มิล่า จามิล่าเผยถูกน้องชายใช้มีดสับหัว ตาซ้ายเกือบบอด ครอบครัวสั่งปิดปาก ลั่นต้องการความยุติธรรม

ทนไม่ไหวแล้ว “มีล่า” อดีตนักร้องอาร์เอส เผยถูกน้องชายแท้ๆ เอามีดสับหัวจนตาเกือบบอด จนต้องออกจากบ้านไปอยู่กับแฟน ด้านครอบครัวสั่งปิดปากปกปิดความผิดให้น้อง กลายเป็นแผลในใจหวาดระแวง กลัวแม้กระทั่งเสียงแตร สุดอึดอัดไม่ได้รับความยุติธรรม ในขณะที่น้องชายยังใช้ชีวิตมีความสุขเล่นเกมส์อยู่บ้าน วันนี้ขอทวงความยุติธรรม 

“มีล่า จามิล่า พันธ์พินิจ” อดีตศิลปินค่าย Kamikaze เจ้าของเพลงฮิต "ปากดี ขี้เหงา เอาแต่ใจ" หลังจากเมื่อปลายปีที่แล้วเจ้าตัวได้โพสต์ภาพที่ถูกแฟนหนุ่มคุกเข่าขอแต่งงาน ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก ทำเอาเจ้าตัวบ่อน้ำตาแตก พร้อมซีนหวานๆ กับแหวนเพชรเม็ดงามเม็ดใหญ่ทิ่มแทงตาซะเหลือเกิน

ล่าสุดมีล่าก็ได้โพสต์ความรู้สึกผ่านไอจีสตอรี่ว่า 2 ปีที่ผ่านมาต้องทนเก็บความขมขื่นและบอบช้ำ พร้อมเล่าเป็นฉากๆ ว่า ย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อนได้ถูกน้องชายทำร้ายร่างกาย ด้วยการเอามีดมาฟันที่ศีรษะ ทิ่มทะลุเข้ามาจนทำให้ตาข้างซ้ายเกือบบอด และหูซ้ายก็ไม่ได้ยิน แผลลึกไปถึงชั้นไขมันและกระดูก หลังจากนั้นมีล่าก็ได้ตัดสินใจย้ายออกมาจากบ้านไปอยู่กับแฟนที่คอนโด 

แต่ถึงย้ายไปอยู่ที่อื่นแต่เหตุการณ์นั้นทำให้เกิดความกลัวไปซะทุกอย่าง ขนาดแค่เสียงแตรรถยังตกใจกลัวเลยก็ว่าได้ โดยทางด้านครอบครัวไม่อยากให้ไปแจ้งความ ไม่อยากให้เป็นข่าว ไม่อยากให้น้องชายติดคุก และวันนี้ที่ออกมาบอกทุกคนเพราะที่ผ่านมาใช้ชีวิตแบบหวาดระแวงมาก ครอบครัวไม่เคยบอกเลยว่า สรุปแล้วจะเอายังไงกับน้องชายคนนี้ ทราบเพียงว่า เคยส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญาเท่านั้น มีล่าต้องการความยุติธรรม และเหตุการณ์นี้ยังทำให้ไม่เชื่อใจใครอีกเลย

จากนั้นมีล่าก็ได้โพสต์รูปบาดแผลที่ถูกน้องชายทำร้าย พร้อมโพสต์รูปของน้องชายตนเอง พร้อมแคปชั่นว่า “นี่คือคนที่ทำร้ายร่างกายมีล่า”
“เมื่อ 2 ปีที่แล้ว (3/6/19) มีล่าได้ถูกแอดมิดเข้าโรงพยาบาล ตอนนั้นมีล่าได้แจ้งทุกคนว่าเกิดอุบัติเหตุ แต่ความจริงไม่ใช่ค่ะ ทางครอบครัวและคนรอบข้างได้แนะนำมีล่าว่าไม่ควรบอกใครเรื่องนี้ เพราะมันเป็นเรื่องภายในครอบครัวและคนภายนอกจะมองตัวมีล่าในแง่ลบ เอาจริงๆ ก็ไม่เข้าใจทำไมบอกคนอื่นไม่ได้ คนที่บาดเจ็บและถูกทำร้ายคือตัวมีล่าเอง เป็น victim ของ abuse - แล้วต้องกลัวสังคมตัดสินด้วยหรอ?”

