ออกจากงานที่ไม่มีสวัสดิการอะไรเลย มาขายออนไลน์

ขอความกรุณา อ่านให้จบนะคะ เพราะเป็นเรื่องที่ซีเรียสมาก ช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อยค่ะว่าเราควรจะทำยังไงต่อไปดี จำแนกเป็นข้อๆเพื่อความอ่านง่ายนะคะ

1.เราทำงานบริษัทเอกชนแห่งนึง มีข้อดีและข้อเสีย ดังนี้ ข้อดี คือเราไม่ต้องแสกนนิ้วมือเข้างาน คือมาสายได้ไม่โดนหักเงิน ตอนเย็นถ้างานเสร็จเร็วก็ได้กลับเร็ว ถ้างานไม่เสร็จก็ได้กลับช้า งานที่ว่านี้คือรอให้อีกฝ่ายที่เราทำงานด้วยส่งงานมา จะช้าจะเร็วก็ขึ้นอยู่กับลูกค้าด้วยว่าจะโอนเงินมาและคอนเฟิร์มมาตอนไหน

2.งานที่ทำไม่ใช่งานหนักอะไรมากค่ะ ถ้าถามเงินเดือนกับงานที่ทำคือคุ้มค่ะ มีเวลาว่าง เมื่อเคลียร์งานเสร็จแล้วก็คือว่าง เงินเดือนที่เราได้คือ 11990 ค่ะ เราจบป.ตรี

3.แต่ความว่างของเราก็มีปัญหาตรงที่มีเจ้านายคนนึงในที่ที่เราทำ ซึ่งมันไม่ใช่ที่บริษัทหรือออฟฟิศนะคะเหมือนเป็นที่ที่เราต้องมาทำงานให้กับบริษัท คล้ายๆแพล้นท์ มาเช่าอยู่ค่ะ นายที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่มาถามเราว่า ว่างจังเลยนะ ว่างจัง เหมือนคล้ายๆว่าว่างขนาดนี้ จะสั่งงานเพิ่มดีไหม ซึ่งเค้าเพิ่มงานให้เราตลอดค่ะ อยากได้ไร ข้อมูลอะไร เราต้องประสานงานและทำให้เค้าหมดทุกอย่าง ซึ่งมีหลายคนมาก เรียกได้ว่ามีเจ้านายหลายคน เค้ามีสิทธิ์ที่จะสั่งค่ะ และเราก็ต้องทำตาม

4.เราเคยมีปัญหากับพนง.ของเค้าค่ะ คือเค้าทำงานพลาดเค้าก็มักโยนความผิดมาให้เราทั้งที่บางเรื่อง เราไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ ไม่ได้เป็นคนทำ หรือบางเรื่องความผิดร่วมกันแต่เค้าปัดมาให้เราคนเดียว พูดไม่ได้เถียงไม่ได้ ต้องยอม ยอมทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด

5.บอกตรงๆว่างานที่เราทำ มีคนหางานให้ค่ะ เราไม่ได้สมัครเอง ตอนนั้นเราว่างงาน ไม่มีที่ไหนรับเลย เค้าเลยให้เราไปทำ แต่เราไม่อยากไป เพราะเรารู้ว่าคนที่นั่นเป็นยังไง เราเคยสัมผัสกับพวกเค้าตอนไปฝึกงานมาแล้วค่ะ และคิดเสมอว่าจะไม่กลับไปอีก แต่เราโดนแม่บังคับ และโดนแม่ด่าหนักมาก ถึงขั้นว่าถ้าไม่ไปทำก็ไม่ต้องอยู่บ้านนี้ แต่ตอนนั้นจะให้เราไปไหนคะ เราไม่มีเงินสักบาท

6.เราเลยต้องจำยอมไปค่ะ ร้องไห้หนักมาก บอกตามตรงว่าเราไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน ไปเพราะว่ามันคือหน้าที่ ทำงานให้พ้นไปวันๆ แค่นั้นเอง และตำแหน่งที่เราทำ ไม่มีการปรับเงินเดือน โอที โบนัส วันลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อน ก็ไม่มีค่ะ ทำงาน 6 วัน วันหยุดนักขัตฤกษ์ก็ไม่เคยได้หยุด

7.แต่เราเคยลางานนะคะ ลาป่วยบ้าง ลากิจบ้าง แต่เราก็ยังคงต้องทำงานนะคะทำผ่านโทรศัพท์ แทนการใช้คอมฯ ต้องคอยรับโทรศัพท์ ส่วนงานเอกสารที่ออฟฟิศก็คือกองไว้ค่ะ ค่อยกลับไปทำ แต่ลาได้มากสุดแค่ 1 วันนะคะ มากกว่านั้นไม่ได้

