🧙‍♀️ จริงหรือมั่ว ชาวคริสต์บางกลุ่มอ้าง ใช้เวทย์มนต์ได้ไม่ผิด? 🧙‍♂️

จริงหรือมั่ว ชาวคริสต์บางกลุ่มอ้าง ใช้เวทย์มนต์ได้ไม่ผิด?



ไม่นานนี้มีข่าวที่น่าตกใจในอเมริกา

"ในขณะนี้มีชาวอเมริกันจำนวนมากที่ระบุว่าประพฤติตนเป็นแม่มด มากกว่าจำนวนของคริสเตียนเพรสไบเทเรียนสายหลักเสียอีก"

"ลัทธิวิคคา(Wicca) ที่ว่านี้สร้างปรับเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของไสยศาสตร์ ให้โดนใจคนยุคมิเลเนี่ยม โดยไม่ได้มีภาพลักษณ์แบบ เวทย์มนต์คาถา ลัทธิซาตาน หรือเรื่องภูติผีปีศาจปีศาจอีกต่อไป แต่มันสร้างภาพตนเองเป็น "ประเพณีที่อยู่ก่อนการเข้ามาของศาสนาคริสต์" ที่ส่งเสริม "แนวคิดอิสระ" และ "ความเข้าใจของโลกและธรรมชาติ"

สิ่งที่เลวร้ายถึงเลวร้ายที่สุดในตอนนี้ก็คือ...

     แม้ว่าจะมีการเตือนในพระคัมภีร์ใบเบิ้ลที่ห้ามการใช้คาถาเวทย์มนต์ใดๆ แต่ สาธุคุณ วาเลอรี เลิฟ ที่ได้อ้างว่าเธอ ปฏิบัติตนเป็นแม่มดชาวคริสต์ และยังเป็นบวชเป็นผู้รับใช้แห่งการตระหนักรู้ทางจิตวิญญาณ ได้ยืนยันว่าการที่ชาวคริสต์มาเป็นแม่มดนั้นไม่ผิดอะไรเลย และเธอยังเปิดโรงเรียนสอนเวทย์มนต์สำหรับคริสตชนด้วย

     "เลิกคิดว่าคุณจะมาพร่ำบอกผู้คนว่าวิธีนมัสการพระเจ้าต้องทำยังไง เลิกคิดว่าคุณมีความสามารถสั่งสอนผู้คนถึงวิธีการเชื่อมต่อกับพระเจ้าได้ ฉันบอกคุณได้เลยว่ามีผู้คนมากมายได้บอกกับฉันว่า "คุณเป็นแม่มดชาวคริสต์ไม่ได้" แต่ฉันก็เป็นแล้วไง

     นั่นไงเห็นไหมว่าคุณไม่สามารถบอกฉันว่าวิธีนมัสการพระเจ้าต้องทำยังไง คุณไม่สามารถสั่งสอนฉันได้หรอกว่าทำยังไงถึงเชื่อมต่อกับพระเจ้าได้ เพราะนั่นมันเป็นเรื่องระหว่างฉันกับพระเจ้า คุณสั่งฉันไม่ได้หรอกว่าต้องอธิษฐานถึงพระเจ้าแบบไหน พฤติกรรมที่คัดค้านด้วยความรักพวกนี้ เห็นโวยวายอยู่ประจำบนเฟสบุ๊ค"
 
ถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับไปดูเทววิยาในพระคัมภีร์

     ลัทธิเทียมเท็จนั้น หมายรวมถึงการพยายามมีอำนาจเหนือโลก โดยอาศัยสิ่งลี้ลับ ความพยายามหาทางที่จะได้เป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ เพื่อที่จะสั่งการหรือมีอิทธิพลต่อคนอื่นๆในการกระทำบางอย่าง และนั่นยังรวมถึงคาถาเวทย์มนต์ทุกรูปแบบ ใช่แล้ว นั่นจึงรวมถึงลัทธิวิคคา(Wicca)ด้วย

ลัทธิวิคคา (Wicca)คืออะไร?

     หากคุณนึกถึงแม่มดในแบบคลาสสิคดั้งเดิม คุณจะนึกถึงผู้ใช้มนต์ดำในการทำร้ายผู้คนผ่านการติดต่อกับวิญญาณชั่วร้ายหรือมากไปกว่านั้นคือการติดต่อกับซาตาน นั่นเป็นแนวคิดที่ฝังลึกมาจากยุคกลางในเรื่องของแม่มด แต่วันนี้การใช้เวทย์มนต์คาถาเป็นอะไรที่ดูธรรมดามากขึ้นภายใต้ลัทธิวิคคา(Wicca) อย่าเข้าใจผิดว่าผู้คนจะใช้เวทย์มนต์ดำโดยปลุกเรียกพลังแห่งซาตานหรือปีศาจแต่อย่างเดียว ส่วนใหญ่ใช้ทำอย่างอื่นได้อีกมากมายหลายอย่าง
ลัทธิวิคคา(Wicca) เป็นหนึ่งในลัทธิที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุดในประเทศ ในอเมริกามีเกือบครึ่งล้านคนที่ฝึกฝนเวทย์มนต์ หนังสือชื่อ Teen Witch: Wicca for a new generation (แม่มดวัยรุ่นเพื่อคนรุ่นใหม่) ถูกตีพิมพ์และขายดีกว่าหนังสื่อเล่มอื่นๆในรอบ 95ปี เว็บไซด์ต่างๆที่จัดทำเพื่อลัทธิแม่มดนี้ได้อ้างว่าเป็นเว็บไซด์ทางศาสนาที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุดบนอินเตอร์เน็ต

