เรื่องราวมันเริ่มต้นปลายปี 2019 เราจากผู้ชายคนนึง เขาดูเป็นใจเย็น เข้าใจเราทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับเรามาก่อนหน้านี้ เราชอบเค้าที่ดูแลเราดี เข้าใจที่ทุกๆเรื่องในช่วงนั้น เราไม่สามารถเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวได้ ครอบครัวเราไม่เข้าใจเรา ตั้งแต่เราเป็นเด็กจำความได้เราเคยเปิดใจคุยกับครอบครัวต่างๆแต่ผลสุดท้ายครอบครัวก็ว่าเรา ด่าเรา ในอารมณ์ตอนนั้นเราแค่อยากให้ครอบครัวเข้าใจ คุยกับเราดีๆ เหมือนที่ครอบครัวคนนั้นเขาทำกัน แต่ครอบครัวไม่ จนเรากลายเป็นคนติดเพื่อน เพราะรับฟังเราจริงๆ เรื่องต่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา เรามักจะเล่าให้เพื่อนฟัง พูดคุยทุกเรื่องที่เราเครียดกับเพื่อนมากกว่าครอบครัว เรื่องราวดำเนินมาถึงปลายปี2019 อย่างมีเราเล่าตั้งแต่ต้น เราเจอคนคนนึง ที่เรารู้จักเขาไม่นานแต่เขาทำให้เรารู้สึกว่าเขาพร้อมที่จะรับฟังเราได้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เขาทำให้เรารูสึกว่าเขาเป็นเพื่อนคนนึงที่เข้าใจดีที่สุด เราชอบที่เขาเป็นร่าเริง สนุก คิดในแง่คิดเสมอ เราชอบที่เขาเป็นในแบบนี้ หลังที่รู้จักเขาได้1เดือน เขาก็ขอเราเป็นแฟน เรารู้สึกดีมากเราไม่สนใจว่าเขาเป็นคนเข้าใจเราในอนาคตไหม แต่ตอนนี้เขาเข้าใจเราที่สุดในตอนนี้เราซึ่งตกลงที่จะคบกับเขา เราคบกันมาเรื่อยๆจนทุกอย่างมันลงตัวหมดแล้วทั้งใจทั้งกายเรายกให้เขาไปหมดแล้ว แต่วันเวลามันเปลี่ยนคนก็เริ่มเปลี่ยนเหมือนกัน เราเริ่มเป็นคนงี่เง่าขึ้น เขาก็เริ่มไม่เข้าใจตัวเราเหมือนเมือก่อน เขาเริ่มไม่มีเวลาให้เราเหมือนแรกๆ เรารับฟังนะแต่เราไม่เข้าใจ (โดยความงี่เง่าอ่ะและ555) เริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น แรกๆเขาก็เข้าใจเรา ยอมง้อเรา จนบางทีย้อนกลับคิดตอนนี้เราเองก็ทำไม่ดีกับเขาไว้เยอะ จนเวลาผ่านไปเราก็ยังคบกันอยู่ มีทั้งทีเรายอมเขา และเขายอมเรา จนมาปีนี้ 2021 เราเจอปัญญาที่ถือว่าหนักสำหรับ ครอบครัวเคยเป็นสุขก็เริ่มแตกแยกกันอีกครั้งและหนักกว่าเดิมที่เคยเป็น เรารับไม่ไหว เราไม่โอเคเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เราเลือกที่จะไม่บอกแฟนเรา เราเงียบไปประมาณครึ่งวันเพราะเราไม่ไหวกับเหตุการณ์เกิดจริงๆ เราเลือกจะขออยู่กับตัวเองสักพัก เพราะเราเคยฟังเรื่องให้แฟนเล่าแล้วเบื้องต้นแต่ความคิดเราไม่ตรงกัน ครั้งนี้เราเลยที่จะเงียบและอยู่กับตัวเอง แต่กลายว่าเราสร้างปัญหาขึ้นมาจนข้อคือแฟนไม่เข้าใจกับทำไมเราขึ้นเงียบใส่เขา เขาว่าเราไม่อยากคุยกับเขา คิดว่าเราขึ้นเสียงใส่เขาเมือวันก่อนคือการเอาเรื่องครอบครัวไปลงที่เขา ทั้งที่มันเกิดตัวแปลอื่นที่ทำให้เราหงุดหงิดใส่เขาวันนั้น จนเราวันที่เราเลือกขออยู่เงียบสักพักเพื่อคิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเราว่าจะทำให้แบบไหน เพราะไม่สามารถละเอียดทุกอย่างให้เขาฟังทั้งหมดได้ แล้ว ณ ตอนนั้นเราเองก็ไม่ไหวที่จะคุยหรือพูดออดให้เขาเข้าใจ เราไม่คิดว่าเรื่องที่เงียบขออยู่กับตัวเองสักพัก ทำให้ยเขาเข้าใจผิดว่าไม่อยากคุยกับเขา เราพยายามอธิบายให้เขาฟังแล้ว ว่ามันเป็นเพราะอะไร เราขอโทษที่ใช้อารมณ์กับเขาในตอนนี้ที่เขาพูดกับเราว่าไม่อยากคุยกับเขาก็บอก อารมณ์ตอนนี้เราไม่อยากทะเลาะแล้วเราก็ไม่สามารถเล่าให้เขาฟังไม่ได้จริงๆ อยากให้เขาเข้าใจเราบ้างแต่ตอนนี้เขาไม่รับฟังเราเลย ต่อให้อธิบายความรูสึกตอนนั้นออกไป เขาก็เข้าใจอยู่ดี เพราะคนที่อยู่เหตุการณเท่านั้นถึงจะเข้าใจ เราเข้าใจเขานะที่เขาบอกเราทำให้ไม่อะไรเกิดขึ้น อยากให้เราปล่อยวาง อยากให้เราโตขึ้น แต่เราเอง ณ เวลานั้นมันทำไม่ได้จริงๆ จึ่งขออยู่กับตัวเองสักพัก เราไม่อยากเอาปัญหาไปใส่เขาอีก เราเองในวันที่แย่เราเองก็อยากได้กำลังใจเหมือนกัน ไม่ใช่คำพูดแบบนี้ แต่เราเข้าใจเขาว่าเรามีอะไรอยากให้คุยกับเขา ตอนนั้นเราก็อยากให้เขาเข้าใจเราไมไหวจริงที่จะพูดคุยกับใครเราเลย เราอยากเขารู้ไว้ว่าการระบายอารมณ์ของคนเรามันต่างกัน บางที่ก็เล่าให้ใครเล่าสักคน หรือไม่ก็เลือกที่จะอยู่กับตัวเองแบบเรา หรือวิธีต่างๆที่แต่ละคนจะเลือกที่ดีสุดให้กับตัวเอง เราม่รู้ว่าเรื่องราวนี้มันจะจบอย่างไง เราคงจะเลิกกัน หรือกลับมาคุยกันอีกครั้งไหม เราเองอยากบอกว่าเรารักเขามากๆแต่มันคงไม่ช่วยให้ดีขึ้น ก็มันเป็นตามเวลาของมันแล้วกัน เราเองเจ็บไม่น้อยไปกว่าเขาหรอก ที่เราเขียนมามันเป็นความรูสึกของเราที่รู้สึกอยู่ตอนนี้ มันคือมุมของเราที่เราอยากให้เขาเข้าใจ เพื่อนๆมีแนะนำอะไรเราไหม เราเองก็ไม่รู้ทำไงต่อแล้ว เราอยากหาวิธีให้เรื่องนี้มันจบด้วยเหมือนกันค่ะ
ความรักที่ไมสมบูรณ์