แบ่งปันเทคนิคหางานช่วงโควิด 2021 ให้ได้งานภายใน 40 วัน

สวัสดีค่ะทุกคน สำหรับกระทู้นี้จะมาแชร์วิธีการหางานช่วงโควิด ให้ได้งาน
ในแบบฉบับของเราเองนะคะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ยังอยากหางานประจำทำอยู่นะคะ
ไม่พูดถึงว่า ไปทำออนไลน์หรืออื่นๆที่ไม่ใช่งานประจำนะคะ 

ทำไมถึงใช้คำว่าหางานได้ ภายใน 40 วัน?

เราเริ่มนับจากวันแรกที่ส่งเรซูเม่ ไปจนถึงวันสุดท้ายที่ส่งเรซูเม่จนได้งาน 
ใช้เวลาทั้งหมดที่หางาน คือ 40 วันค่ะ // ส่งไปประมาณ 70 ที่ค่ะ

เริ่มจากเรซูเม่ (ทำเป็นภาษาอังกฤษนะคะ)
เราทำเรซูเม่เองค่ะ ก็เข้า youtube แล้วก็ทำตามในคลิปเลยค่ะ ไม่ยาก ดูเป็นแนวทาง ไม่ได้ทำตามแบบเค้าเป๊ะๆ
Youtube :: https://www.youtube.com/watch?v=1hi_VAFW2Kw
เราทำแบบธรรมดาๆนะคะ ไม่ได้ colorful มาก (เป็นพื้นหลังสีขาว และใช้เส้นแบ่งเป็นสีเทา แค่นี้เองค่ะ)
พวกเงินเดือนที่คาดหวัง /จุดประสงค์ในการสมัครตำแหน่งงานนี้/ จุดอ่อน-จุดแข็ง หัวข้อพวกนี้ไม่ได้ใส่เลยค่ะ

เนื้อหาในเรซูเม่เรามีดังนี้
ฝั่งซ้ายเราใส่รูป
รูปไปถ่ายใหม่ค่ะ (รูปที่มีอยู่คือรูปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว) ไปถ่ายร้านที่มีช่างแต่งหน้าให้ด้วย
แต่งหน้าเสร็จแล้วถ่ายเลย ให้ทางร้านส่งไฟล์ให้ทางอีเมลด้วยค่ะ (เอาไว้ใส่ในเรซูเม่)
จากนั้นตามด้วยชื่อ-นามสกุล 
ที่อยู่-เบอร์โทรศัพท์-อีเมล
วันเดือนปีเกิด

ฝั่งขวาจะเป็นประวัติและทักษะความสามารถต่างๆ
ด้านบนสุดเป็นประวัติการศึกษา เรียงจากการศึกษาสูงสุด
ถัดมาเป็นประวัติการทำงาน
เรียงจากที่ทำงานล่าสุด
แต่ละที่เริ่มจาก (เวลาทำงาน) เดือน/ปี >>ชื่อตำแหน่ง>> ชื่อสถานที่ทำงาน
ถัดลงมาเป็นอธิบายความรับผิดชอบในตำแหน่งนั้นๆ ไม่ยาวมาก เนื้อๆเน้นๆคีย์เวิร์ด ที่ตรงกับตำแหน่งงานที่สมัคร

ด้านล่างสุดเราใส่ทักษะทางภาษาค่ะ
ภาษาอังกฤษ ถ้ามีผลสอบควรใส่เป็นตัวเลขให้ชัดเจน 
ถ้าใส่ good/fluent เราว่าทางHR ไม่สามารถทราบได้อย่างชัดเจน
บางคนใส่ good แต่จริงๆเก่งภาษาอังกฤษมาก แต่ไม่กล้าใส่ fluent/advance
บางคนใส่ Fair เพราะไม่ค่อยมั่นใจในทักษะภาษาของตัวเอง แต่สอบTOEIC ได้ 550+ ก็ถือว่าโอเคเลยนะคะ

