JJNY : นิด้าโพลเผยเหตุปชป.แพ้│ดุสิตโพลพบปัญหาครอบครัว หนี้สินมากสุด│อาชีวะจับมือคฝ.เก็บขยะ│4สหายปชต.ผนึกทีมชนทหารพม่า

"นิด้าโพล" เผยผลสำรวจสาเหตุ "ประชาธิปัตย์" แพ้เลือกตั้งซ่อม
https://www.nationtv.tv/main/content/378818239
 

 
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง "ทำไม พรรคประชาธิปัตย์พ่ายเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10 - 11 มีนาคม 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,317 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับสาเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายเลือกตั้งซ่อมจังหวัดนครศรีธรรมราช การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ "นิด้าโพล" สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0
 
จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงสาเหตุที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งซ่อมที่นครศรีธรรมราช (7 มีนาคม 2564) พบว่า ส่วนใหญ่ 
ร้อยละ 46.62 ระบุว่า ประชาชนเบื่อ/ไม่ชอบวิธีการดำเนินงานทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ 
รองลงมา ร้อยละ 18.53 ระบุว่า กระแส/ผลงานพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในภาคใต้ ทำให้พรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้ง
ร้อยละ 16.17 ระบุว่า กระแส/ผลงานนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในภาคใต้ ยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอ 
ร้อยละ 13.59 ระบุว่า ประชาชนชอบวิธีการดำเนินงานทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐมากกว่า 
ร้อยละ 10.86 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐกำหนดยุทธศาสตร์การหาเสียงได้ดีกว่าพรรคประชาธิปัตย์ 
ร้อยละ 9.72 ระบุว่า ประชาชนชอบผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐมากกว่าผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ 
ร้อยละ 3.42 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐทุ่มเทในการหาเสียงมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ 
ร้อยละ 2.73 ระบุว่า พรรคกล้า แย่งฐานคะแนนเสียงไปจากพรรคประชาธิปัตย์ 
ร้อยละ 1.06 ระบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นเวทีหาเสียงครั้งแรกทำให้พรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้ง 
ร้อยละ 0.61 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงชนะการเลือกตั้ง 
และร้อยละ 2.28 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่ตอบ
 
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ควรทำเพื่อให้ภาคใต้ยังคงเป็นฐานเสียงหลักของพรรคฯ พบว่า 
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.94 ระบุว่า ส.ส. อดีต ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคฯ ควรลงพื้นที่ดูแลประชาชนให้มากขึ้น รองลงมา ร้อยละ 41.38 ระบุว่า ผู้บริหารพรรคฯ ควรทุ่มเทและแสดงผลงานให้เด่นชัดมากขึ้น 
ร้อยละ 33.86 ระบุว่า พรรคฯ ควรปรับวิธีการดำเนินงานและยุทธศาสตร์ทางการเมืองของพรรคฯ 
ร้อยละ 9.72 ระบุว่า ควรเปลี่ยนหัวหน้าพรรคฯ 
ร้อยละ 7.67 ระบุว่า ควรเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคฯ 
ร้อยละ 4.02 ระบุว่า พรรคฯ ควรไปเป็นฝ่ายค้านสักระยะหนึ่งเพื่อเพิ่มบทบาททางการเมืองและสร้างผลงาน 
ร้อยละ 2.73 ระบุว่า ควรเปลี่ยนเลขาธิการพรรคฯ 
และร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่ตอบ
 

 
สวนดุสิตโพล พบปัญหาครอบครัวไทยยุคโควิด-19 เป็นเรื่องหนี้สินมากสุด
https://www.infoquest.co.th/2021/71051

 
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “ครอบครัวไทยในยุคโควิด-19” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,184 คน สำรวจวันที่ 9-12 มีนาคม 2564 พบว่า ในยุคโควิด-19 ปัญหาครอบครัวที่พบมากที่สุด คือ ปัญหาหนี้สิน ร้อยละ 75.41 หากมองในแง่บวกเห็นว่าโควิด-19 ทำให้ระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น ร้อยละ 70.28 พฤติกรรมครอบครัวไทยที่เพิ่มขึ้น คือ การดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว ร้อยละ 75.17 พฤติกรรมที่ลดลง คือ การเดินทางท่องเที่ยว ร้อยละ 63.77 ปัญหาหนักอกเกี่ยวกับครอบครัว คือ รายรับไม่พอกับรายจ่าย ร้อยละ 44.27
 
ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังมีโควิด-19 ปัญหาครอบครัวไทยก็ยังเป็นเรื่องปากท้อง รายได้ หนี้สิน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเรื่องเศรษฐกิจก็ยังเป็นปัญหาหลักของคนไทย ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะมองเห็นปัญหาระดับจุลภาคนี้หรือไม่ และจะมีแนวทางในการแก้ไขทั้งในระดับประเทศและระดับครัวเรือนอย่างไร เพราะครอบครัวนั้นเป็นหน่วยเริ่มต้นของสังคม ถ้าทุกครอบครัวอยู่ดีมีเงินใช้ก็ย่อมส่งผลให้ภาพรวมคุณภาพชีวิตของคนไทยนั้นดีมีความสุขนั่นเอง
 
ด้านผศ.ดร.พิมพ์มาดา วิชาศิลป์ คณบดีโรงเรียนท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พบว่าผลกระทบเชิงลบหลักที่เกิดขึ้นเป็นประเด็นเศรษฐกิจ คือ ปัญหาการตกงาน ว่างงาน ส่งผลให้รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ก่อให้เกิดหนี้สินตามมาและเกิดสภาวะความเครียด ซึ่งความเครียดนั้นมิได้มีเพียงแค่ปัญหาปากท้องเท่านั้น แต่มีความเครียดที่มาจากความกังวลใจในเรื่องของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วย จะเห็นได้ว่าผู้คนติดตามข่าวสารและสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่สุ่มเสี่ยง ส่งผลให้การเดินทางท่องเที่ยวลดลงไปอย่างมีนัยสำคัญ
 
อย่างไรก็ตาม ในสภาวการณ์แพร่ระบาดนี้ ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือการที่ครอบครัวได้อยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา ร่วมดูแล ให้กำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อก้าวข้ามผ่านสภาวการณ์เช่นนี้ไปได้ด้วยพลังใจที่เข้มแข็ง
 
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 มี.ค. 64)

****
 
กระทู้ผลสำรวจอย่างเป็นทางการของสวนดุสิตโพลครับ
 
“ครอบครัวไทยในยุคโควิด-19”
https://pantip.com/topic/40579705
 

 
ทำดีต้องชม! อาชีวะจับมือ คฝ. ร่วมเก็บขยะพื้นที่ชุมนุม ก่อนคืนการจราจรสู่ปกติ
https://www.matichon.co.th/politics/news_2622602
 
ทำดีต้องชม! อาชีวะจับมือ คฝ. ร่วมเก็บขยะพื้นที่ชุมนุม ก่อนคืนการจราจรสู่ปกติ
 
เฟซบุ๊คแฟนเพจ “ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย” เปิดเผยภาพน่าประทับใจ หลังจากการสลายการชุมนุม เมื่อกลุ่มนักเรียนอาชีวะ และกองบังคับการอารักขา และควบคุมฝูงชน (คฝ.) ร่วมกันช่วยเก็บขยะบริเวณถนนพิษณุโลก ด้านหน้าราชมงคลพระนคร ก่อนที่จะคืนผิวการจราจรตามปกติ
   
https://www.facebook.com/GearofDemocracy/posts/3746944048728975

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่