.....เรื่องสั้น........ เรื่อง.......เอาคืน........@@ โดย ลุงแผน

กระทู้สนทนา


             ( ขอบคุณภาพ จาก google map )


                                                                                           ......( เอาคืน )......
 
 

         เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจ เค้าโครงเรื่อง และแนวทางการดำเนินเรื่องเกือบทั้งหมดมาจากเรื่อง “ ครูใหม่ ”  ของท่านอาจารย์จี ขอบพระคุณท่านอาจารย์จี เป็นอย่างสูงครับ
 

 
 
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
 
 
......ผมชื่อมานะ เป็นครูคนใหม่แห่งบ้านปลายนา ตั้งแต่เริ่มสอนที่นี่เป็นวันแรกกระทั่งถึงวันนี้ เจ้าตั้มก็ยังเวียนวนมายิ้มแยกเขี้ยวให้ผมแทบทุกวันจนผมเริ่มชิน เรียกว่าวันไหนถ้าไม่เห็นเจ้าตั้มก็ต้องรอจนเจอไม่งั้นผมจะยังไม่ไปไหน บางครั้งรอจนใกล้ค่ำถ้าเจ้าตั้มยังไม่มา ผมจะปั่นจักรยานคันเก่า ๆ ประจำโรงเรียน ไปซื้อกับข้าวร้านลุงผู้ใหญ่ ซึ่งก็จะเจอกับเจ้าตั้มกลางทางเป็นประจำ
 
          นอกจากเรื่องของเจ้าตั้มแล้ว ยังมีจดหมายขอบคุณฝากถึงท่านอาจารย์จีหลายฉบับ เพราะตั้งแต่ท่านนำเรื่องราวของรถขยะไปเผยแพร่ งานเก็บขยะก็เป็นที่เลื่องลือไปไกล ใครต่อใครเมื่ออ่านแล้วก็อยากทิ้งขยะขึ้นมาทันที ใครไม่มีขยะก็ต้องหาขยะมาเป็นสมบัติส่วนตัวให้ได้ ถ้าหาขยะไม่ได้จะถูกมองด้วยสายตาแปลก ๆ จากคนรอบตัว
 
         ทำให้ขยะมีอยู่ทุกที่ ทุกซอกทุกซอยจนงานของพนักงานเก็บขยะล้นมือ ถึงขนาดต้องออกทำงานกันตั้งแต่ตีสองแทนที่จะเป็นตีห้าเหมือนเมื่อก่อนไม่งั้นเก็บไม่ทัน สวนกระแสกับงานตามโรงงานซึ่งทยอยปิดตัวลง และสวนกระแสกับออเดอร์ของสินค้าตามห้างร้านต่าง ๆ ทั่วโลกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จดหมายขอบคุณทุกฉบับน่าจะเขียนออกมาจากความจริงใจ เพราะผมเห็นคราบน้ำตาหยดเป็นดวง ๆ ทั่วแผ่นจดหมาย จึงเดาได้ว่าพี่คนนั้นคงเขียนไปร้องไห้ไป ด้วยความตื้นตันอย่างแน่นอน
 
          มาเรื่องเจ้าตั้มกันต่อครับ ตลอดเวลาอีกเช่นกันที่ผมอยู่ที่นี่ วีรกรรมของเจ้าตั้มสามารถสร้างเสียงฮือฮาได้ไม่เว้นแต่ละวัน แต่ไม่ได้ร้ายแรงหรือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอะไรนะครับ เพียงแค่ทำให้ปวดขมับตุบ ตุบนิดหน่อย และทำให้วงสุราลุงมิ่งหน้าร้านลุงผู้ใหญ่มีเรื่องคุยทุกเย็นเท่านั้นเอง
 
          เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำก็มาจากการใช้ชีวิตประจำวันของเขานั่นเอง กี่เดือนเจ้าตั้มจะอาบน้ำสักหนไม่มีใครรู้ได้ จากกลิ่นที่ขจรขจายไปไกลดูแล้วไม่น่าจะต่ำกว่าหนึ่งเดือน แต่เสื้อผ้านั้นเจ้าตั้มจะเปลี่ยนแทบทุกวันและไม่เคยซ้ำแบบกันสักครั้งเดียว เสื้อกีฬา เสื้อผ้าไทยครู กางเกงสีกากี เสื้อหมออนามัย เสื้อลูกเสือ เสื้อนักเรียน เสื้อยืด เสื้อเชิ้ตแขนสั้นแขนยาวเจ้าตั้มใส่มาทุกแบบเปลี่ยนมาไม่ซ้ำแต่ละหนที่เจอ
 
          เจ้าตั้มเอามาจากไหนหลายท่านอาจสงสัย ไม่ยากครับเพราะเจ้านี้เดินไปเดินมาทั่วหมู่บ้านอยู่แล้ว พอเสื้อที่ตัวเองใส่อยู่เปื้อนมาก ๆ เข้า พอเดินผ่านบ้านใครเค้าตากเสื้ออะไรไว้บนราวก็คว้ามาเปลี่ยนแล้วก็ถอดตัวเดิมทิ้งไว้ตรงนั้นอย่างสบายใจ ปล่อยความมึนศีรษะตกอยู่กับเจ้าของบ้านไป 
 
        อยู่มาวันหนึ่ง ตอนเย็นจวนค่ำ คุณหมอนนท์เดินเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้บนราวหน้าบ้านเตรียมนำไปรีดเพื่อใส่ไปทำงานเช้าวันพรุ่งนี้ปรากฏว่าเสื้อทำงานสีขาวหายหายังไงก็ไม่เจอ หมอกำลังยืน งง งง มองซ้ายมองขวา พอดีมียายคนหนึ่งขี่จักรยานผ่านมาแกชะลอรถแล้วเอาเท้าวางลงพื้น ก่อนพูดออกมาโดยหมอไม่ทันถาม ว่า 
 
       “เมื่อกี้เสื้อหมอรึเปล่าเห็นไอ้ตั้มใส่เดินอาด ๆ  อยู่กลางทุ่งนู่น”
 
        ว่าแล้วยายก็เตรียมปั่นไปต่อ แต่เห็นหมอยังมองนิ่งไม่พูดอะไร ยายเลยนึกอยู่นิดหนึ่งก่อนหัวเราะจนน้ำหมากกระเซ็นแล้วพูดอย่างขำ ๆ ออกมา
 
        “คนละยายกันหมอ จักรยานคันนี้ไม่ใช่สีแดงเน้อ”
 
        ว่าแล้วยายก็หัวเราะเอิ้ก ๆ ๆ ก่อนปั่นจักรยานตัวปลิวไป ปล่อยให้หมอนนท์ยืนอ้าปากค้างอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะนึกออกว่าตัวเองมีธุระกับเจ้าตั้มตัวป่วนจึงเตรียมวิ่งอ้าวไปตามหาเจ้าตัวต้นเรื่องทันที
 
        จริง ๆ แล้วหมอนนท์ไม่ได้ไปถึงกลางนาหรอก เพราะเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เจอกับลุงมิ่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ลุงน้อยเสียงท่อไอเสียดัง แท่ด แท่ด แท่ด แท่ดๆๆๆๆ  มาจอดตรงหน้าพอดี ในมือลุงมิ่งมีเสื้อสีขาวของหมอนนท์อยู่ด้วย หมอเห็นเสื้อตัวเองแล้วน้ำตาคลอ เดินช้า ๆ เข้าไปหาลุงมิ่งซึ่งลงมายืนถือเสื้อหมออยู่ข้างรถมอเตอร์ไซค์
 
        ผมปั่นจักรยานมาถึงหน้าบ้านหมอนนท์พอดี ตอนแรกกะว่าจะไปหาลุงมิ่งที่ร้านลุงผู้ใหญ่พอเห็นหมอนนท์ยืนซึ้งอยู่กับลุงมิ่งเลยจอดจักรยานใช้เท้าเขี่ยขาตั้งลงพื้นแล้วเดินยิ้มกริ่มเข้าไปร่วมวงทันที 
 
