เรื่องสั้น : ห่างไกล

กระทู้สนทนา
เครดิตภาพ
http://www.pohchang.rmutr.ac.th/%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87/
http://www.psisolution.com/blog-thai/project-management/20-project-manager/
 

ห่างไกล

“ผู้จัดการคะ รบกวนเมื่อเซ็นสัญญาโครงการครบแล้ว มีเอกสารเพิ่มเติมอีกฉบับหนึ่งอยู่บนโต๊ะค่ะ “
เสียงเลขาแจ้งกับเราเมื่อเธอมายืนรอเจอที่หน้าห้องของเราในสำนักงานเช้าวันนี้
 
“ขอบคุณครับ ถ้าผมอ่านและเซ็นเสร็จแล้วจะแจ้งให้มารับไปดำเนินการต่อได้เลยนะ”
พูดพลางผลักประตูเข้าไปในห้องทำงาน
 
บริษัทที่เราเพิ่งก่อตั้งมาได้ไม่กี่ปี
ด้วยเงินน้ำพักน้ำแรงจากการเป็นลูกน้องเก่าของบริษัทแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลาหลายปี
 
ยังจำวันแรกที่เราไปสมัครเข้าทำงาน
ในตำแหน่งที่ไม่ตรงกับสาขาที่ได้เรียนมา
แต่เราต้องทำงานอะไรก็ได้
แม้จะเริ่มเป็นแค่พนักงานส่งของก็ตาม
 
เพราะต้นทุนชีวิตไม่ได้มีมากมายเหมือนใครๆ 
แต่ก็ถือว่าประสบการณ์ชีวิตหล่อหลอมให้เราแข็งแกร่ง
การที่ได้มาเป็นพนักงานระดับล่างแต่ก็อาศัยเป็นคนมีความขยัน
 และมีน้ำใจช่วยเหลือทุกคนทุกครั้งที่เรามีโอกาส
 
แม้จะใช้แค่แรงในช่วงเวลานั้นเท่าที่จะช่วยได้ 
จนทำให้หลายๆคนเห็นใจและชมเชยเรา
 
จนเมื่อตำแหน่งที่เราเคยตั้งใจมาสมัครว่างลง 
ผู้จัดการในขณะนั้นก็รับเราเข้าทำงานตามตำแหน่งทันที
 
อาศัยเป็นคนใฝ่เรียนรู้และตั้งใจอย่างจริงจังเมื่อได้เข้าทำงาน  
ทำให้เราได้เรียนรู้งานแทบทุกส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบ
และส่วนที่เกี่ยวเนื่องเกือบทั้งหมดจนเข้าใจในระบบการทำงานทุกขั้นตอน
 
นิสัยนอกเหนือจากนี้คือเป็นคนสมถะ ไม่ฟุ่มเฟือย 
ทำให้ใช้จ่ายอย่างประหยัด
ไม่เคยออกไปเที่ยวเตร่หาความสำราญหลังเลิกงานเลย
กลับแต่ออกมารับงานอื่นไปทำหลังเลิกงาน
ทำให้มีเงินเก็บมากกว่าคนวัยเดียวกันหลายเท่าตัว
 
ทำไมนะหรือ?
 
 
เมื่อเดินมานั่งที่โต๊ะทำงานก่อนมองเอกสารที่กองอยู่
ทำสมาธินั่งหลับตาทุกครั้ง 
 
ภาพที่ปรากฎขึ้นในจิตใจ
 
สมัยตอนเรียนย้อนกลับไปเกือบสามสิบปีที่แล้ว
ชายเพิ่งเข้าวัยหนุ่มใส่ชุดนักศึกษาสีมอๆ เพราะเป็นชุดที่ไปขอจากรุ่นพี่
ที่ได้รับบริจาคกันมา
เมื่อรู้ว่าน้องสาขาเป็นเด็กมีฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีแต่ผลการเรียนดี
 
ได้ทุนการศึกษาก็มาเพียงค่าเทอมเท่านั้น แต่ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าเสื้อผ้า ค่าใช้จ่ายต้องหาเอง
หลังเลิกเรียนก็ขอให้อาจารย์จ้างไปทำความสะอาด เก็บเอกสาร หรือทุกอย่างเท่าที่จะทำได้
แม้ถึงกระนั้นเมื่อต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมพวกอุปกรณ์การเรียน ทำให้แทบจะไม่มีเงินกินข้าว
 
หลังจากทำงานที่รับจ้างจากอาจารย์ที่วิทยาลัยแล้ว
ตกเย็นยังมารับจ้างเสิร์ฟอาหาร และบางครั้งก็ต้องไปล้างจานอีกต่างหาก
กว่าร้านที่รับจ้างจะปิดก็เกือบสี่ทุ่มรีบกลับที่พักเพื่อไปอ่านหนังสือและทำการบ้านต่อ
ชีวิตวนเวียนแบบนี้จนไม่มีเวลาหาความสุขเหมือนเพื่อนๆคนอื่นๆในวัยเดียวกัน
 
