สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
การใส่เสื้อผ้าในส่วนล่างที่ต่อมาจะเป็นกางเกงในนั้น มีเป็นเวลานานแล้วครับ
ตั้งแต่เริ่มมีประวัติศาสตร์มนุษยชาติโน่นเลยมั้ง
ตอนนี้ต่อให้ไปหาชนเผ่าที่ไม่ติดต่อกับโลกภายนอก ไม่รู้จักโลกสมัยใหม่
ก็จะพบว่าพวกเขา ยังเลือกใส่กางเกงปิดของลับส่วนล่างอยู่ดี
แสดงว่ามีประโยชน์ ที่รู้ๆกัน ไม่ว่าเชื้อชาติ วัฒนธรรมไหน
ถึงที่เขาใส่จะไม่ได้แยกนอกในเหมือนคนสมัยใหม่ก็ตามที
ทำไมเราใส่กางเกงใน?
ปัจจุบันจะมีเหตุผลหลักๆสองอย่างครับ คือด้านแฟชั่น และด้านสุขภาพ
ด้านแฟชั่นนี่ก็ตามวัฒนธรรม ความเชื่อในช่วงนั้นๆ ซึ่งหลักๆก็คือ ใส่กันอุจาดนั่นแหละ
เพราะโดยปกติเวลาใส่ก็ไม่ค่อยได้โชว์คนอื่นกันอยู่แล้ว
เวลาเลือกจึงมักใส่กันตามความชอบ ความสะดวกสบายของแต่ละคนกันมากกว่า
อย่างเมื่อก่อน ตามที่ผมบอก ยุคสมัยก่อนโน้น ไม่มีแยกกางเกงนอกกางใน แต่คนก็ยังต้องใส่กัน
หลักๆเพื่อปกป้องอวัยวะส่วนนั้นจากการสัมผัสกับสภาพแวดล้อมภายนอก
เนื่องจากอวัยวะตรงส่วนนั้นค่อนข้างบอบบางเมื่อเทียบกับส่วนอื่น
แต่แน่นอนว่าผ้าที่ใช้ปกป้องของจากภายนอก กับผ้าที่ใช้ปกป้องอวัยวะส่วนนั้น
ถ้าเป็นชนิดเดียวกัน ก็จะค่อนข้างมีปัญหา
เพราะว่าผ้าที่เจอกับสภาพแวดล้อมภายนอกควรที่จะทน แต่อวัยวะที่บอบบางควรที่จะอ่อนโยนมากกว่า
นั่นทำให้เมื่อก่อนชุดชั้นในมักมีแค่ชนชั้นสูงที่มีตัวเลือกมากกว่า แต่เมื่อชุดชั้นในราคาถูกแพร่หลาย คนทั่วไปก็เริ่มใช้เช่นกัน
ถ้าจะให้เข้าใจตรงจุดนี้ ก็ลองใส่กางเกงผ้าหนาๆ อย่างยีนส์โดยไม่มีกางเกงในดูครับ
ในอีกด้านคือด้านสุขภาพ
ด้านการปกป้องสภาพแวดล้อมภายนอกผมพูดไปบ้างแล้ว ถึงการปกป้อง
แต่หลักๆยังเป็นเรื่องความรู้สึกความชอบ จึงจัดให้อยู่ด้านแฟชั่น ตรงนี้จึงเป็นด้านสุขภาพโดยตรง คือ
- ลดการติดเชื้อ
กางเกงในจะช่วยปกป้องพวกแบททีเรีย เห็ดรา ฝุ่นดิน หรือสิ่งปนเปื้อนอื่นๆไม่ให้เข้าถึงอวัยวะเพศ
จะเห็นได้ว่ากางเกงในสมัยใหม่จะค่อนข้างครอบคลุมอวัยวะเพศทั้งส่วนจากภายนอกได้ค่อนข้างดีเป็นหลัก
มีการออกแบบแตกต่างจากชุดภายนอกที่เน้นแฟชั่นเป็นหลัก
ทำให้ปัจจุบันลดการติดโรคในส่วนนั้นไปได้มากครับ (...แน่นอนว่าควรซักทำความสะอาดกางเกงในเป็นประจำนะ)
- ลดการเสียดสี ระคายเคือง
กางเกงในจะช่วยลดการสัมผัสกับอวัยวะส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะต้นขา
ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความรู้สึกไม่สบาย ไม่คล่องตัว และอื่นๆ
พวก Bike shot ที่ใส่ใต้กระโปรง เป็นการแก้เรื่องนี้เพิ่มขึ้นในอีกระดับหนึ่ง
และการระคายเคือง อย่างที่ผมได้ยกตัวอย่างเรื่องการใส่ยีนส์ในข้างต้น
กางเกงในจะช่วยลดการสัมผัสกับกางเกง เช่นส่วนที่เป็นส่วนเย็บ ที่จะสัมผัสก็ตรงนั้นได้ง่าย
หรือส่วนซิปในเสื้อผ้าบางชุดที่ถือว่าค่อนข้างสร้างความเสียหายได้
ซึ่งจะลดการเกิดบาดแผลต่างๆได้
เชื่อว่าหลักๆที่คนใส่ชุดชั้นใน
จะเลือกที่ความสะดวกสบายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเพื่อแฟชั่นหรือสุขภาพ
ตราบใดที่คนใส่ไม่มีปัญหา จะไม่ใส่ก็ได้ครับ
แต่มันเป็นสิ่งที่มนุษย์เรามีเพื่อความสะดวกสบาย เช่นเดียวกับสิ่งอื่นๆที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
และเป็นตัวเลือกที่มนุษย์เลือกใช้มาเป็นเวลาช้านาน ไม่ว่าจะชาติ วัฒนธรรมไหน
ผมจึงมองว่ามันยังมีความจำเป็นอยู่ เนื่องจากราคาก็ไม่ได้แพง และมีประโยชน์มากครับ
ตั้งแต่เริ่มมีประวัติศาสตร์มนุษยชาติโน่นเลยมั้ง
ตอนนี้ต่อให้ไปหาชนเผ่าที่ไม่ติดต่อกับโลกภายนอก ไม่รู้จักโลกสมัยใหม่
ก็จะพบว่าพวกเขา ยังเลือกใส่กางเกงปิดของลับส่วนล่างอยู่ดี
แสดงว่ามีประโยชน์ ที่รู้ๆกัน ไม่ว่าเชื้อชาติ วัฒนธรรมไหน
ถึงที่เขาใส่จะไม่ได้แยกนอกในเหมือนคนสมัยใหม่ก็ตามที
ทำไมเราใส่กางเกงใน?
ปัจจุบันจะมีเหตุผลหลักๆสองอย่างครับ คือด้านแฟชั่น และด้านสุขภาพ
ด้านแฟชั่นนี่ก็ตามวัฒนธรรม ความเชื่อในช่วงนั้นๆ ซึ่งหลักๆก็คือ ใส่กันอุจาดนั่นแหละ
เพราะโดยปกติเวลาใส่ก็ไม่ค่อยได้โชว์คนอื่นกันอยู่แล้ว
เวลาเลือกจึงมักใส่กันตามความชอบ ความสะดวกสบายของแต่ละคนกันมากกว่า
อย่างเมื่อก่อน ตามที่ผมบอก ยุคสมัยก่อนโน้น ไม่มีแยกกางเกงนอกกางใน แต่คนก็ยังต้องใส่กัน
หลักๆเพื่อปกป้องอวัยวะส่วนนั้นจากการสัมผัสกับสภาพแวดล้อมภายนอก
เนื่องจากอวัยวะตรงส่วนนั้นค่อนข้างบอบบางเมื่อเทียบกับส่วนอื่น
แต่แน่นอนว่าผ้าที่ใช้ปกป้องของจากภายนอก กับผ้าที่ใช้ปกป้องอวัยวะส่วนนั้น
ถ้าเป็นชนิดเดียวกัน ก็จะค่อนข้างมีปัญหา
เพราะว่าผ้าที่เจอกับสภาพแวดล้อมภายนอกควรที่จะทน แต่อวัยวะที่บอบบางควรที่จะอ่อนโยนมากกว่า
นั่นทำให้เมื่อก่อนชุดชั้นในมักมีแค่ชนชั้นสูงที่มีตัวเลือกมากกว่า แต่เมื่อชุดชั้นในราคาถูกแพร่หลาย คนทั่วไปก็เริ่มใช้เช่นกัน
ถ้าจะให้เข้าใจตรงจุดนี้ ก็ลองใส่กางเกงผ้าหนาๆ อย่างยีนส์โดยไม่มีกางเกงในดูครับ
