"น้าค่อม" ทรุดหนักจริง ล่าสุดใช้เครื่อง ecmo เพราะหายใจเองไม่ได้


จากกรณีที่น้าค่อม ชวนชื่น ตลกชื่อดัง ติดโควิด 19 แต่ต่อมาปรากฏว่า อาการของน้าค่อมทรุดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากน้าค่อมมีอาการไตวาย ทางเดียวที่จะรักษาให้หาย คือต้องเอาเชื้อโควิดออกจากปอดให้ได้

ล่าสุด 24 เมษายน 2564 ในคลับเฮ้าส์ หนุ่ม กรรชัย ได้พูดถึงอาการของน้าค่อมว่า ตอนแรกน้าค่อมรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสินแพทย์ ในวันที่ 13 เมษายน น้าค่อมได้ให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส และยืนยันว่าตัวเองสบายดี แต่พอถึงวันที่ 14 เมษายน ได้มีการพาน้าค่อมไปเอกซเรย์ปอด แล้วพบว่าน้าค่อมมีจุดที่ปอด และมีอาการหายใจติดขัด และส่งตัวน้าค่อมไปที่โรงพยาบาลวิภาราม น้าค่อมมีอาการหายใจไม่ได้ และต้องให้เครื่องออกซิเจนในจมูก และให้ยาน้าค่อมเลย

ทั้งนี้ อาการของน้าค่อมแย่ลง และเริ่มหายใจเองไม่ได้ จำเป็นต้องสอดท่อเครื่องช่วยหายใจ เพราะน้าค่อมหายใจเองไม่ได้ หมอต้องให้นอนคว่ำหน้า และให้ยาประเมินอาการไปเรื่อย ๆ

และตอนเช้าของเมื่อวานซืนที่ผ่านมา น้าค่อมมีอาการไตวายเฉียบพลัน จึงโทร. ไปบอกญาติเพื่อขอให้ฟอกไต ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะทำได้ในตอนนี้ และล่าสุด น้าค่อมทรุดหนักจนต้องส่งตัวน้าค่อมไปรักษาที่รามาฯ สภาพตอนนี้คือน้าค่อมไม่รู้เรื่องแล้ว นอนอย่างเดียว และครอบครัวก็ต้องกักตัวที่บ้าน

ทั้งนี้ เครื่องช่วยหายใจ หรือเครื่อง ecmo ทำหน้าที่คล้ายปอดหรือหัวใจเทียม มีเฉพาะตามโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ซึ่งคนที่ใช้เครื่องนี้นั้น แสดงว่าปอดและหัวใจอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอเกินกว่าที่จะทำงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเครื่องนี้ไม่ได้ทำหน้าที่รักษา เพียงแค่พยุงอาการให้พ้นไป เพื่อให้ปอดและหัวใจได้พักฟื้นเท่านั้น

ขอขอบพระคุณ


คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 18
เคสอาม่ามันสะเทือนใจมากจนหลายคนต้องหาแพะรับบาป แต่เคสนี้คือคนป่วยอีกเคส ไม่เกี่ยวข้องกัน

โปรดมีความเมตตา อย่าให้ร้ายคนป่วยและครอบครัวคนป่วยเลย อาการเขาโอกาสหายน้อยจริงๆ อย่าให้ร้ายเขาในเวลาที่อาจเป็นช่วงสุดท้ายของชีวิต

ส่วนพวกโง่ๆ ที่ออกมาด้วยเหตุผลโง่ๆ ว่าเขาดัง เขาจึงควรได้ทางลัด จงรู้ไว้ว่าคุณได้เพิ่มปัญหาให้คนป่วยและครอบครัวของเขา

ในเวลาแบบนี้ กรุณาใช้ความเป็นมนุษย์ของเรา ช่วยเหลือและเมตตาต่อกันให้มากๆ อย่านำความทุกข์ของคนอื่นมาเป็นข้อได้เปรียบทางการเมืองมันไม่มีความเป็นคน มีแต่ความอยากเอาชนะกัน