“เหตุผลที่ออกมาพูดวันนี้ก็เพราะว่าทนไม่ไหวแล้ว หลังจากเหตุการณ์นี้คุณหมอจิตแพทย์ได้ diagnose มีล่าว่าเป็น
PTSD (Post Traumatie Stiress Disorder) การใช้ชีวิตให้ปกติของมีล่า ไม่เหมือนเดิมเลยในสองปีที่ผ่านมา ตอนนั้นตาข้างซ้ายเปิดไม่ได้ มีแผลเป็นเต็มครึ่งบนของร่างกายรวมถึงศีรษะ คนที่ไม่รู้ก็ล้อว่าทำไมผมแหว่ง ทำไมไม่ถอดแว่นเลยตาบอดหรอ เราก็อยากบอกความจริงแต่ก็ต้องทำเป็นเนียนไปเพราะกลัวสิ่งที่ครอบครัวเตือนมา” 

“ก่อนจะอธิบายให้ทุกคนฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ใครเป็ยคนกระทำ แล้วทำไมถึงรอสองปีถึงออกมาพูด มีล่าอยากขอบคุณ @piccolospnv และ เพื่อนส่วนน้อยที่รู้เรื่อง นี้(@waiiwaii.p@pimpimookp_@preamilicious) ที่เป็นกำลังใจให้มาเสมอ การได้เล่าให้คนอื่นฟังมันช่วยให้เรารู้สึกโอเคขึ้น”

“วันอาทิตย์ที่ 2/6/19 มีล่าได้นอนพักผ่อนอยู่บ้าน เนื่องจากวันต่อมาต้องเข้าออฟฟิศไปทำงาน (ตอนนั้นทำงานอยู่บริษัทจันทร์ถึงศุกร์) วันนั้นมีแค่น้องชายและแม่บ้านที่อยู่ในบ้านด้วยกัน คุณแม่ไปเที่ยวภูเก็ตพอดีและพี่สาวกลับบ้านมาตอนค่ำ ตอนกลางวันไม่มีปัญหาอะไร เล่นกับสุนัขและคุยกับแฟนในห้องตัวเอง คืนนั้นก็เข้านอนปกติประมาณเที่ยงคืน ส่วนตัวไม่ lock ประตูห้องนอนอยู่แล้ว เพราะแม่กับพี่สาวชอบเข้ามาตอนเช้ามายืมของหรือใช้ของของเรา”

“รู้ตัวอีกทีคือมีล่าตื่นเพราะมีอะไรมาเสียบในหัว พอลืมตาก็ต้องต่อสู้เพื่อชีวิตแล้ว น้องชายของมีล่าที่มีอายุ 19 ปี ณ ตอนนั้น กำลังใช้มีดจากห้องครัว stab ที่ศีรษะของมีล่าอยู่ มีล่าใช้กำลังทั้งหมดในการสู้กับมีดและแรงของผู้ชายสูงกว่า 190 cm หนักเกือบ 1๐o โล (อันนี่เป็น estimate นะคะ เพราะไม่ทราบตัวเลขจริงแต่เขาสูงที่สุดในบ้าน และตัวใหญ่ที่สุดในบ้าน แถมเป็นผู้ชายคนเดียวในบ้านด้วย) ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าบาดเจ็บสาหัสแค่ไหน รู้แค่ว่าตาข้างซ้ายมองไม่เห็น และหูข้างซ้ายไม่ได้ยิน เห็นรอยแผลบนแขนตัวเองจนถึงเนื้อข้างในไม่รู้ว่าฉันไขมันหรือกระดูก มีล่าตะโกนขอความช่วยเหลือจนไม่มีเสียงเหลือ มีล่าเอามือกำใบมีดถึงแม้รู้ว่ามันจะบาดแต่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วที่จะหยุดเขาในที่สุด พี่สาวของมีล่าก็ตื่นแล้วเข้ามาหยุดเขา”

“ต่อไปมีล่าจะโพสต์ภาพแผลของมีล่าที่ทางโรงพยาบาลได้ถ่ายเก็บหลักฐานไว้สำหรับคนที่กลัวเลือดหรือบาดแผลหรืออะไรที่ sory นะคะ”

“Please skip my next few stories if you are afraid of blood /gory images”