ในอีกด้านคือด้านสุขภาพ
ด้านการปกป้องสภาพแวดล้อมภายนอกผมพูดไปบ้างแล้ว ถึงการปกป้อง
แต่หลักๆยังเป็นเรื่องความรู้สึกความชอบ จึงจัดให้อยู่ด้านแฟชั่น ตรงนี้จึงเป็นด้านสุขภาพโดยตรง คือ
- ลดการติดเชื้อ
กางเกงในจะช่วยปกป้องพวกแบททีเรีย เห็ดรา ฝุ่นดิน หรือสิ่งปนเปื้อนอื่นๆไม่ให้เข้าถึงอวัยวะเพศ
จะเห็นได้ว่ากางเกงในสมัยใหม่จะค่อนข้างครอบคลุมอวัยวะเพศทั้งส่วนจากภายนอกได้ค่อนข้างดีเป็นหลัก
มีการออกแบบแตกต่างจากชุดภายนอกที่เน้นแฟชั่นเป็นหลัก
ทำให้ปัจจุบันลดการติดโรคในส่วนนั้นไปได้มากครับ (...แน่นอนว่าควรซักทำความสะอาดกางเกงในเป็นประจำนะ)
- ลดการเสียดสี ระคายเคือง
กางเกงในจะช่วยลดการสัมผัสกับอวัยวะส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะต้นขา
ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความรู้สึกไม่สบาย ไม่คล่องตัว และอื่นๆ
พวก Bike shot ที่ใส่ใต้กระโปรง เป็นการแก้เรื่องนี้เพิ่มขึ้นในอีกระดับหนึ่ง
และการระคายเคือง อย่างที่ผมได้ยกตัวอย่างเรื่องการใส่ยีนส์ในข้างต้น
กางเกงในจะช่วยลดการสัมผัสกับกางเกง เช่นส่วนที่เป็นส่วนเย็บ ที่จะสัมผัสก็ตรงนั้นได้ง่าย
หรือส่วนซิปในเสื้อผ้าบางชุดที่ถือว่าค่อนข้างสร้างความเสียหายได้
ซึ่งจะลดการเกิดบาดแผลต่างๆได้
เชื่อว่าหลักๆที่คนใส่ชุดชั้นใน
จะเลือกที่ความสะดวกสบายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเพื่อแฟชั่นหรือสุขภาพ
ตราบใดที่คนใส่ไม่มีปัญหา จะไม่ใส่ก็ได้ครับ
แต่มันเป็นสิ่งที่มนุษย์เรามีเพื่อความสะดวกสบาย เช่นเดียวกับสิ่งอื่นๆที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
และเป็นตัวเลือกที่มนุษย์เลือกใช้มาเป็นเวลาช้านาน ไม่ว่าจะชาติ วัฒนธรรมไหน
ผมจึงมองว่ามันยังมีความจำเป็นอยู่ เนื่องจากราคาก็ไม่ได้แพง และมีประโยชน์มากครับ
แสดงความคิดเห็น
คนเราใส่กางเกงในไปทำไม หมาแมวไม่ใส่มันก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย
เหมือนสายคล้องแมสที่ขายกันอยู่ตอนนี้ ทั้งที่แมสเขาให้ใช้ทีเดียวทิ้งจะคล้องไปเพื่ออะไร
หรือเพชรที่ให้เจ้าสาวตอนแต่งงาน ที่เมื่อก่อนร้อยสองร้อยกว่าปีก่อนไม่ต้องให้ของแพงๆอย่างนี้ก็แต่งกันได้ แต่บริษัทขายเพชรนั่นล่ะที่ทำตลาดให้คนมี "ความเชื่อ" ว่าแต่งงานต้องให้เพชรกันจนเป็นค่านิยมไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ ทั้งที่จริงๆไม่จำเป็นขนาดนั้น