สวัดดีพี่พี่ น้องน้อง เพื่อนเพื่อนชาว Pantip.com ทุกคนทุกท่านนะครับ
ทั้งที่ชอบผมก็ดี ทั้งที่ไม่ชอบผมก็ดี ... ที่พิมพ์แบบนี้เพราะ คนชอบน้องก็เป็น 100 แต่คนไม่ชอบก็น้องเป็น ล้าน ครับ55555
ไม่เจอกันนานมากครับ ห่างหายจากการพิมพ์รีวิวเจาะที่ไปที่มาของที่นอนเป็นยี่ห้อ เป็นBrand เดี่ยว ๆ ไปนานมากครับ
เพื่อให้พี่ที่สนใจที่นอนยี่ห้อนั้นๆ รู้ที่มาและที่ไป เลยขอพิมพ์ตรงนี้เพื่อเป็นเบสกลางในการเทียบข้อมูลนะครับ
เพื่อให้พี่ที่สนใจมีข้อมูลในการเลือกซื้อที่นอนได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่โดนหลอกกันนะครับ
บอกตรง ๆนะครับ ในช่วงหลายปีหลังมานี้ ทางร้านผมก็ขยายขึ้นมาก ยี่ห้อที่ถือในมือก็จาก 5-6 ยี่ห้อ ตอนนี้ถือในมือมีมากกว่า 15 ยี่ห้อครับ ยี่ห้อชั้นนำในประเทศไทยทั้งหมด...ผมดูแลทั้งหมดครับ ซึ่งแบ่งออกเป็น ยี่ห้อหลักๆ ที่เป็นยี่ห้อต่างประเทศ ที่พี่คุ้นและเห็นกัน 80%ที่ เหลือก็เป็นยี่ห้อในบ้านเราครับ ซึ่งพอมีเยอะ บวกกับประสบการณ์ในเรื่องที่นอนก็เยอะขึ้นตามอายุด้วยแล้ว จนถึงวันนี้ผมเองก็อยู่ในวงการที่นอนน่าจะมากกว่า 15 ปีและครับ ... สามารถบอกได้ครับว่า ยี่ห้อไหนเป็นอะไรอย่างไร ดีตรงไหนและไม่ดีตรงไหน กับการที่เอามาพิมพ์แบบนี้พูดตรง ๆ นะครับ ก็เลือกและกลั่นกรองมาเยอะมากครับ การ qualify ต้องคำนึงหลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็นสเป็กที่นอนต่อราคา ความคงทน และที่สำคัญคือ วิสัยทัศน์ ของผู้บริหารด้วยครับที่ต้องดีมาก ใจถึงพึ่งได้ ที่ต้องบอกแบบนี้เพราะ ถ้าสินค้าดี คุณภาพดี แต่ วิสัยทัศน์ ไม่ดี แน่นอนครับ เกิดเอามาขายไปแล้ว ที่นอนยี่ห้อนั้น ๆ เจ๊ง ไป หรือ อวสารจากตลาดในบ้านเราไป สิ่งที่น่ากลัวคือ พี่ลูกค้าที่ซื้อของไปแล้วที่นอนมีปัญหา เกิดต้องเคลม หรือ และไม่สามารถแจ้งเคลมได้ .... ผมถามตรง ๆ พี่จะด่าใคร ระหว่างโรงงานแบรนด์หรือร้านค้าที่พี่จ่ายเงินให้ ถูกมั้ยครับ 90% ก็จะกลับไปหาร้านค้าที่พี่จ่ายเงินให้ครับ ซึ่งมันเป็นปัญหาใหญ่นะครับเพราะที่นอน 1 หลังรับประกันก็ต้องมี 8-15 ปี ครับ
พูดง่าย ๆ ครับ การที่ผมจะเลือกมาพิมพ์หรือมารีวิว ... ผมก็ต้องคิดนะครับและคิดเยอะด้วย
เพราะถ้ายี่ห้อไม่แข็งจริง ทำมาและหายไปลูกค้าที่ซื้อจากเราแล้วมีปัญหาก็มาว่าเราครับ
ที่นอนยี่ห้อนั้น ๆ ต้องดี จริงและที่สำคัญ คุณภาพต่อราคาก็ต้องดีด้วย .... ไม่ใช่ราคาแพงและคุณภาพไม่ได้ก็ไม่ไหวครับ
