ทำไมเรียกกรุงศรีอยุธยา ว่า อโยธยา

กรุงอโยธายาคือเมืองเดิมก่อนตั้งกรุงอยุธยาแล้วทำไมตั้งเมืองอยุธยาแล้วยังเรียกว่าอโยธยาอีก
เหมือนเคยอ่านว่าชื่ออยุธยาพึ่งมาตั้งในสมัยพระนเรศรว แต่ทำไมพวกหนัง-ละคร ที่เป็นช่วงกรุงศรีตอนปลาย ยังเรียกอยุธยาว่าอโยธายาอยู่ในเมื่อเปลื่ยน
ชื่อเมืองแล้ว
ความคิดเห็นจาก Expert Account
ความคิดเห็นที่ 2
เรื่องที่ว่าเมืองเดิมชื่อ "อโยธยา" แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น "อยุธยา" เป็นข้อสันนิษฐานของนักประวัติศาสตร์ครับ   

นักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่ามีรัฐโบราณชื่อ "อโยธยา" (มาจากชื่อเมืองอโยธยาของพระรามในอินเดีย) ที่ฝั่งตะวันออกของเกาะเมืองอยุธยาในปัจจุบัน  เพราะพบหลักฐานทางโบราณคดีที่เก่าแก่กว่ากรุงศรีอยุทธยาอยู่ในบริเวณนั้นมาก โดยและอ้างอิงจากหลักฐานเชิงตำนานและศิลาจารึกต่างๆ  สันนิษฐานน่าจะเป็นศูนย์กลางการปกครองเดิมในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีสายสัมพันธ์สืบเนื่องจากละโว้   

เมื่อเกิดห่าหรือกาฬโรคระบาด สมเด็จพระเจ้ารามาธิบดี (อู่ทอง) จึงย้ายตัวเมืองเข้ามาอยู่ในบริเวณเกาะเมืองในปัจจุบัน ซึ่งมีนักประวัติศาสตร์บางคน เช่น สุจิตต์ วงษ์เทศ สันนิษฐานว่าคงจะเปลี่ยนชื่อเมืองจาก "อโยธยา" เป็น "อยุทธยา" เป็นการแก้เคล็ดหรือล้างอุบาทว์


แต่ทั้งนี้ไม่ได้มีหลักฐานบันทึกว่ามีการเปลี่ยนชื่ออย่างชัดเจน   และในทางภาษาศาสตร์คำว่า "อโยธยา" กับ "อยุทธยา" ก็มีความหมายเดียวกันคือ "เมืองที่ไม่อาจต่อรบ" เพียงแต่แผลงรูปสระจาก โอ เป็น  อุ  เท่านั้น     



จริงๆ แล้วสมเด็จพระเจ้ารามาธิบดีอาจจะแค่ย้ายที่ตั้งเมืองเท่านั้น  เพียงแต่ชื่อเมืองอาจจะมีการเรียกแผลงสลับไปทั้งสองแบบอยู่แล้วก็เป็นได้ครับ


ทั้งนี้เอกสารตำนานต่างๆ ในยุคหลังก็มีการเรียกเมืองเดิมก่อนสถาปนากรุงศรีอยุทธยาว่า "อยุทธยา" สลับกับ "อโยธยา" อยู่จำนวนมาก (แต่ทั้งนี้เราอาจจะสงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นการเรียกตามชื่อตามภาษาของยุคหลังก็ได้) เช่น

- ตำนานพระธาตุดอยสุเทพกล่าวถึงพระอโนมทัสสีและพระสุมนะเถระซึ่งเป็นลูกเจ้าเมืองสุโขทัยได้ไปบวชเรียนที่เมือง “อายุทธิยา” ก่อน พ.ศ. ๑๘๗๕ และได้กลับมาเมืองสุโขทัย

- ตำนานมูลศาสนา ซึ่งเป็นเรียงความทางศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดที่พบของไทย แต่งในรัชสมัยพญากือนาแห่งเชียงใหม่ กล่าวถึงพระเถระทั้ง ๒ รูปไว้ใกล้เคียงกันว่า “เจ้าไททั้ง ๒ ตนนี้ เป็นลูกศิษย์มหาบรรพตะสังฆราชในเมืองสุโขทัย เจ้าไทยทั้งสองลงไปเรียนเอาพระไตรปิฎกทั้ง ๓ ในเมืองอโยธยาโพ้น แล้วกลับมาสู่สำนักของมหาบรรพตะสังฆราชดังเก่านั้นแล” ภายหลังได้ไปอยู่เมืองนครพัน

- ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ (คือพงศาวดารเชียงใหม่) ระบุว่าพระญาร่วงหรือพ่อขุนรามคำแหงเป็นญาติกับกษัตริยอยุทธยา “อัน ๑ พระญาสรีสธัมมราชนคอรหลวง กับพระญาสรีอยุทธยาอันเปนญาติพระญาร่วง”

- ตำนานสิงหนวติระบุว่าเมื่อพระยายีบาแห่งหริภุญชัยรบแพ้พระยามังราย พญายีบาหนีมาเมืองนครเขลางค์ได้ขอกำลังจากเมืองอโยธยามาช่วย และต่อมาระบุว่าพระยาอโยธยาได้มาร่วมในพิธีราชาภิเษกพระยามังรายเป็นกษัตริย์พร้อมกับพระยาร่วงและพระยางำเมืองด้วย