        “หวัดดีครับลุงมิ่งลุงน้อย หวัดดีครับหมอคุยไรกันอยู่ครับ”
 
        ลุงทั้งสองมองผมพลางพยักหน้าอย่างคุ้นเคยขณะลุงมิ่งเอ่ยออกมา
 
        “เอาเสื้อมาคืนหมอน่ะไอ้ตั้มมันเอาของหมอไป”

        ลุงมิ่งพูดพลางยื่นเสื้อในมือให้หมอนนท์ซึ่งยืนนิ่งไม่ยื่นมือออกมาแต่อย่างใด ผมมองหน้าหมอนนท์อย่างสงสัย ว่าทำไมเมื่อได้ของคืนแล้วไม่รีบรับ กลับยืนอึ้งเม้มปากแน่นหน้าแดงน้ำตาคลอเหมือนเห็นอะไรบางอย่างที่ซาบซึ้งตรึงใจ ผมจึงหันมองเสื้อหมอในมือลุงมิ่งอีกหน เมื่อเห็นแล้วจึงหายสงสัยทันที
 
        เสื้อสีขาวอันงามสง่าบัดนี้เปลี่ยนไป สีขาวยังคงมีเป็นหย่อม ๆ ใช่แล้วผมพูดไม่ผิด จะบอกว่าเปื้อนโคลนเป็นหย่อม ๆ มันคงไม่ได้เพราะว่าขี้โคลนนั้นกินเนื้อที่ไปกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แถมยังส่งกลิ่นอมตะคละคลุ้งเหมือนจะย้ำว่าใครเป็นคนใส่มาก่อนหน้านี้ รอยโคลนเลอะเทอะว่าซักออกยากแล้ว เจ้าตั้มยังแถมรอยขาดเป็นริ้ว ๆ กลางหลังมาห้าหกรอย คงกลัวว่าถ้าเลอะโคลนอย่างเดียวหมอจะทำใจทิ้งไม่ลงเอาไปซักแล้วใส่ต่อ จึงทำให้ขาดรุ่งริ่งซะเลยหมอจะได้ปล่อยวาง
 
        “เอ่อ เอ่อ ลุง ผมว่าหมอนนท์ไม่เอาแล้วมั้งสภาพนี้”
 
       ผมพูดบอกลุงมิ่งขณะหมอนนท์พยักหน้าแล้วทำปากเบะ เดินก้มหน้าอย่างคนหมดแรงกลับเข้าบ้านไป ลุงน้อยมองผมส่งยิ้มให้ก่อนพูดกับลุงมิ่งออกมา
 
        “อ้าว ไปไม่ไปเดี๋ยวมืดพอดี”
 
        ผมได้ยินแล้วสงสัยจึงเอ่ยกับลุงทั้งสองออกมา
 
        “ไปไหนกันลุง ผมไปด้วยคน”
 
        ผมไม่รู้ว่าเรื่องอะไรหรอก แต่ทุกเย็นผมต้องมาเจอลุงแล้วฟังเขานั่งคุยกันอยู่แล้ว ถ้าวันนี้ถ้าเขาไม่อยู่กัน แล้วผมจะคุยกับใคร ผมมองหน้าลุงน้อยแล้วหันมองลุงมิ่งขณะแกเอ่ยออกมา
 
        “ไอ้ตั้มน่ะสิ มันถอดเสื้อหมอไว้บ้านผม แล้วใส่ชุดเนตรนารีนังหนูไป”
 
        “อ้าว” 
 
        ผมร้องออกมาพลางนึกภาพเจ้าตั้มใส่ชุดเนตรนารี นึกยังไงก็นึกไม่ออก แต่คิดว่าคงไม่เหมือนลูกเสือแน่นอน ผมจึงพยักหน้าขณะลุงน้อยใช้สองปลายเท้ายันพื้นดันรถมอเตอร์ไซค์ถอยหลังตั้งหลักหันหน้าไปทางบ้านผู้ใหญ่เริงแล้วยกเท้าดันคันสตาร์ทลงไป 
 