แต่ถ้ามีผลสอบ เช่น ผลสอบ TOEIC และใส่เป็นผลคะแนนจะทำให้นึกภาพออกได้ง่ายขึ้น 
และวันๆนึงมีเรซูเม่หลายๆร้อยฉบับ เราต้องทำให้เรซูเม่ของเราน่าสนใจในสายตา HRมากที่สุด
นอกจากนี้เรามีผลสอบวัดระดับภาษาที่สาม ก็เลยใส่ลงไปด้วยค่ะ
ถึงแม้ว่าตำแหน่งที่สมัครจะไม่ได้รีเควสทักษะภาษาที่สามที่เรามี ก็ถือว่าใส่ไว้ ไม่เสียหาย
**และจากเว็บไซต์หางานบอกว่า “ข้อมูลทักษะด้านภาษา เพิ่มมูลค่าเรซูเม่ เพิ่มโอกาสได้งานกว่า 80%”
ที่มา >> https://web.facebook.com/JOBBKK/photos/a.147188841983513/3626629520706077

มีเรซูเม่แล้ว ก็เริ่มหางานค่ะ อย่างที่บอกช่วงโควิดก็จะเลือกมากไม่ได้ อาจจะไม่ตรงตามที่เราอยากได้
เช่น ไม่อยากทำงานเป็นกะ อยากได้งานใกล้บ้าน/ใกล้ที่พัก  แต่ก็ถือว่าเปิดโอกาส ให้โอกาสตัวเอง

เทคนิคของเราคือ หาที่ทำงานที่เราจะสมัครแล้ว save อีเมลของHR ไว้ก่อนค่ะ ยังไม่กดส่งเลย
หาได้หลายที่ วันละ 3-5ที่ 
**เราจะส่งเรซูเม่ ประมาณ 4-5ทุ่มค่ะ คืนวันอาทิตย์-คืนวันพฤหัสค่ะ (คืนวันศุกร์-วันเสาร์เราไม่ส่งค่ะ)
เพราะตอนเช้าๆHR มาเปิดอีเมลดู ก็จะเห็นเรซูเม่ของเราอยู่ด้านบนๆ (อันนี้เราคิดเอาเองนะคะ จริงๆแล้วHR เค้าอาจจะเช็คอีเมลเวลาไหนก็ได้ )
เราไม่ได้ส่งทุกวันนะคะ อย่างที่บอกรวบรวมไว้หลายๆที่แล้วค่อยส่งทีเดียว บางคืนก็ส่งเกือบ 10 ที่
เราจะจดไว้ด้วยคะ ว่าส่งไปที่ไหนบ้าง เวลามีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาจะได้ไม่งง ว่าบริษัทไหนโทรมา 
แล้วก็ที่ไหนที่เราส่งไปประมาณอาทิตย์กว่าๆเกือบสองอาทิตย์เราก็ตัดใจแล้วค่ะ น่าจะไม่ติดต่อมาแล้ว เราก็หาที่ใหม่ไปเรื่อยๆ

**เลือกเฉพาะที่เราคิดว่าจะทำแน่ๆนะคะ ไม่ใช่เค้าโทรมาแล้วก็ปฏิเสธทีหลัง เสียเวลาทั้งเราและเค้าค่ะ

**เรซูเม่ 1 ฉบับ ไม่สามารถใช้ได้กับงานทุกๆตำแหน่งนะคะ 
เช่น อยากสมัครเป็นเซลล์ หรือพนักงานขาย เราควรนึกถึงประสบการณ์ทำงานที่เราทำว่า
มีอะไรที่เราเคยทำเกี่ยวกับการขายมั้ย ให้ใส่คีย์เวิร์ด sale/up selling ใส่คำพวกนี้ลงไปด้วย ให้สอดคล้องกับตำแหน่งงานที่เราสมัครค่ะ

**ตอนส่งเรซูเม่ ใส่ subject ลงไปด้วยค่ะ
เช่นหัวข้อของเราจะเป็น  :: สมัครงานตำแหน่งXXXXXXX_ ชื่อจริง(ภาษาอังกฤษ)

ผลจากการส่งเรซูเม่ ได้รับการตอบกลับประมาณ 10 ที่ค่ะ (จาก70ที่)  มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาทุกอาทิตย์
ทั้งสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เบื้องต้นคร่าวๆ
ทั้งสัมภาษณ์ผ่านทางวีดีโอคอล(Line) และการเข้าไปสัมภาษณ์ถึงที่ทำงาน