ซึ่งในตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็คือและมีหลาย ๆ มาจ้างให้พิมพ์นะครับแต่ผมขอไม่รับ
เพราะถ้ามันไม่ได้มาจากใจ ... ผมก็หลอกตัวเองไม่ได้จริง ๆ ครับ
พี่บางคนถามจ้างยังไม่เขียนอีกหรอ บอกตรง ๆ ตังค์อยากได้ครับ
แต่อีกอย่าง มันคือ ศักดิ์ศรีในสายอาชีพผมครับ เพราะถ้าของมันดี ผมก็ต้องบอกว่าของมันดี
แต่ถ้าของไม่ดีจริงผมคงไม่มาพิมพ์ครับและในมุมกลับกัน ถ้ามันห่วย หรืออ่อนแอ และมีคนถามผมตรง ๆ
ผมเองก็สามารถบอกตรง ๆ และชี้ตรง ๆ ได้เลยครับ ว่าเพราะอะไรอย่างไร ซึ่งทำให้พี่พี่ในบริษัทที่นอนก็เกรงใจกันอยู่บ้างครับ
มาครับเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ
ยี่ห้อที่จะมาแนะนำก็เป็นยี่ห้อนี้ครับ
ครับถูกต้องแล้วครับ
นั้นคือ ยี่ห้อ
🔶🔷 EastMan House 🔷🔶
เป็นที่นอนที่กำเนิดเกิดจาก รัฐ IOWA ( ไอโอว่า ) จากประเทศ USA และถ้าค้นประวัติลงไปลึก ๆ
ที่นอน EastMan House มีประวัติยาวนานมามากกว่า 150 ปี แน่นอนครับ คือเจ้าแรกของโลก ที่มีบันทึกไว้และยังขายในปัจจุบันครับ
ในประวัติที่มานั้นไม่ธรรมดาเลยครับ เพราะเป็นยี่ห้อที่ทำตลาดอยู่ใน อเมริกา ขยายออกไปตามรัฐต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ยี่ห้อนี้
สามารถยืนและเทียบเท่ายี่ห้อหลัก ๆ ได้อย่างสบายครับ ... และเป็นที่นิยมมากในประเทศแคนาดา และทางอเมริกาครับ
แน่นอนว่า การไปคุยเอามาขายในบ้านเรานั้นถือว่ายากมากครับ เพราะความ Unique และความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยากแก่การเข้าถึงของ CEO ของ EastMan House ที่อเมริกา ซึ่งตอนแรกที่คุยยากมากแน่นอนครับ เพราะการไปคุยไม่ใช่กำตังค์ไปซื้อแล้วจะได้นะครับ เพราะ Brand ที่ดังอยู่แล้วและมีความUnique สูงมาก เพราะถ้าเค้าซึ่ม ๆ ขาย แน่นอนครับประวัติคงไม่นานมามากกว่า 150 ปี อย่างแน่นอน ทำให้การเลือกคนที่เอาไปขายในประเทศนั้น ๆ มีความสำคัญและโหดมากครับ ซึ่งแน่นอนการรักษาคุณภาพและภาพลักษณ์ของ Brand มีความสำคัญมาก เช่นกันครับ ... การที่เอาเข้ามาขายนั้น ทางผู้จัดจำหน่ายก็ต้องรับข้อเสนอของทาง EastMan House ของอเมริกา ให้ได้ ซึ่งเป็นข้อที่เน้น ๆ ทุกข้อเลยครับ
1. ต้องนำเข้าวัตถุดิบมาใช้ในการทำที่นอนไม่ต่ำกว่า 90% ในการนำเข้า ซึ่งต้องมีมาตรฐานแบบเดียวกับทางอเมริกาเท่านั้นซึ่งวัสดุที่ใช้ต้องส่งให้ทางอเมริกาในการอนุมัติ 100% ก่อน และค่อยมาผลิตเป็นรุ่นต่าง ๆ