ขอเเป็นกำลังใจให้ครอบครัวคนป่วยทุกคนนะคะ เราได้บริจากเล็กน้อยช่วย รพจุฬาทำ รพ สนาม ได้ข่าวว่า รพอื่นๆก็มีโครงการนี้ อยากชวนทุกคนใครทำอะไรได้เท่าไหร่ช่วยกันนะคะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 13
"การที่ต้องการรักษาเซเลบเพื่อสร้างความหวังทั้งประเทศ" <--  ไม่จริงเลยค่ะ เพราะในมุม สธ ในกรณีที่ resource จำกัด เค้าจะ "ช่วยคนที่อาการหนักก่อนค่ะ" เค้าจะแยกคนไข้เป็นสีแดง เหลือง เขียว  ถ้าเป็นเคสแดงเข้ามา เค้าก็ต้องมองเป็น priority แรกก่อน และมีการส่งตัวไปยัง resource ที่สามารถรองรับเคสเหล่านี้ได้ (ถึงได้มีการส่งไปรามาในที่สุด เพราะ รพ ใหญ่ อุปกรณ์ครบ ) เค้าไม่สนใจหรอกว่า เป็นคนดังหรือคนจรจัดหรือเปล่า  แต่ถ้ามาถึงมือหมอแล้ว เขามีหน้าที่ช่วยชีวิตเท่านั้น

หลักๆจึงอยู่ที่ระบบส่งตัวให้ถึง resource ตรงนั้นต่างหาก ซึ่งมันอาศัยหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นก็คือ ระบบที่รองรับที่สามารถจัดการส่งคนไข้ไปยัง resource ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  แต่ในสภาวะที่ระบบนี้ไม่รองรับ ก็มีแต่ manual รัวๆ และใครมีความสามารถในการหา resource ที่ว่างได้ก่อนก็คือผู้ชนะไปค่ะ

ซึ่งกรณีน้าค่อมนั้น ต่างจากกรณีผู้ว่าสมุทรสาคร มาก ตรงที่  ณ ตอนนี้  มีแต่เคสสีแดงเต็มไปหมด และ resource เราก็ไม่เพียงพอ และถ้ามีเคสสีแดงมาพร้อมๆกัน ในขณะที่ระบบแจกคนไข้ไปยัง resource อย่างทั่วถึงใช้ไม่ได้  มันก็จะเข้าหลักการไปว่า ใครที่มีความสามารถเข้าถึง resource ก่อน คนนั้นก็มีโอกาสรอดก่อนค่ะ  เช่นกรณีน้าค่อมนี่ เตียง discharge พอดี   ถ้ามีน้าค่อมคนเดียวก็เรียกได้ว่าเป็นไปตามกระบวนการรักษาที่ถูกต้อง  แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ?  และปัญหาคือ คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า ตอนนั้น มีคนไข้สีแดงกี่คน ในเมื่อทางผู้บริหารไม่มีทางพูดความจริงอยู่แล้ว เพราะเขาก็มีอนาคตการงานและครอบครัวอยู่ข้างหลัง เป็นคุณก็ไม่เสี่ยงพูดความจริงหรอก เพราะงั้นเราจึงได้ยินที่ ผอ ออกมาพูดในสิ่งที่ทุกคนก็คาดการณ์ได้อยู่แล้ว โดยที่เราไม่มีทางรู้ความจริงอะไรได้เลย

เรื่องของชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ ณ เวลานี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่หมอเค้ามาคิดถึงแล้วล่ะ ไม่ว่าจะผู้บริหารหรือรัฐบาลไรก็เถอะ  หลักๆคือมีคนไข้ ก็รักษากันไป เท่าที่ทำได้เต็มที่ของเขาเท่านั้น และใครมาถึงก่อนก็ยก resource ให้เขาไป ก็แค่นั้น  ส่วนเรื่องดังไม่ดัง สื่อเป็นคนเลือกเสนอข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองค่ะ  เพราะคนดังยังไงก็เรียกให้คนสนใจมากกว่าประชาชนตาดำๆทั่วๆไปอยู่แล้ว