8.เราบอกเลยว่าชีวิตเรา ห้ามป่วย ห้ามตายจริงๆ เคยคิดว่าถ้าเราต้องเข้ารพ.หลายๆวัน เค้าคงหาคนใหม่มาทำแทนแน่ๆ แต่เรามันถึกและทนค่ะ และเป็นคนไม่ค่อยป่วย

9.เราทำงานที่นี่มา 3 ปีแล้วค่ะ ทางระบายของเราคือช้อปปิ้งออนไลน์ ซื้อเสื้อผ้า นั่นนี่ต่างๆ มันมีความสุขที่ได้แกะของ ทั้งที่เราเองก็แทบไม่ได้ไปไหนเลย ตจว.นี่ไม่ต้องพูดถึง ปีนึงไม่เคยได้ไปสักครั้ง วนเวียนแค่ที่บ้านกับออฟฟิศ ในขณะที่เราเองเป็นคนที่ชอบเที่ยวมาก แต่งานนี้จำกัดเราทุกอย่าง

10.เราตัดสินใจบอกแม่ว่าขอลาออกนะ แล้วบอกเหตุผล แต่ที่ผ่านมาเราก็เล่าให้ฟังตลอดค่ะ ว่าเราไปเจออะไรมาบ้าง ที่เค้าบอกเราในตอนแรก กับความเป็นจริงพอได้เข้าไปทำแล้ว มันคนละอย่างเลยค่ะ เราบอกว่าเราจะออกมาขายเสื้อผ้าออนไลน์ เริ่มจากขายเสื้อผ้าตัวเองให้พอมีฐานลูกค้า ให้ลูกค้าจำเราได้ก่อน แล้วก็หาเสื้อผ้ามาขายด้วยค่ะ แต่เราก็ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง เคยขายได้มากสุด 2 วัน ขายได้ 20 กว่าตัว เราดีใจมากค่ะบอกเลย เลยคิดอยากทำจริงจัง

11.แต่ถ้าเราทำงานประจำไปด้วย มันก็จะทำให้ไม่มีเวลาไปส่งของค่ะ หลายคนคิดว่าเราว่างหนิน่าจะไปส่งได้ แต่ไม่ใช่ค่ะ เราต้องเฝ้าออฟฟิศ ต้องอยู่หน้างานตลอด แค่ลุกขึ้นไปคุยกับน้าแม่บ้านยังเคยโดนดุเลยค่ะ ต้องนั่งที่ประจำของตัวเอง

12.เราอธิบายให้แม่ฟังหมดทุกอย่าง แม่ก็เห็นดีด้วย และเคารพการตัดสินใจของเรา แต่พี่เรากลับไม่มแงอย่างนั้น เราเข้าใจเค้านะคะที่เค้าอยากให้เรามีงานทำ ไม่อยากให้ว่างงานอีกถ้ายังไม่ได้งานใหม่ จะว่าเราเป็นคนไม่ได้เรื่องก็ได้นะคะ ที่ไปสอบงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับเลย เรารู้ตัวดีค่ะ เราก็พยายามตลอด แต่มันไม่ได้จริงๆ แล้วเราต้องขอออกไปสอบ เราก็เกรงใจค่ะ จนหลายครั้งที่เรายอมไม่สมัครงานนั้น เพราะเราออกไปสอบในเวลางานไม่ได้

13.แต่พอพี่เรามาพูดให้แม่ฟัง ว่างานพี่ก็หนักเหมือนกัน เจอสังคมเจอคนเจองานที่แย่กว่าอีกยังไม่ออกเลย เพราะหางานใหม่ไม่ได้ แต่เรากลับคิดว่า เราจะไม่ยอมเป็นเหมือนพี่เราไงคะ ในเมื่อเราไปทำงานแล้วเราไม่มีความสุขเลย แถมไม่มีอนาคตด้วย เราเลยไม่อยากเสียเวลาเหมือนพี่เรา กว่าจะรองานใหม่ก็แก่พอดี

14.แล้วเราเองเป็นคนที่ชอบความอิสระ ค้นพบตัวเองว่าอยากทำงานที่เป็นของตัวเอง ไม่ต้องถึงขั้นว่ารวยมาก แต่อยากได้มากกว่าที่ได้อยู่ก็พอ และได้มีเวลาไปเที่ยว ไปที่ที่อยากไปบ้าง เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะตายวันไหน อยากหาความสุขให้ตัวเอง ในช่วงที่ยังไปไหว เลยคิดว่าการขายออนไลน์มันตอบโจทย์