 
จุดเปลี่ยนของชีวิตครั้งแรกก็เข้ามา

เมื่อวันหนึ่งอาจารย์เรียกเข้าไปพบ
พร้อมบอกว่า 
ให้เรานำผลการเรียนที่ได้ระดับดีเยี่ยมของสาขามาเพื่อเขียนไปขอทุนการศึกษา
ไม่ได้ขอตามหน่วยงานเพราะติดเงื่อนไขมากมาย
เพียงแต่ว่าให้เขียนไปขอตามทำเนียบชื่อรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้ว
บางคนประสบความสำเร็จในอาชีพอาจจะพอให้การช่วยเหลือได้บ้าง
 
เงื่อนไขคือ
ต้องเป็นคนดี เรียนดี 

และที่สำคัญคือ ตัวอาจารย์จะรับรองให้
จะขอเพียงหนึ่งทุนต่อหนึ่งคนเท่านั้น
 
ตั้งใจเขียนตามความจำเป็นของชีวิตและแนบเอกสารพร้อมการรับรองจากอาจารย์ส่งไป
ไม่นานก็ได้ข่าวดีจากรุ่นพี่คนหนึ่งยินดีจะช่วยเหลือมอบทุนให้
 
แม้จะเป็นแค่ วันละ 30บาท สรุปคือเป็นทุนค่าอาหารเดือน ละ 900 บาท
มันก็ทำให้เราไม่ต้องหิ้วท้องที่แสบเพราะความหิว
หลังทำได้แค่ไปกรอกน้ำก๊อกเข้าปากช่วงพักกลางวัน
เพื่อประทังความหิวที่วิทยาลัยได้ในบางวัน
 
ทุกวันนี้ 
เรายังส่งจดหมายไปขอบคุณและหาโอกาสได้ไปพบเจอพี่คนนั้นทุกปี
ไม่มีคำพูดใดๆจะบอกออกมาได้ 
นอกจากน้ำตาใสๆที่เอ่อออกมาเมื่อเจอกันครั้งแรกหลังสำเร็จการศึกษา
กล่าวสั้นๆได้เพียงคำเดียวว่า “ขอบคุณมากครับพี่”
ยกมือไหว้ก้มตัวลงแทบจะกราบลงไป 
แต่พี่เขาเองก็รับมือเรายกขึ้นมาบอกว่า
“ไม่เป็นไรครับ พี่พอช่วยได้ก็ช่วย ตั้งใจทำงานเป็นคนดีนะ”
คำพูดแค่นี้เอง
 
สำหรับคนที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
คนที่เราไม่เคยทำอะไรให้ 
คนที่ไม่เคยรู้จัก 
มอบเงินมาให้ 
แม้จะดูไม่มากสำหรับใคร 
แต่สำหรับเรามันจำเป็นมากในขณะนั้น
 
นักศึกษาบางคนที่รู้จักกันที่ได้รับทุนไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้เจอเจ้าของทุนนั้นเลย
แต่ก็ยังเขียนจดหมายไปขอบคุณทุกปีเช่นกัน
 
เวลาและระยะทางกว่าจะมาถึงวันนี้นั้น
 
มัน
 
ห่างไกล
 
ไม่คิดว่าเราจะได้มาถึงจุดนี้ ในวันนี้
 
วันที่มีโอกาสเป็นถึงเจ้าของกิจการของตัวเอง
จากเด็กแทบจะกล่าวได้ว่ามาจากศูนย์หรือไม่มีต้นทุนติดตัวมาเลย
 
โอกาสก็เข้ามา
 
วันที่ผู้จัดการเรียกไปพบเพื่อปรึกษา
บอกความต้องการว่าต้องการหาบริษัทมารับงานไปรับช่วงต่อเพราะงานมีเข้ามาจำนวนมาก
เราได้ตัดสินใจก้าวออกมาจากตำแหน่งเดิมในบริษัทพร้อมเงินเก็บและประสบการณ์ทุกด้าน
 
ด้วยความเป็นคนที่รู้งานทุกด้าน และมีคนที่เชื่อใจเราที่เคยติดต่องานกันมา
มารวมตัวตั้งบริษัทเองจนประสบความสำเร็จขึ้นมาได้
 
นี่คือตัวเราในวันนี้
 
 
ลืมตาขึ้นมาเปิดเอกสารสัญญาตรวจทานก่อนลงชื่อจนครบ
 
เหลืออีกชิ้นเป็นซองเอกสารขนาดใหญ่ตามที่เลขาแจ้งไว้
หน้าซองเป็นสัญลักษณ์ที่เราจำได้ดี
 
ตราของวิทยาลัยที่เราเคยได้เรียน
 
เปิดออกมา
มีรูปวาดเรือสำเภาขนาดเท่ากับกระดาษ โปสเตอร์ ขนาด A3 (29.7 x 42 ซ.ม. )
 
และ
 
จดหมายเขียนถึงเรา
เนื้อหาข้อความ
กราบขอบคุณที่ให้ทุนเพื่อการศึกษาแก่นักศึกษารุ่นน้องคนนี้
แสดงความขอบคุณและแสดงเจตนาจำนำเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
พร้อมสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนและเป็นคนดี
 