        “แคร่ก แคร่ก แคร่ก แคร่ก” 
 
        ไม่มีเสียงเครื่องติดสักนิดเดียว ลุงมิ่งส่ายหน้าไปมาบ่นงึมงำ งึมงำก่อนก้มลงใช้สองมือดันเบาะท้ายแล้วดันรถไปข้างหน้าขณะออกวิ่งเต็มแรง
 
        “บอกแล้วอย่าดับเครื่อง รถเอ็งนี่กินเหงื่อมากกว่ากินน้ำมันอีกไอ้น้อย”
 
        ลุงน้อยหัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่พูดอะไรออกมา มือจับแฮนด์รถซึ่งส่ายซ้ายส่ายขวาด๊อกแด๊ก ด๊อกแด๊ก เพราะลุงมิ่งเริ่มหมดแรงวิ่งรถเลยช้าลง ผมวิ่งเหยาะ ๆ ตามหลังกำลังจะเข้าช่วยลุงมิ่งดัน ลุงน้อยก็กดเกียร์ลงหนึ่งครั้งเป็นเกียร์หนึ่งล้อหลังจึงหยุดสนิทไถไปกับพื้นส่งเสียงดังแครกๆๆๆๆๆ จนพื้นลูกรังเป็นรอยยาว
 
        “โอย ไม่ไหว ครูลองสิยังหนุ่มยังแน่น ดื้อเป็นเจ้าของมันเลยไอ้รถคันนี้”
 
        ลุงมิ่งยกแขนเท้าเอวข้างหนึ่งยืนหอบพร้อมกับหายใจเข้าออกถี่ ๆ พลางส่ายหน้าไปมา ผมหัวเราะเบา ๆ ก่อนเดินไปท้ายรถขณะลุงน้อยกดหาเกียร์ว่างไปมาดังแกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก พอแกร๊กหนึ่งก็ใช้ปลายเท้ายันพื้นดันรถไปข้างหน้าทีรถก็ไม่ไปเพราะเกียร์ไม่ว่าง ลุงน้อยจึงกดวนไปมาจนลุงมิ่งบ่นเบา ๆ 
 
        “เอ้า ไม่ได้ไปกันแล้ววันนี้ เอ็งกดหน้าทีเดียวก็กดหลังทีเดียวสิวะ”
 
        จบคำลุงมิ่งเสียงก็ดังอีกแกร๊กก่อนรถก็ขยับเดินหน้าด้วยสองปลายเท้าของลุงน้อยค่อย ๆ ดันพื้นไป พอรถหยุดดีผมก็เดินเข้าไปวางมือลงบนเบาะเตรียมเข็นขณะลุงน้อยยกเท้าดันคันสตาร์ทลงมา
 
        “แครก แครก แท่ด แท่ด แท่ด แท่ด แท่ดๆๆๆๆๆๆ” 
 
        เครื่องรถติดหลังจากลุงน้อยกระแทกสตาร์ทได้สองครั้ง ลุงมิ่งก้าวเท้าสองก้าวก็ถึงเบาะยกขาขึ้นคร่อมก่อนขยับติดลุงน้อยพร้อมกับพยักหน้าให้ผมขึ้นตามพลางพูดกลั้วหัวเราะออกมา
 
        “เกาะดี ๆ นะครู รถไอ้น้อยมันแรง แหม่ หลอกเราเข็นซะแทบแย่ ครูแค่แตะ ๆ สตาร์ทติดเลย”
 
        ลุงน้อยหัวเราะร่วนไม่พูดอะไรเร่งเครื่องรถไปข้างหน้าทันทีที่ผมขึ้นซ้อนท้ายเรียบร้อย ผมกอดเอวลุงมิ่งแน่นขณะฟังเสียงท่อไอเสียเคล้ากับสายลมยามเย็นปะทะใบหน้าพากลิ่นฟางกลิ่นหญ้าลอยรอบกาย
 
        “แท่ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”.......
 
 
  ( มีต่อครับ )
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่