     ในขณะเดียวกับที่พวกเขาไม่ปฏิเสธว่าพวกเขาเหล่านั้นกำลังฝึกเวทย์มนต์คาถา พวกชาววิคคา(Wicca)บอกพวกเขาว่ามันเป็นเวทย์มนต์ที่ไม่เป็นอันตราย มีผู้คนมากมายเข้ามาหาลัทธินี้ หลังจากอ่านประวัติศาสตร์ของความศรัทธา ซึ่งมีการสอนพิธีกรรมด้วยในหนังสือชื่อ "การเริงระบำ:การเกิดใหม่ของศาสนาโบราณของเทพีผู้ยิ่งใหญ่ (The Spiral Dance: A Rebirth of the Ancient Religion of the Great Goddess); หนังสือที่เขียนภายใต้ชื่อของ สตาร์ฮอว์ก ซึ่งที่จริงแล้วเขาคือ มิเรียม ซิโมส แม่มดแห่งแคลิฟอร์เนีย

     ในหนังสือของเธอซิโมสอ้างว่าลัทธิแม่มดเกิดขึ้นเมื่อ 35,000ปีมาแล้ว ผู้ถือลัทธินี้ในยุคแรกได้บูชาเทพเจ้าที่เป็นผู้หญิงและอยู่สืบเนื่องมาเป็นเวลาหลายพันปีในสังคมที่ยึดหลักความเสมอภาคของมนุษย์ การปรับตัวสมดุลกับธรรมชาติ และเน้นไปทางสตรี จากนั้นผู้บุกรุกก็แผ่ขยายออกไปทั่วภูมิภาคเพื่อจะส่งเสริมเทพเจ้านักรบและสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ "นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น" (เธอกล่าว) โดยศาสนาคริสต์หลังจากศาสนาและผู้มีอำนาจเริ่ม(เธออ้างว่า)กระทำการรณรงค์ 400ปีเพื่อฆ่าสิ่งที่เธอเรียกว่า "ศาสนาเก่า"

    ซึ่งแน่นอนว่า การกล่าวอ้างมั่วนี้ไม่มีอะไรเลยที่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์จริง

แม้กระทั่งนิตยสารทางโลกที่ได้รับการยอมรับเป็นกระแสหลัก เช่น The Atlantic Monthly และอื่นๆได้ยืนยันว่า

ไม่มีสักเรื่องเดียวเดียวของพวกลัทธิวิคคา(Wicca)ที่เป็นเรื่องจริง

เหล่านักวิชาการ กล่าวโดยสรุปว่า ลัทธิวิคคา(Wicca)

นี้เป็นเรื่องแต่งขึ้นเมื่อปี 1950 นี้เอง คือการผสม โดยรับอิทธิพลของพิธีกรรมกลุ่มเมสัน (Masonic) และลัทธิโบราณต่างๆในโลก ที่จริงแล้วมันเพื่อถูกประดิษฐ์คิดสร้างขึ้นในยุคปัจจุบันนี้เอง โดย เจอรัลด์ การ์ดเนอร์ ข้าราชการชาวอังกฤษและนักมานุษยวิทยาสมัครเล่นที่เสียชีวิตในปี 1964

แต่ผลของมันยังดำเนินมาจนถึงตอนนี้

ผู้ที่ฝึกพลังเวทย์เหล่านั้นพูดถึงสิ่งที่ผูกพันพวกเขากับการวงจรการเกิดและเติบโตของโลก และนั่นได้นำพาการรับรู้ฝ่ายวิญญาณมาสู่ชีวิตของพวกเขา แทนที่จะบูชาซาตาน

     แม้ว่าพวกเขาจะไม่ตั้งกฎการบูชาอะไรหรือใครก็ตาม พวกเขาส่วนมากจะใช้ระบบความเชื่อเชิงธรรมชาติที่มีความเชื่อในหลักพหุเทวนิยม เชื่อในการมีพระเจ้าหลายองค์และเชื่อว่ามีเทพธิดาจำนวนมากล้อมรอบการนมัสการเทพมารดาผู้ยิ่งใหญ่

     ในอารมณ์เดียวกับลัทธินิวเอจ วิคคา(Wicca) เชื่อว่าทั้งหลายทั้งมวลในธรรมชาติไม่ว่าจะเป็น พืช,หิน,ดวงดาว มีจิตวิญญาณด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งที่จริง หากคุณอยากเห็นอะไรแนวนี้แบบที่นิยมระดับโลก ก็แค่ไปดูหนัง Avatar เอาก็ได้