ส่วนเคสผู้ว่าสมุทรสาคร อันนี้เห็นด้วยที่ว่า น่าจะมีความตั้งใจเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในหลายๆอย่าง  เพราะท่านเป็นคนทำงานและทุกคนก็เห็นว่าท่านทำงานหนักมาก ทุกคนก็อยากให้กำลังใจคนทำงานหนักเพื่อช่วยผู้คนกันทั้งนั้น + ตอนนั้นโควิดไม่ได้ระบาดแบบตอนนี้ สมุทรสาครสามารถใช้ model โรงพยาบาลสนามคุมได้ โดยแทบไม่กระทบกำลังของ รพ เลย (ข้อมูลนี้จากคนพื้นที่เลยค่ะ) จึงทำให้มีกำลังรักษาผู้ว่าได้อย่างเต็มที่ และสื่อก็ตีเสนอข่าวดังๆ เพราะผู้ว่าเขาเป็นคนที่สังคมจับตาอยู่ ก็เป็นเรื่องของผลประโยชน์ของฝั่งสื่อไป เรียกว่า win-win กันทุกฝ่าย

ปล.. เราไม่ได้ดราม่า หรือจะต่อว่าเรื่องอภิสิทธิ์ใดๆ  เราต้องการนำเสนอในมุม FACT ว่า เคสน้าค่อมนี้มันคือความพยายามของทุกฝ่ายแล้ว ในสภาวะที่ระบบเราไม่มีความพร้อมได้อย่างถูกต้องตามหลักที่ควรจะเป็น  เพราะฉะนั้น ใครที่ดิ้นและถึงมือผู้มีความสามารถในการส่งตัว คนนั้นก็คือผู้ชนะไป  ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม สามารถเทียบได้ง่ายๆว่า การไลฟ์สดเรียกหาเตียงจะได้เตียงง่ายกว่า การโทรไปเบอร์ ที่มีแต่คนแย่งกันโทร และดำเนินไปตาม process แบบ manual ที่เข้าคิวกันรัวๆ  นั่นเพราะการไลฟ์สด ทำให้เข้าถึงผู้คนที่มีความหลากหลาย ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจจะมีความสามารถเข้าถึง คนที่ส่งตัวไป รพ ได้นั่นเอง (เช่นเคสเด็กทารกที่ติดโควิด ก็ได้ความช่วยเหลือ จากคนใจบุญคนนึงที่มี contact กับ ผอ รพ ภูมิพลได้นั่นเอง)

มันคือ inconvenience truth ในประเทศนี้ค่ะ  ต้องทำใจและพยายามเข้าใจกันนิดนึง  และกรณีถ้าป่วยขึ้นมา ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม อย่าเอาแต่โทรศัพท์แล้วเฝ้ารอ แต่พยายามตะโกนดังๆทุกช่องทางเพื่อค้นหา คนผู้นั้นที่จะสามารถเข้าถึงการส่งตัวไปยัง resource ที่ต้องการได้ จนกว่าประเทศนี้จะมีระบบที่จัดการการเข้าถึง resource เหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ ก็คงได้แต่หวังว่าจะมีการพัฒนาหลังจากจบเหตุการณ์นี้ไป
ความคิดเห็นที่ 10
ตอบดักคอ กระแสต่อต้านเคสน้าค่อมตอนนี้นะคะ
หลายคนก็ดราม่าเกินไปนะคะ ...