15.แต่แรกๆมันไม่ปังนี่สิคะ แล้วการลงทุนก็มีความเสี่ยง ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้เรารู้ดี แต่ถ้าเราไม่เริ่มมันก็ไม่มีทางสำเร็จ เราตั้งใจแน่วแน่มากว่าเราจะทำจนกว่าจะได้ จะไม่ยอมล้มเลิก เรามีความสุขกับการแพ็คของสวยๆให้ลูกค้า มันฟินค่ะบอกตรงๆ ตอนขายได้เราดีใจมากๆ มันเป็นความสุข เรารู้ตัวว่าเราชอบอะไร แต่ก็นั่นแหละค่ะ ไม่มีใครเห็นด้วยกับเราที่เราจะลาออก

16.เราโดนด่าอีกรอบค่ะ ร้องไห้ไปเยอะมากเหมือนตอนที่เข้าไปทำงานเลยค่ะ เราแค่มีความรู้สึกว่า ทำไมตัวเราเอง ถึงไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรในชีวิตด้วยตัวเองเลยหรอ ต้องมีคนตัดสินใจให้ ต้องทำอะไร ห้ามทำอะไร เราแค่อยากเลือกทางเดินเอง เราไม่รู้ว่าถ้าเราทำงานนี้ต่อ เราจะทำไปจนถึงเมื่อไหร่ เงินเดือนถ้าไม่ประหยัดจริงๆก็แทบไม่เหลือ แถมยังเสียเวลาชีวิตอีก แทนที่จะได้ไปทำอย่างอื่น ไปหาประสบการณ์ ไปเริ่มที่ใหม่

17.ตอนนี้บอกเลยว่าอยากขายให้ได้เยอะๆ เค้าจะได้เห็นว่าเราทำได้จริงๆ แต่บางวันมันก็ขายได้ บางวันก็ไม่ได้เลย แล้วเราคิดว่าจะไม่ขายแค่เสื้อผ้าแต่จะขายอย่างอื่นในช่องทางต่างๆทั้งโซเชี่ยลและหน้าร้านด้วย เราคิดไว้หลายอย่างมากเลยค่ะ

18.แต่ฝันก็เหมือนจะดับสลาย เมื่อไม่มีใครเห็นด้วยกับเราสักคน เค้าต้องการให้เราเป็นลูกจ้างไปแบบนี้เรื่อยๆเพราะลงแค่แรง แต่ถ้าขายของเองต้องลงทุนลงเงิน เราก็ไม่เถียงในเรื่องนี้ แต่เราพอจะมีเงินเก็บค่ะเลยตัดสินใจไปแบบนั้น

19.แต่ตอนนี้เราคงต้องกลับไปทำงานเหมือนเดิมแล้วค่ะ ฝันสลายไปหมดแล้ว ถ้าเราดื้อ ยังยืนยันจะลาออก แน่นอนว่าเราคงอยู่ที่นี่อีกไม่ได้ แต่ถ้าเราไปที่บ้านต้องตัดขาดกับเราแน่

**เราควรจะทำใจก้มหน้าทำงานนี้ต่อไปใช่ไหมคะทุกคน? แล้วชีวิตเราเองทำไมเราถึงไม่มีสิทธิ์เลือกเลยล่ะคะ? แล้วสิ่งที่คนอื่นตัดสินใจให้มันดีกว่าที่เราตัดสินใจใช่ไหม? เรายิ่งอายุมากขึ้นทุกวัน เราแค่ไม่อยากจมอยู่ที่เดิม ตอนนี้มันเหมือนการพายเรือในอ่าง ถ้ามีคนถีบก็ต้องน้ำ ก็ขึ้นมาใหม่ได้นะ แต่เปียกปอน และถ้ามันเปียกเรื่อยๆสักวันคงเป็นปอดบวมตาย เราอยากออกทะเล เราไม่กลัวที่จะจมเลย แต่คนอื่นกลับกลัวและไม่ให้เราไป

**ตอนนี้ที่เรากลัวอีกอย่างคือสภาพจิตใจของเราค่ะ ร้องไห้จนปวดหัว แอบคิดว่าไม่รู้จะอยู่ไปทำไมแล้วเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเข้าข่ายภาวะโรคซึมเศร้าหรือยังนะคะ อาจจะเป็นแล้ว แต่แค่เข้มแข็งอยู่ เรากลัวว่าเราจะเป็นค่ะ

(ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ ขอบคุณที่ให้ระบาย เราไม่มีใครเลยจริงๆ เพื่อนที่คอยรับฟังเรา หาทางให้เราก็ขอขอบคุณมากๆ แต่สุดท้ายเค้าก็ช่วยอะไรเราไม่ได้อยู่ดี เพราะเราเลือกทางเดินของชีวิตตัวเองไม่ได้)

ขอบคุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่