+++++Area Quarantine อาจไม่ตอบโจทย์ ถ้าคนในพื้นที่ยังไม่ได้วัคซีนโควิด-19++++

ไทยรัฐออนไลน์
1 เม.ย. 2564 06:25 น.

ที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่า เมืองท่องเที่ยว และผู้ประกอบการหลายแห่งที่เกี่ยวข้องได้เสนอแนวคิดเรื่องการ Quarantine เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติไฮเอนด์ เช่น Yacht Quarantine ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวระยะยาว
 
รวมไปถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวเฉพาะประเภท เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Medical and Wellness Tourism หรือที่อาจจะได้ยินคุ้นหูกันนั่นก็คือ Golf Quarantine ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลจะต้องกักตัวตามคำสั่งของรัฐ ซึ่งก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ผู้ประกอบการเลือกทำในช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวต่างชาติแทบเป็นศูนย์

เมื่อสถานการณ์ของโรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย เพราะหลายๆ ประเทศกำลังอยู่ในช่วงการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศตัวเอง ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของไทยก็มีความเคลื่อนไหว อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนเรื่องการเปิดรับนักท่องเที่ยว
โดยเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 64 ที่ผ่านมา ครม.เห็นชอบตามที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ หรือ ศบศ. ที่เสนอแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของจังหวัดภูเก็ต ตามข้อเสนอของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. พร้อมกับเปิดโรดแมปการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนแล้ว โดยในเดือนเม.ย.นี้ เป็นต้นไป จะเริ่มเปิดรับชาวต่างชาติใน 6 จังหวัด ดังนี้
 
ระยะที่ 1 เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย. 64 นักท่องเที่ยวที่เข้าพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ภูเก็ต กระบี่ พังงา สมุย พัทยา และเชียงใหม่ ต้องกักตัวในโรงแรม หรือพื้นที่จำกัดเป็นระยะเวลา 7 วัน
ระยะที่ 2 เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.- 30 ก.ย. 64 โดยจะเริ่มมีโมเดล ภูเก็ต ซึ่งเป็นแซนด์บ็อกซ์ หรือ Area Quarantine ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสจะไม่ต้องกักตัว และเมื่อเที่ยวในภูเก็ตครบ 7 วัน ก็สามารถเดินทางออกนอกภูเก็ตได้ โดยใช้มาตรการ Vaccine certificate และแอปพลิเคชันติดตามตัว ส่วนพื้นที่อื่นๆ ยังใช้มาตรการกักตัว 7 วันต่อไป
ระยะที่ 3 เริ่มต้นวันที่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค. 64 จะขยายพื้นที่รับต่างชาติแบบไม่กักตัวไปยังพื้นที่นำร่อง กระบี่ พังงา สมุย พัทยา และเชียงใหม่ ใช้แอปพลิเคชัน Thailand Plus หรือไทยแลนด์พลัสติดตามตัว
โดย วันที่ 1 ม.ค. 65 เป็นต้นไปประเทศไทยจะเปิดประเทศ และรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม. การเตรียมความพร้อมวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้สอดคล้องกับการเตรียมความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยว โดยนำร่องใน จ.ภูเก็ต ตั้งแต่เดือน ก.ค. เป็นต้นไป ซึ่งยังต้องมีการจัดระเบียบพื้นที่การท่องเที่ยวในภูเก็ต
ทั้งนี้ อาจมีการแบ่งโซนเป็นตอนบน ตอนกลาง และตอนล่างของเกาะ กำหนดระยะเวลาที่อยู่ในพื้นที่ การเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่างๆ พร้อมจัดทำแพลตฟอร์มลงทะเบียนเพื่อติดตามตัว สำหรับข้อเสนอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 โดสแล้วไม่จำเป็นต้องกักตัวนั้น ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
 
สิ่งที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตต้องการมากที่สุดคือความชัดเจนในเรื่องของการฉีดวัคซีนกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าเงื่อนไขให้สามารถเข้ามาท่องเที่ยวไทยได้ ในขณะที่เมืองพัทยา ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ต้องจับตามอง เพราะที่ผ่านมาพัทยา ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่พอเกิดโควิด-19 ขึ้นมา ผู้ประกอบการได้ปรับเปลี่ยนธุรกิจของตัวเองให้รองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยแทน

นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา มองว่าการทำแซนด์บ็อกซ์ หรือ Area Quarantine ในพื้นที่เมืองพัทยา อาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับเมืองพัทยา ที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทย 100% โดยเฉพาะช่วงวันหยุด ช่วงเปิดเมืองรอบที่ 2 เราจะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวชาวไทยมาท่องเที่ยวในเมืองพัทยาเป็นจำนวนมาก เช่น เกาะล้าน ที่มีนักท่องเที่ยวข้ามาเที่ยวเกาะเป็นหมื่นคน
"ถ้าเมืองพัทยาทำแซนด์บ็อกซ์ขึ้นมาจริงๆ เราในฐานะผู้ประกอบการจะมีความกังวลว่า นักท่องเที่ยวไทยจะหายไป แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาจะฉีดวัคซีนแล้ว แต่อย่าลืมว่าพวกเขาอาจจะเป็นพาหะนำโรคได้ ตัวเขาอาจจะไม่เป็น ไม่มีอาการ ซึ่งนักท่องเที่ยวไทย และคนเมืองพัทยาจะมั่นใจได้อย่างไรว่า หากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้วจะปลอดภัยจากโควิด"
ทั้งนี้ พัทยาเป็นเมืองเปิดไม่เหมือนภูเก็ตที่เป็นเกาะ คนเข้าออกได้ตามปกติ การทำแซนด์บ็อกซ์อาจจะไม่เป็นประโยชน์กับเมืองพัทยา แต่ถ้าตลาดไหน หรือ Area ไหนที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่แล้ว และตอนนี้ปิดให้บริการอยู่ การทำแซนด์บอกซ์ก็จะเหมาะกับเขา เพราะทำเพื่อรับต่างชาติเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าเมืองพัทยาจะทำทั้งรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวไทย ก็จำเป็นต้องจำกัดพื้นที่ทำแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งในเมืองพัทยาจะจำกัดตรงไหนก็ต้องเลือกเอา
อย่างไรก็ตาม การเลือกพื้นที่ทำแซนด์บ็อกซ์ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวกังวล เช่น ถ้าทำแซนด์บ็อกซ์ที่หาดจอมเทียน ก็มีนักท่องเที่ยวไทย ตรงแถวนาเกลือ ตอนนี้ก็มีนักท่องเที่ยวไทย ตอนนี้พัทยามีแต่นักท่องเที่ยวไทย แต่ถ้าเทียบกับสมัยก่อน นักท่องเที่ยวไทยจะกระจุกตัวอยู่ที่จอมเทียน หาดพัทยาก็จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ พัทยาใต้ก็มีนักท่องเที่ยวอินเดีย วงศ์อมาตย์ก็เป็นนักท่องเที่ยวรัสเซีย ซึ่งเขาก็จะแยกเป็นโซน แต่ตอนนี้นักท่องเที่ยวไทยกระจายไปทั่วพื้นที่ของพัทยา ถ้าเกิดเราทำแซนด์บ็อกซ์ขึ้นมาแล้ว นักท่องเที่ยวไทยหาย ก็ต้องถามผู้ประกอบการก่อนว่าเขายอมหรือไม่ เพราะเขาอยู่ได้เพราะนักท่องเที่ยวไทย

https://www.thairath.co.th/news/business/2060264?utm_source=PANORAMA_HOME
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่