แด่....คนที่จากไป

กระทู้คำถาม
พ่อจากผมไปในวันที่9กุมภา58 6ปีเต็มๆ
จะว่านานก็นานอยู่นะ  แต่ในความรู้สึกผมเหมือนพ่อไม่ได้จากไปไหนเลย
มองไปรอบๆบ้าน ก็ยังเห็นต้นไม้ที่พ่อปลูก ทุกที่ยังเต็มไปด้วยความทรงจำที่มีพ่อกับผม ตอนที่หมอบอกว่าพ่อเป็นมะเร็ง ลูกๆนี่แทบเป็นลม แต่พ่อกลับนิ่งไปแค่5วิแล้วก็ยิ้มก่อนบอก
เออ...เป็นก็เป็น  มีโอกาศได้เป็นแล้วก็เป็นให้คุ้ม
ไม่ไช่ทุกคนจะได้เป็นซะเมื่อไหร่  หมอเรียกลูกๆไปคุย ว่าพ่อเป็นระยะสุดท้ายแล้ว คงอยู่ได้ไม่เกินครึ่งปี
ด้วยวัยบวกกับพ่อเป็นคนรูปร่างเล็กขาวจนซีด เลยดูเหมือนไม่แข็งแรงอะไรเลย
  หลังจากออกจากร.พ.พวกผมรวมทั้งแม่ด้วยก็ตามใจพ่อชนิดไม่ขัดใจกันเลยละ
แต่พ่อก็หน้าตามใจครับ
เลี้ยงง่าย ใจดี ยิ้มเก่ง วันๆก็อยู่กับหนังสือพระไตรปิฎก
บ้าง นั่งชมนกชมไม้อยู่หน้าบ้านบ้าง(พวกผมทำบ้านรับลมให้พ่อหลังนึง)ทำไม้ค้ำเปิดโล่งทุกด้าน กลางวันเปิดโล่งกลางคืนเอาลงสามด้าน เย็นสบายโดยไม่ต้องเปิดพัดลม
  พ่อเป็นคนป่วยที่คนดูแลไม่หนักใจอะไรเลย ลุกนั่งเอง ขับถ่ายเอง(ไม่ไช้แพมเพิส)กินข้าวเองและที่สำคัญไม่เคยหงุดหงิดใส่คนดูแลเลยสักครั้ง
เพราะแบบนี้หรือเปล่าไม่รู้นะครับจากที่หมอกำหนดเวลาให้พ่อครึ่งปี แต่พ่อกลับอยู่ได้ถึง7ปี แม้วันที่พ่อจากไป พ่อก็ไม่ทุรนทุราย
กินข้าวได้เยอะ ขอขนม ขอนมกินแล้วก็บอกว่าอิ่มแล้วจะนอนนานๆเลย แต่ลูกๆก็รู้นะครับว่าพ่อจะไม่อยู่(เพราะผมพ่อตั้งทั้งหัวเลยครับ พอแกเสียผมก็นอนปกติ)ทุกวันนี้ผมยังนึกภาพออกอยู่เลย
ในความรู้สึกผมพ่อไม่ได้เป็นพ่ออย่างเดียวนะครับ
พ่อเป็นทั้งที่ปรึกษาและเป็นพี่ชายที่โครตเข้าใจน้อง
ตั้งแต่วัยรุ่นจนเป็นผู้ใหญ่
เป็นพ่อครัว(เวลาแม่ไม่อยู่)ผัดถั่วงอกปลาทูทอดน้ำพริกกะปิ (เมนูยอดนิยม)
น้ำยาขนมจีนฝีมือพ่อนี่อร่อยจนเลื่องลือ
(ลูกๆได้ติดปลายจวักมาคนละหน่อย😄)
เมื่อก่อนผมเป็นคนใจร้อนมากก็ได้พ่อนี่แหละครับฝึก
(พ่อเอาภาพครอสติชมาให้1ภาพพร้อมอุปกรณ์ปักจำได้ว่าเป็นภาพเด็กคู่ หัวฟูๆยุ่งเหยิง😅)พ่อบอกว่าถ้าอยากจะรู้วิธีทำยังไงให้ใจเย็นต้องปักภาพนี้ให้เสร็จ แล้วพ่อจะบอก)พ่อให้เวลาไม่จำกัดเลยครับ1เดือนแรกได้ส่วนผมไม่ถึงครึ่งหัวเลยครับ แถมปักผิดปักถูกแก้จนท้อ เดือนที่สองดีขึ้นนิดนึง(ไม่ค่อยแก้แต่ก็ทำได้แค่นิดหน่อย)แต่ผมเป็นคนมุ่งมั่นครับ ทำผิดก็แก้ ทำได้น้อยก็ทำ ทำได้เยอะก็ทำ มีเวลาก็ทำแทบไม่มีเวลาก็ยังทำ
จากทำแบบหงุดหงิด ชุ่ยๆเละๆ ระยะหลังก็ใจเย็นขึ้นภาพก็ปราณีตขึ้นให้สีดีขึ้น
ปักได้นานขึ้น พลาดน้อยลง
ประมาณ13เดือนได้มั้งผมก็ปักเสร็จ (ผ้าปักนี่ดำเลยครับ ขนาดล้างมือแล้วล้างมืออีกเลยนะ🤣)พอผมเอาภาพไปให้พ่อดู พ่อก็ยิ้มแล้วโยกหัวผม ถามว่าทำยากมั้ย หูย...โค-ตะ-ระ ยากบอกเลย แต่ก็ทำเสร็จ (สวยรึเปล่าไม่รู้แต่ก็มีสาวมาขอไปหลังทำเสร็จไม่นาน😁)พอผมถามว่าจะสอนวิธีใจเย็นได้รึยังพ่อขำก๊ากแล้วบอกว่าให้ปักไปเรื่อยๆหาภาพสวยๆมาใหม่ ปักไปแล้วก็ให้เริ่มสังเกตตัวเองไปว่าเปลี่ยนไปยังไงบ้าง
ตอนนี้ผมถึงรู้ว่านี่คือการสอนของพ่อ ถ้าเราไม่เดินซะบ้างก็คงไม่เห็นรายละเอียดของข้างทางหรอกว่ามีอะไรบ้าง(เพราะเอาแต่บิดสุดไมล์อยู่ตลอดเวลา)
ดอกไม้เล็กๆข้างทางสวยแค่ไหนก็คงไม่ได้เห็นเพราะมัวแต่มุ่งไปหาเป้าหมายโดยไม่เคยมองใครหรืออะไรข้างทางบ้างเลย
หลังจากนั้นผมก็เปลี่ยนไปหลายอย่าง ที่ชัดๆเลยคือใจเย็นขึ้น(ตอนเจอกุศโลบายพ่อนั่นอายุ18 ทุกวันนี้ผมยังเก็บภาพแห่งความเปลี่ยนแปลงนั่นไว้ก้นลิ้นชักอยู่เลย) ตอนหลังมาผมปักอีกหลายรูปนะครับ
แต่ที่ไม่ปักอีกเลยคือรูปคนนี่แหละ(ยากเกิ๊น)🤣
วันนี้ครบรอบวันเสียชีวิตครบ6ปีของพ่อ ผมอยากจะบอกพ่อว่า บนโลกใบนี้อาจไม่มีร่างพ่ออยู่ แต่ในความทรงจำของผม พ่อกระจ่างชัดยิ่งกว่าภาพถ่ายใบไหนๆ
และผมอาจไม่ได้คิดถึงพ่อตลอดเวลา แต่แน่นอนว่าพ่อยังจะคงอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไปครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่