     ในส่วนปรัชญานั้นก็เรียบง่าย: ไม่มีสิ่งใดที่เป็นบาปเพียง คุณแค่ต้องยกตัวเองขึ้นสู่ "พระเจ้าภายใน" (god within) เมื่อพวกเขาร่ายเวทย์มนต์พวกเขาอ้างว่าไม่มีคาถาไหนเลยที่คุกคามหรือล่อลวง พวกเขากล่าวว่าพวกเขาฝึกเวทย์มนต์สองประเภท คือ เวทย์มนต์ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นการพัฒนาชีวิตประจำวันของพวกเขา และเวทย์มนต์ระดับสูงที่พวกเขาใช้เพื่อพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง

     พวกเขาไม่ปฏิเสธว่าเวทย์มนต์นั้นสามารถนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ แม้ว่าพวกเขาไม่ได้นิยามอย่างเจาะจงว่าสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "ผิด" หมายถึงอะไร

     เนื่องจากคำว่า "แม่มด(Witch)" นั้นมีประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเรื่องแย่ๆ พวกเขาจึงเลือกที่จะใช้คำว่า Wicca หรือลัทธิวิคคา(Wicca) ซึ่งมาจากคำว่า "Witch" และหมายถึงบุคคลที่ทำงานร่วมกับธรรมชาติ บางคนบอกว่านี้เป็นเพแกนใหม่(neo-pagan) แต่ตอนนี้มันก็กลายเป็นกระแสหลักมากขึ้น และมากขึ้นที่ผู้คนจำนวนมากเรียกตัวเองว่าเป็นแม่มด

พระคัมภีร์ไบเบิ้ลบอกว่าอย่างไรเกี่ยวกับนิกายแม่มดและเวทย์คาถา?

     พระคัมภีร์ไบเบิ้ลกล่าวถึงคาถาในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น "มนต์ดำ" หรือลัทธิแม่มด เพราะไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงมารูปแบบไหนมันก็เหมือนกัน และในไบเบิ้ลได้กล่าวถึงลัทธิเหล่านั้น ที่ได้พูดถึงใครที่มีส่วนร่วมในการใช้เวทย์มนต์

     ใครก็ตามที่พยายามใช้คาถาเวทย์ หรือทำให้เชื่อ และใครก็ตามที่พยายามฝึกและความคุมโลกหรือตัวเองผ่านพลังอาถรรพณ์ใดๆ

เฉลยธรรมบัญญัติ 18:9-13
     เมื่อท่านเข้าสู่ดินแดนซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านประทาน อย่าเลียนแบบการกระทำอันน่าชิงชังของชนชาติทั้งหลายที่นั่น อย่าให้ผู้ใดในพวกท่านยกบุตรชายบุตรสาวเป็นเครื่องบูชาด้วยไฟ เป็นหมอดูหรือนักคาถาอาคม แปลความหมายลางบอกเหตุต่างๆ เป็นพ่อมดแม่มด หรือทำเวทมนตร์ หรือเป็นคนทรง หรือเป็นหมอผี หรือไปปรึกษาคนที่ตายแล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรังเกียจคนที่ทำสิ่งเหล่านี้ และที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงขับไล่ชนชาติเหล่านั้นออกไปต่อหน้าท่านก็เพราะธรรมเนียมปฏิบัติอันน่าชิงชังเหล่านี้ ท่านจะต้องไม่มีที่ติต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน
คาถาเวทย์เหล่านี้เป็นสิ่งที่อันตรายมากเพราะว่าไม่มี "พลังอำนาจ" ใดที่มีอยู่นอกจากพระเจ้าหรือซาตาน , สวรรค์หรือนรก , ความดีหรือความชั่ว และคาถาเวทย์ทุกรูปแบบถูกห้ามอย่างเข้มงวดในพระคัมภีร์ใบเบิ้ล เนื่องจากเป็นการพยายามที่จะสร้างสรรค์ผลงานโลกของความชั่วร้าย

กาลาเทีย 5:19-21
     การงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการล่วงประเวณี การโสโครก การเสเพล การนับถือรูปเคารพ การถือวิทยาคม การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การริษยากัน การฉุนเฉียวกัน การใฝ่สูง การทุ่มเถียงกัน การแตกก๊กกัน

     สรุปสุดท้าย การที่วิคคาจะมาเป็นที่นิยม หรือมีคนเข้าร่วมมากกว่าคริสเตียนเพรสไบทีเรียน ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นสำคัญคือ โปรดระลึกว่า การใช้เวทย์มนต์คาถา ไม่อาจนับได้ว่าเป็นความประพฤติของคริสตชน

CR . : https://www.facebook.com/lukprachrist/photos/a.1313387022162165/1333517350149132/
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ศาสนาคริสต์ คัมภีร์ไบเบิล
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่