เกือบ 100% ทุกคนเคยเป็น S.A.D.S. มาก่อน



เกือบ 100% ทุกคนเคยเป็น S.A.D.S. มาก่อน 
(เขียนโดย เอ๊ะ พชรพล ภู่เสือ) 
(อ่านบทความเพิ่มเติมที่ blockdit.com/posts/6048c0df217bc50c174cc1cf)

ตลอดเวลาที่เรามีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างอยู่กับเราเสมอคือแนวคิด และอารมณ์ความรู้สึก แม้กระทั่งการตระหนักรู้ของตัวเองก็ตาม แล้วคุณคงเคยรู้สึกแบบนี้ไหมครับว่า "เรารู้เรื่องคนอื่นมากกว่าเรื่องของตัวเอง" หรือแม้กระทั่ง "เพื่อนร่วมงานไปเที่ยวที่ไหน ก็ไม่เคยแม้แต่จะชวนเราไปบ้างรึเปล่า" . หรือแม้กระทั่ง "คนที่ชอบพูดข้ามหน้าข้ามตาผู้อาวุโส" "แย่งสนทนากันโดยเอาตัวเองเป็นใหญ่" "คิดว่าตัวเองคุมทุกอย่างในกลุ่มคนเดียว ไม่มีใครช่วยอะไรเลย"

หากมีอันใดอันหนึ่งในนี้ บางทีคุณอาจไม่มองโลกให้กว้างขึ้น หรืออาจยังไม่ตระหนักในตัวเองนัก . S.A.D.S. คือ Self Awareness Deficiency Syndrome เป็นอาการที่ไม่ได้ถูกยอมรับนะครับว่า เป็นอาการทางแพทย์อย่างเป็นทางการ เพียงแต่ให้เราพึงระลึกไว้เสมอว่า คนเรามักขาดบางสิ่งที่สำคัญไป และลืมเลยบางอย่าง ณ ช่วงเวลาหนึ่ง .

S.A.D.S. คือ โรคบกพร่องความตระหนักในตัวเองครับ อาจหมายถึงคนที่ไม่ตระหนักถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ โดยสิ้นเชิงก็ได้เหมือนกัน ความจริงแล้ว แม้แต่ผม ซึ่งเป็นผู้เขียนก็เป็นเหมือนกัน และแน่นอนว่าโรคนี้กำเริบ และหายไปได้อย่างรวดเร็ว (ส่วนเหตุผลที่ผมเรียกว่ามัน โรค ขอเก็บไว้เป็นส่วนตัวนะครับ เพราะมันจะดีกับตัวผู้อ่านเองมากกว่า) . แล้วเราจะสามารถแก้ไขการตระหนักรู้ในตัวเอง ได้อย่างไรละ? คำถามนี้น่าสนใจมาก แม้คุณจะทำตามขั้นตอนทั้งหมด ที่ผมกำลังจะอธิบายต่อไปนี้ ก็ไม่อาจหนีจากโรค S.A.D.S. ได้ (ในกรณีที่ไม่คิดถึงตัวเอง และคนอื่น)

แต่ผมขอบอกว่า หากทำตามบททดสอบ หรือแนวทางการดำเนินการนี้แล้ว และเราได้ลงมือทำจริง ๆ จะเป็นการพัฒนาตัวเองได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง ที่ไม่ต้องพึ่งสมุดด้านบุคคลเลยครับ .

1. ครั้งสุดท้าย ที่เราเคยถามคนอื่น หรือเพื่อน ๆ รอบตัวว่า "ในมุมมองของเขา ที่มีต่อเราเป็นอย่างไร" ล่าสุดตอนไหน : ส่วนนี้สำคัญมาก เพราะหากเราให้ความสำคัญสักนิด บางทีคุณจะเข้าใจว่า ตัวเองไม่ได้ถามความเห็นตรง ๆ จากคนที่คุณต้องการดำรงชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ .

2. นำเพื่อนทั้ง 6 คน หรือใครก็ได้รอบตัวคุณที่สนิทที่สุด บรรยายตัวคุณ 10 คำ (อย่าได้ริอาจนำบิดามารดา มาลงความเห็น หรือช่วยทำแบบทดสอบนี้เด็ดขาดนะครับ) .

3. พิจารณาดูว่า คำตอบเหล่านั้นจากข้อที่ 2 คุณรู้สึกแปลกประหลาดใจ หรือไม่ต้องการได้ยินหรือไม่ พร้อมถามว่า "ทำไมตัวตนของเรา ต้องเป็นคำทั้ง 10 คำนี้" .

4. ขอคำแนะนำจากคนที่ช่วยเราทำแบบทดสอบ เพื่อทำให้ตัวเองมีตัวตนที่ดีขึ้น ในมุมมองของคนอื่น ซึ่งแน่นอนว่า เพื่อนทั้ง 6 คนของคุณ ไม่มีใครเหมือนกัน พื้นเพต่างกัน ประเพณีในบ้าน วัฒนธรรม การสั่งสมประสบการณ์ จวบจนประสบการณ์ชีวิตคู่ แฟน ปรัญชา มีความแตกต่างไปทั้งหมดทั้งสิ้น .

ฉะนั้นจะดีมาก ๆ หากเรานำคำตอบทั้งหมดนั้น ด้วยความรู้สึก และทัศนคติที่เป็นกลาง เพราะมันจะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับเรามากที่สุด และท่านผู้อ่านคนใด เคยหยุดโรค S.A.D.S. นี้ได้นานแค่ไหนครับ สำหรับผมอาจเพียง 2-3 เดือนเท่านั้น เนื่องจากทุกอย่างเปลี่ยนไปไวมาก จนผมลืมดูตัวเองไปซะสนิทเลย หวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้ท่านผู้อ่านมีชีวิตที่ดีขึ้น และมีความสุข สวัสดีครับ... .

ติดตามเพจ Wai-Time งาน ได้ที่
TrueID - https://creators.trueid.net/@97040
Blockdit - blockdit.com/waithamngan
Facebook - facebook.com/waithamngan
Twitter - twitter.com/time_wai
Instagram - instagram.com/waithamngan
Pantip - pantip.com/profile/6363077
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การพัฒนาสังคม (Social Development) บทความ ปัญหาสังคม ปรัชญา
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่