สำหรับเรา การที่ต้องรักษาเซเลบ (บางคนที่ดีดี) ที่อาการหนัก ให้รอดชีวิตกลับมาได้  ..
มันคือการสร้างความหวังกำลังใจให้คนทั้งประเทศ

... เหมือนที่แพทย์ระดมรักษา ผู้ว่าสมุทรสาคร  จนหายกลับมาได้ ... ทำให้คนไทยมีความหวัง ลดความกลัวได้
ถ้ารักษาคนแก่#2095ที่ไม่เป็นที่รู้จัก  ก็ไม่ได้ออกข่าว ให้รายละเอียด   เอามาเป็น MODEL กำลังใจแก่คนทั้งประเทศ
ตอนนี้เอ่ยคำว่า "ผู้ว่าสมุทรสาคร"  คนไทยฟีลกู๊ด อิ่มใจ มีความหวัง  ศรัทธาในแพทย์ไทย

.... มันเป็นข้อดีมหาศาล คือยาจิตเวทให้คนทั้งประเทศ  (แต่ตอนนี้บางคนเจือกทำเป็นดราม่า ยาพิษ)
(ดีกว่า มีแต่ข่าว  ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ... คนแก่ต้องตาย  คนมีโรคประจำตัวต้องตาย คนอ้วนต้องตาย ... หลอนจะบ้าแล้ว)
"ความหวัง" เป็นสิ่งที่ต้องเร่งบรรจุในใจคนไทย ... เคสยากๆ ดังๆ เรารักษาให้เป็นกำลังใจ น่าจะดี

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

เราว่า หลายคนเข้าใจนะคะ ... ตอนนี้มีแต่ข่าวแย่ๆ  กับคนวิจารณ์เยอะๆ
มันควรจะมีข่าว หาย หาย หาย ... ควรต้องใส่ ความหวัง ให้กับคนไทย ก่อนที่ทั้งชาติจะวิปริตกว่านี้

เพิ่มเติม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เราเพียงแค่ ให้มุมมองแปลกๆ ว่ายังมีส่วนดีดีอยู่บ้าง (จากความอภิสิทธิ์นี้)  อย่างน้อยการรักษาเคสยากๆให้รอด ก็สร้างความหวัง
... ตอนนี้ไทยเรา ทั้ง Depress หดหู่สิ้นหวังกลัว .. ทั้ง Mania บ้า,วิจารณ์,ดราม่า,ประสาท เยอะเกินไปแล้ว
... Balance หน่อยเถอะ ..

คห.13 ตอบความเป็นจริงถูกต้อง "ตอนนี้ต้องตะโกนให้ดัง เพื่อให้เข้าถึงResourceที่ไม่เพียงพอ"
คห.18 ตอบถูกต้อง "ตอนนี้หลายคนลืมความเป็นมนุษย์ไปแล้ว"
ความคิดเห็นที่ 20
ปกติเรื่องนี้จะไม่เป็นดราม่าเลย ถ้าไทยอยู่ในสถานการณ์ปกติ ผมมั่นใจว่าคุณบอลที่ออกมาโพส ก็คงไม่โดนอะไรแบบนี้

ปัญหาคือ ตอนนี้สถานการณ์มันไม่ปกติ มีคนป่วยหนักที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้  ในขณะที่อีกคนได้เข้าถึงมือหมอแล้ว แต่ยังจะขอเพิ่มอีกเพราะป่วยหนักเช่นกัน

โดยส่วนตัวเห็นใจทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครอยากตาย ทุกคนกระยิ้มกระสนอย่างที่สุดที่จะมีชีวิตรอดไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนรวยหรือคนจน คนมีสปอตไลท์หรือคนที่อยู่ในมุมมืด ทุกคนย่อมอยากให้เห็นมือที่ตัวเองยกขอความช่วยเหลือกันทั้งนั้น

จุดนี้เองแสดงให้เห็นว่าบริการสาธารณสุขของไทยเราในตอนนี้มันเริ่มมีปัญหาในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด จนคนเริ่มหงุดหงิดและไม่เข้าใจว่าทำไมคนนั้นได้แล้วทำไมฉันไม่ได้

ทั้งที่ไทยเป็นอันดับ 6 ของความปลอดภัยสาธารสุขโลก แต่เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เป็นสิ่งที่น่าคบคิด
https://www.ghsindex.org/
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่