- ตำนานพระพุทธสิหิงค์ (สิหิงคนิทาน) แต่งโดยพระโพธิรังษีในราว พ.ศ. ๑๙๖๐ ระบุเขตแดนของพระเจ้าสุรังควรราชคือพระร่วงเมืองสุโขทัย (ในที่นี้หมายถึงพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ แต่น่าจะหมายถึงพ่อขุนรามคำแหงมากกว่า) ว่า “พระองค์มีราชอาณาจักรแผ่ไพศาลกว้างขวาง ตั้งแต่แม่น้ำเหนือขึ้นไป (มาติกาคังคา) โดยลำดับที่สุดแม่น้ำน่าน ด้านใต้จรดอโยธยานคร ตลอดถึงแคว้นศิริธรรมราช” คือไม่ได้รวมอโยธยาไว้ในอำนาจด้วย

- พงศาวดารเหนือ กล่าวถึงเมือง "อยุทธยา" ก่อนสมัยกรุงศรีอยู่หลายตอน  


แม้จะสถาปนากรุงศรีอยุทธยาแล้ว ก็ยังปรากฏใช้ชื่อ "อโยธยา" อยู่ซึ่งพบมากในหลักฐานสมัยอยุทธยาก่อนเสียกรุง พ.ศ. ๒๑๑๒ เช่น

- จารึกวัดเขากบ จังหวัดนครสวรรค์ พุทธศตวรรษที่ ๒๐ กล่าวถึงการเดินทางของสมเด็จมหาเถรศรีศรัทธาราชจุลามุนีศรีรัตนลังกาทวีปไปเสด็จจาริกแสวงบุญที่ลังกา โดยในขากลับได้เดินทางผ่านเมือง “อโยทยา”

- จารึกวัดส่องคบ จังหวัดชัยนาท พ.ศ. ๑๙๕๑ กล่าวถึขุนเพชญสารเจ้าเมืองไชยสถาน (ชัยนาท) ให้ทำบุญสร้างกุฎีวิหารใน "สฺริอโยทยา"

- หลักฐานพม่าคือกวีนิพนธ์ของเชงโอห์นเนียว (Shin Ohn Nyo) เป็นกลอนภาษาบาลี ๖๐ บท  พ.ศ. ๒๐๖๐  และบทกวีของเชงอัคคสมาธิ (Shin Aggasamadhi) ซึ่งเกี่ยวข้องกับมัคฆเทวะ (Magghadeva) พ.ศ. ๒๐๗๑ มีการใช้คำว่า "โยธยา"   (พม่าในสมัยหลังยังคงเรียกชาวอยุทธยาว่า 'โยทยา' ယိုးဒယား  ออกเสียงแบบพม่าว่า โยดะยา/โยเดีย)

- จารึกวัดพระธาตุศรีสองรัก พ.ศ. ๒๑๐๓ ด้านภาษาไทยเรียก "กฺรุงพฺระนครศฺรีอโยธฺยา"

- สมุดภาพไตรภูมิกรุงศรีอยุธยา เล่มที่ ๖ อายุประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๒ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๓  ในส่วนแผนที่สะกดชื่อเมืองอยุทธยาว่า "ศรีโยท่ญา"  

- วรรณกรรมสมัยต้นอยุทธยาหลายชื้น เช่น ยวนพ่ายที่เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถเรียก "พระนครอโยทธยา"  ลิลิตพระลอเรียก "พระนครศรีอโยธยา"


ด้วยเหตุที่นักประวัติศาสตร์ยังไม่พบหลักฐานชั้นต้นที่เรียกชื่อเมืองว่า "อยุทธยา" ช่วงก่อนเสียกรุง พ.ศ. ๒๑๑๒ ทำให้วิเคราะห์ว่าก่อนเสียกรุงอาจมีชื่อเมืองเป็นทางการว่า "อโยธยา" แล้วเปลี่ยนมาเรียก "อยุทธยา" หลังเสียกรุง    โดยหลักฐานจารึกชั้นต้นที่ไม่ได้เรียกชื่อเมืองว่า "อโยธยา" ชิ้นแรกที่พบในปัจจุบันคือจารึกพระราชมุนี (จารึกหลักที่ ๓๑๔/K ๑๐๐๖) พบที่พนมกุเลนจารึกด้วยอักษรขอมอยุทธยา ภาษาไทย  สันนิษฐานว่าสร้างใน พ.ศ. ๒๑๒๖ รัชกาลสมเด็จพระธรรมราชาธิราช เรียกชื่อว่า "สรียุทธยา"


แต่ทั้งนี้ส่วนตัวผมห็นว่าน่าจะมีการเรียก "อยุทธยา" มาก่อนเสียกรุง พ.ศ. ๒๑๑๒ แล้ว สลับไปมากับ "อโยธยา"  เพราะมีหลักฐานลายลักษณ์ที่สะกด "อยุทธยา" ตั้งแต่ก่อนเสียกรุง พ.ศ. ๒๑๑๒ เช่นประกาศพระราชบัญญัติกฎหมายจำนวนมากตั้งแต่สมัยสมเด็จพระรามาธิบดี (อู่ทอง)  พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุทธยาฉบับปลีก หมายเลข ๒/ก.๑๐๔  ที่บรรยายเหตุการณ์ในรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราช (เจ้าสามพญา)  หรือกำสรวลสมุทรที่เชื่อว่าแต่งในรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราช (พระอินทราชา)   แม้ว่าเอกสารเหล่านี้จะเป็นฉบับที่ชำระหรือคัดลอกมาในสมัยหลัง  แต่น่าจะมีเพียงการปรับแก้การสะกดคำเป็นหลัก  ไม่น่าถึงขนาดเปลี่ยนชื่อเมืองครับ


ในวรรณกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ก็ยังมีการเรียก "อยุทธยา" สลับ "อโยธยา" ให้เห็นอยู่จำนวนมาก เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นแค่การแผลงสระอย่างที่กล่าวมาแล้วครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่