กสาว   กลับกลายมาเป็นความผูกพยาบาทในเวลาต่อมา       คำถามคือ  ตัดคำว่าพระพุทธเจ้าออกไป  ขอถามแค่ว่า  เด็กสาวมีสิทธิโกรธไหมที่โดนพูดถึงเธอแบบนี้  และกลายมาเป็นปมทางจิตตั้งแต่วัยเด็กจนโต ?
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
พระดำรัสนั้น ทรงตรัสเจาะจงแก่มารดาบิดาของนาง

ซึ่งเมื่อตรัสจบแล้ว ทั้งสองท่านก็กำหนดธรรมที่ควรกำหนดรู้

คือ เห็นโทษของรูป โดยมีรูปของลูกสาวที่เต็มไปด้วยอุจาระปัสสาวะ ที่ได้ประสบพบมาเป็นอุทาหรณ์

จากเดิมที่ทั้งสองท่านทั้งรักทั้งหลงทั้งหวงทั้งห่วงลูกสาว

ก็สามารถคลายความกำหนัดลุ่มหลง บรรลุตติยมรรคได้

ส่วนที่นางโกรธนั้นก็เป็นความผิดของนาง ที่ไปคิดว่าคนเช่นนางเป็นผู้สมควรได้พระพุทธเจ้า

อย่าว่าแต่พระพุทธเจ้าเลย ต่อให้เป็นพระหนุ่มเณรน้อยก็ไม่สมควร

การที่นางเกิดตัณหาอุปาทานยึดมั่นว่าจะได้รูปนั้นเป็นของของตน เป็นความผิดของนางเอง โดนติเข้าก็สมควร
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่