“นี่คือคนที่ทำร้ายร่างกายมีล่า เป็นน้องชายแท้แท้ๆ มีปัญหาตั้งแต่เด็ก,ไม่เรียนหนังสือ หนีเทียว ดื่มเหล้า เล่นยา อาละวาดทำร้ายข้าวของในบ้าน และไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำร้ายตัวมีล่าหรือคนในครอบครัว”

“2 ปีที่ผ่านมา มีล่าได้ย้ายไปอยู่คอนโดกับแฟน และไม่กล้ากลับไปเหยียบที่บ้านนั้นอีกเลย ตอนมีล่ามีสติแล้วก็ได้บอกครอบครัวว่า ไม่ยอมแล้วต้องแจ้งความ แต่ครอบครัวบอกว่า ถ้าแจ้งความเรื่องนี้จะเป็นข่าว อยากให้ทั้งโลกรู้หรอว่ามีน้องเป็นบ้า อยากให้ทุกคนจำว่า เป็นนักร้องคนนั้นที่ถูกน้องชายเอามีดแทงจนเกือบตายหรอ ทางครอบครัวมีล่าได้สัญญาว่า จะจัดการกับน้องอย่างเหมาะสมและจะไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับมีล่าอีกอย่างที่แจ้งไป เหตุการณ์นี้ทำให้มีล่าเป็น PTSD ช่วงเดือนแรกๆแค่เสียงแตรรถก็ทำให้สะดุ้งแล้วค่ะ ระแวงและกลัวทุกอย่าง ฝันร้ายทุกคืนว่าถูกกระทำ แล้วไม่มีใครมาช่วย ถามครอบครัวว่าน้องชายอยู่ไหนมี PUNISHMENT หรืออะไรเกิดขึ้นไหม ก็ไม่ได้คำ ตอบหรือได้คำตอบแบบ VAGUE มาก SUBCONSCIOUSLY มีล่ากลัวและเครียดมากไม่รู้จะหาทางออกยังไง”

“เหตุผลที่มีล่ามาบอกทุกคนวันนี้ก็เพราะว่า อึดอัดใจมาก ไม่อยากเก็บความลับแล้วและที่สำคัญคือในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ทางครอบครัวได้ปิดบังที่อยู่ และทุกอย่างที่เกี่ยวกับน้องชายค่ะ มีล่าใช้ชีวิตหวาดระแวงมานานเกินไปแล้ว มีล่าต้องการความยุติธรรม เท่าที่รู้คือทางครอบครัวพาน้องไปศรีธัญญาแต่เขาไม่อนุญาตให้แอดมิดเกิน 2 เดือนเพราะไม่ใช่เคสที่หนักหนาขนาดนั้น และมีล่าได้ยินมาว่า คืนที่เขาทำร้ายร่างกายมีล่าเขาเมามาก ไม่ใช่แค่ปัญหาทางจิตที่ทำให้เขาลงมือ ที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเหมือนเดิมมี MACBOOK PLAYSTATION ใช้ชีวิต เหมือนเดิมกับครอบครัว ทั้งทั้งที่มีล่าต้องย้ายออกมา”
“สำหรับตอนนี้มีล่าไม่ทราบว่าเขาอยู่ไหนหรือทำอะไรอยู่ และถามครอบครัวมาเป็นปีแล้วไม่เคยได้คำตอบค่ะ ตั้งแต่เหตุการณ์นี้มีล่าเปลี่ยนไปมาก และการที่มีล่าไม่รู้เรื่องอะไรเลยทำให้ชีวิตของมีล่าไม่เหมือนเดิมมากๆ RELATIONSHIP กับคนรอบข้างและเพื่อนก็เปลี่ยน ไม่เชื่อใจใครเลย ถ้าใครพบเจอตัวเขาหรือมีคำแนะนำก็ยินดีนะคะเพราะรู้สึกเหมือนสู้อยู่คนเดียวเพื่อชีวิตตัวเองมานานมากแล้วค่ะ”

“ขอบคุณกำลังใจจากทุกคนนะคะทุก MESSAGEช่วยให้มีล่ารู้สึกว่ามีกำลังใจและไม่ได้อยู่คนเดียวค่ะ”

Credit: https://mgronline.com/entertainment/detail/9640000035426

อ่านเเล้วเห็นใจมากค่ะ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่