เราได้งานแน่ๆ 2 ที่ค่ะ ที่แรกเดินทางสะดวก เป็นงานที่ชอบ
ที่ที่สอง ไกลที่พักค่ะ เป็นตำแหน่งงานที่ไม่เคยทำมาก่อน (ไม่แน่ใจว่าจะชอบหรือทำได้มั้ย)
เราตัดสินใจเลือกทำงานที่ที่สองค่ะ ถึงจะไกล อาจจะไม่ถูกใจเรื่องการเดินทาง 
แต่รายได้รวมๆโอเคกว่าที่แรกค่อนข้างมาก

อย่างที่บอกค่ะ ยิ่งช่วงนี้ช่วงโควิด อาจจะหาที่ที่ถูกใจได้ยาก เราก็ลองเปิดใจ ยอมลดเงื่อนไขของตัวเองเพื่อให้ได้งาน
ที่ที่เราอยากได้มากๆ เค้าก็ไม่ได้ติดต่อเรามาค่ะ 
ส่วนที่ที่เราได้งาน คนเก่าลาออกพอดีค่ะ เลยมีตำแหน่งว่าง ทางบริษัทเลยต้องการคนด่วน 
เป็นจังหวะเดียวกับที่เราส่งเรซูเม่เข้าไปพอดี ตำแหน่งงานนี้เราก็ไม่เคยทำมาก่อนนะคะ 
แต่อย่างที่บอกช่วงนี้ จะเลือกให้ถูกใจตัวเองทุกอย่างคงไม่ได้ 
ทั้งนี้ทั้งนั้นจะบอกว่า ช่วงนี้อาจจะไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราในทันทีทันใด ก็อยากจะให้ทุกคนอดทนนะคะ 
จังหวะมันจะได้ ก็คือได้

**ช่วงที่หางานอยู่ก็พัฒนาทักษะอื่นๆเพิ่มเติม เช่น ถ้าเรียนภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ ถ้ามีการสอบวัดระดับ
ก็แนะนำให้ไปสอบไว้นะคะ “มีผลคะแนนแล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี” “เหลือดีกว่าขาด”ค่ะ
***นอกจากนี้อยากให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอด้วยนะคะ อย่ามัวแต่นั่งอยู่หน้าจอ หรืออุดอู้อยู่แต่ในบ้าน  
การออกกำลังกายทำให้เราผ่อนคลายค่ะ ไม่เครียดกับการหางานจนเกินไป อาจจะไม่ต้องถึงขั้นเสียเงินไปฟิตเนส 
แค่รองเท้าผ้าใบคู่เดียว ไปวิ่งรอบๆบ้านก็ออกกำลังได้แล้วค่ะ

ตอนนี้เริ่มทำงานมาได้เกือบสองอาทิตย์แล้วค่ะ พี่หัวหน้าใจดีมาก เพื่อนร่วมงานดี สภาพแวดล้อมดีค่ะ 
งานไม่เครียด ไม่หนักมาก ก็ถือว่าขอบคุณที่ที่เราอยากได้มากๆ แต่ไม่ติดต่อเรามา/ปฏิเสธเรา ทำให้เราได้มาทำงานที่นี่ค่ะ 

***ฝากถึงทุกๆคนคะ ถ้าสมัครไปแล้วยังไม่ได้ที่ที่อยากได้ ก็คิดว่ายังมีที่ดีๆรอให้เราเข้าไปทำงานอยู่ค่ะ
อาจจะใช้เวลาหน่อย แต่ถ้าได้ที่ทำงานดีๆ ค่าตอบแทนดีๆ สังคมดีๆก็ถือว่าคุ้มค่าที่รอคอยนะคะ

หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์และเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆที่กำลังหางานทุกท่านนะคะ
ขอจบกระทู้เพียงเท่านี้ ขอให้เพื่อนๆได้งานตามที่หวังนะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่