เหมือนข้อความที่เราเคยไว้เมื่อสามสิบปีที่แล้ว
 
คิดย้อนกลับถึงตัวเอง
 
มันห่างไกลแค่ไหน?
ความลำบากกว่าจะมาถึงความสำเร็จ
 
แต่เมื่อมองย้อนกลับไป
ความรู้สึก
ห่างไกล
กลับมาใกล้กันแค่นิดเดียว
 
น้ำตารื้นขึ้นมา
 
นึกถึงคำพูดที่เคยได้ยินว่า
มือของผู้ใหญ่ย่อมอยู่ข้างบนเสมอ
แม้ไม่มาก 
แต่หากเป็นความเต็มใจของผู้ให้
ยังความสุขใจแก่ผู้รับอย่างสมบูรณ์ที่สุด
 
คิดไปก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า
จดหมายนี้ คงคล้ายจะเป็นจดหมายของเรา
ที่ได้เขียนถึงใครในวันนั้น
คนที่ไม่เคยรู้จัก
คนที่ไม่เคยพบหน้า
คนที่ยื่นมือมาช่วยเราในวันนั้น
 
ผ่านระยะเวลา
เส้นทาง
ผ่านชีวิต
ความยากลำบาก
 
ความห่างไกล
 
 
มาได้ถึง 
30 ปี
 
เหมือนกับว่าจดหมายที่เราเคยได้เขียนมา
ผ่านกาลเวลา ที่ “ห่างไกล” 
ได้ส่งมาถึงตัวเราเองอีกครั้ง
 
“ไม่เป็นไรครับ พี่พอช่วยได้ก็ช่วย ตั้งใจเรียน จบมาก็ตั้งใจทำงานและเป็นคนดีนะครับ”
พูดขึ้นมากับตัวเองในใจพร้อมคิดต่อ
 
เชื่อว่าเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านกาลเวลาจะงอกงาม
เหมือนที่คนอื่นๆได้เจตนาปลูกฝังความดีนี้ไว้
สืบต่อให้ผลิดอกใบให้เป็นคุณค่าความดีแก่สังคมของเราต่อไป
 
ขอได้รับความซาบซึ้งจากข้อความตามเฟซบุค
เรื่องนี้เป็นการแต่งเพิ่มขึ้นมาเองตามจินตนาการโดยมิได้เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
ที่ได้นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนที่อ้างอิงมาแต่อย่างใด
เพื่อให้ผู้อ่านได้อรรถรสในการรับชมเท่านั้นครับ
 
 
 
แรงบันดาลใจ
https://www.facebook.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B3-%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9E-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B8%A1-%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD-%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94-474860589213200/photos/pcb.3996562203709670/3996562103709680/
 
 
 

ขออนุญาตตามมารยาทครับ

ตามที่ผมได้เข้ามาในห้องกลอนและเรื่องสั้นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ด้วยมิตรภาพและไมตรีอันอบอุ่น ได้พูดคุยในเรื่องราวมากมาย
เพราะเคยคิดว่า
เป็นสิ่งที่อยากจะทำในช่วงชีวิตที่ผ่านมาแต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำ 

จนได้มาทำสิ่งใหม่ๆในชีวิต
ได้แต่งเรื่องสั้นเรื่องแรก 
และร่วมสนุกกับทุกท่าน แลกเปลี่ยนความคิด แต่งบทกลอนในเรื่องราวต่างๆมากมาย

แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
คำกล่าว สวัสดี ขอบคุณ ขอโทษ ยินดี 
ได้ใช้ไปตามความคิดที่เป็นไปโดยสุจริตใจโดยมิได้เสแสร้งออกมา

รับรู้ถึงเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และรู้สึกซาบซึ้งในเรื่องราวต่างๆที่หลายท่านเขียนมา
และเมื่อถึงเวลา คำว่า 
ลาก่อน 

ก็เดินทางมาถึงตามสัจธรรม 
เพราะคิดว่าตนเองได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำครบถ้วนแล้วครับ
 
ขอบคุณครับ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง  สำหรับทุกท่านที่ไม่อาจเอ่ยนามได้ทั้งหมดเพราะกลัวตกหล่นไป

ขอโทษครับ ถ้าเคยล่วงเกินใครด้วยเจตนาหรือความไม่รู้เท่าถึงการณ์หากได้แสดงออกไป

ขออภัยครับ ที่เคยได้กล่าวว่าจะอยู่คุยกันให้นานเท่าที่จะยังมีแรงคิดและเขียนให้อ่านและฟัง

ยินดีครับ ที่ได้มีโอกาสรู้จักกับทุกท่าน
สุดท้าย 

คำกล่าวทักทายครั้งแรกว่า

 สวัสดีครับ

และถ้าจากไปโดยไม่อำลาก็ถือว่าเสียมารยาทตามความรู้สึกส่วนตัว

ขอได้รับความขอบคุณอีกครั้งครับ 
ลาก่อนครับ

เดือนเอก
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  แต่งเรื่องสั้น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่