2. รูปแบบและรุ่นต้องมีการส่งตรวจสอบจากทางอเมริกา .... โดยรุ่นที่เค้าให้มาขายนั้นจะแบ่งเป็น 80% และ 20% ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องเป็นรุ่นที่สอดคล้องกับรุ่นมาตรฐานของทางอเมริกา ครับ ส่วนอีก 20% เป็นรุ่นที่ทำออกมาเพื่อเน้นให้รับสภาพตลาดในประเทศนั้น ๆ ครับ
ซึ่งพูดง่าย ๆ แค่ 2 ข้อนี้ที่เค้ากำหนดมานั้น ในวงการที่นอนถือว่ายากมากนะครับเพราะคุณแทบจะไม่มีกำไรเลย
เพราะรุ่นที่ทำออกมานั้น ต้องอิงสเป็กของทางอเมริกา แทบจะ 100%ครับ ซึ่งแน่นอนครับว่า เพื่อสำหรับลูกค้าคนไทยอย่างเราสบายมากครับ
ทั้งการนอนและการใช้งานนั้นถือว่าแข็งแรงทนทานหายห่วงแน่นอนครับ เพราะที่นอนเป็นมาตรฐานของทางอเมริกาโดยตรง น้ำหนักของคนไทยนอนได้อย่างสบายแน่นอนครับผม
อันนี้เป็น Timeline ของ EastMan House ในเบื้องต้นครับ
ผมมีแปล 2 ภาษาให้ด้วยนะครับ
ที่สำคัญขายจริง ๆ ณ ตอนนี้มากกว่า 32 ประเทศ ที่เป็นตัวแทนของ EastMan House
และที่สำคัญ มาตรฐานสินค้าเทียบเท่ากัน 100%
และได้รับมาตรฐานสินค้าจากทางอเมริกา ที่ได้ผ่านการตรวจสอบจริง ๆ นะครับ
และจากวันนั้นที่ก่อตั้งจากที่นอนยัดนุ่นและขนสัตว์ จนถึงวันนี้ EastMan House แทบจะถือว่าเป็นเจ้าแรกของโลกที่นำระบบสปริงมาใช้งาน
และพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดเพื่อการพักผ่อนที่ดีที่สุดของทุกคน ... โดยการพัฒนาในครั้งนี้ก็ได้ทีมแพทย์มาดูแลและปรับปรุงครับ
เพื่อให้ที่นอนไม่เพียงแค่เพื่อการพักผ่อนที่ดีที่สุดแต่ต้องคำนึงถึงสุขภาพการนอนที่ดีที่สุดด้วยครับ
" เพราะถ้าสุขภาพของตัวเอง คุณเองยังไม่รักและรักไม่เป็น แล้วคุณจะไปรักใครเป็นได้ยังไง
เพราะความรักที่ดีที่สุดคือการรักสุขภาพของตัวเอง และสุขภาพที่ดีนั้นก็คือ การพักผ่อนที่ดีที่สุด "
นี่คือคำที่ CEO ของ EastMan House ได้บอกไว้ตอนเซ็นสัญญาครับ
พี่ว่าคนที่คิดแบบนี้ได้ เป็นคนอย่างไรครับ
เค้าบอผมว่า ... มันไม่ใช่สโลแกน แต่มันคือสัญญาและway ในการทำงาน
ที่ทำให้ EastMan House มีทุกวันนี้ได้ และขายไปทั่วโลกมากกว่า 32 ประเทศ
เพราะเค้าอิงสินค้าที่ดีและบอกต่อ .... มากว่าการโฆษณาโปรโมทครับ
Eastman House ที่นอนระดับโลกจากอเมริกา ที่ราคาเห้ย ... ใครว่าของดีต้องแพง !!!