เจอปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงของงาน จนเหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้าเลยทำไงดี

ก่อนอื่นต้องขอเล่าก่อนว่าสามสี่ปีที่ผ่านมาผมทำงานบริษัทเอกชน ครับ สไลต์งานค่อนข้าง หนกถ้าพูดตรงๆ เช้าจนเย็นตลอดสองสามปีที่ผ่านมาผมนั่งปั่นงานเช้าจนเย็นๆ ดึกบ้าง เสาร์อาทิตย์บ้าง ถึงจะเป็นเลเวลที่เป็นหัวหน้าทีมแล้วก็ยังคงต้องปั่นงานช่วยลูกน้องด้วยจำนวนงานที่ไหล เราเองไม่อยากให้ทีมเราต้องกลายเป็นคอขวดทำให้ทีมอื่นสะดุด ผมเลยทุ่มเวลากับการก้มหน้าปั้นงานมาตลอดจนมาวันนึงที่ผมรู้สึกตัวว่า ทำไมคนรอบๆตัวผมพัฒนาขึ้น ในเรื่องความรู้ทักษะนะครับ ทำไมเรื่องนี้ที่เราเคยเชี่ยวชาญตอนนี้เราล้าหลังไปมาก เริ่มานั่งทบทวนตัวเอง ถึงรู้ว่าผมเอาแต่นั่งทำงานจนไม่ได้ พัฒนาตัวเองเลย ลองคิดไปเรียนเพิ่ม ลองไปลงคอร์สสั้นๆ  มันก็เหมือนจะทำให้รู้อะไรมาบ้างแต่สุดท้ายก็กลับมานั่งปั่นงานจนสิ่งที่รู้มาจางหายไป คิดจะเปลี่ยนงานแต่ก็ด้วยภาวะเศรษฐกิจหลายๆอย่างก็กลัวกับการจะเสี่ยงแบบนั้น  

จนสามสี่ดือนที่ผ่านมา ผมเจอกับการเปลี่ยนแปลงของทั้งองค์กร ทีม และสภาวะแวดล้อมในการทำงานเรูปแบบหใหม่ๆ หลักๆ ตัวงานที่รับผิดชอบ เปลี่ยนไปได้มาดูสิ่งใหม่ๆที่ยังไม่เคยทำหรือมีบางส่วนเคยดูแต่ไม่เคยลงรายละเอียดมากนัก ในตอนนั้นผมก็คิดว่ามันคงเป็นโอกาสที่ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะขึ้น ก็พยายามจะเริ่มต้น กับตัวงานใหม่พยายามลองหาข้อมูลว่าจะเริ่มยังไงทำอะไรก่อน แต่เหมือน มันยังไม่ใช่ สักทีเหมือนกับว่าผมต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด โดยข้อจำกัดคือภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะรูปแบบการทำงานคือทุกคนไวมาก กลายเป็นว่าเหมือนเป็นคนที่ช้าที่สุด 

ปัญหาที่เริ่มเกิดขึ้นจนผมสังเกตตัวเองได้คือ ผมเริ่มไม่กล้าคิด ไม่กล้าตัดสินใจอะไร เพราะที่ผ่านมาสิ่งที่คิดหรือทำไปมันไม่ถูกต้องหรืออาจยังไม่ใช่สิ่งที่เขาคิด เหมือนผมเสียความมั่นใจในการจะทำงานไปเรื่อยๆ พยายามปรับโดยรอบครอบให้มากขึ้น ให้เวลากับมันมากขึ้น แต่ ข้อจำกัดอย่างที่บอกคือ ทุกคนไว ฉะนั้นผมเองก็ เหมือนคนวิ่งไปอ่านหนังสือไป มันจับใจความอะไรได้ยากมาก ทุกอย่างเร็วไปหมดจนโฟกัสอะไรไม่ได้เลย แต่ก็ยังต้องแบกรับความคาดหวังกับตัวงานที่ต้องรับผิดชอบให้ดีเพราะก็กลัวที่จะกลายเป็นภาระใคร

ผมรู้สึกว่า ช่วงสาม สี่ เดือนที่ผ่านมากับการทำงาน ผมตื่นนอนมาด้วยคำถามว่า “ วันนี้ฉันจะทำอะไร จะเจอปัญหาอะไร หรือไปเป็นภาระให้ใครอีก ” ผมรู้สึกกังวลทุกครั้งที่เริ่มงานในแต่ละวัน เหมือนทำงานไปด้วยความกังวลใจและไม่มั่นใจตลอดเวลา ในขณะที่ทุกคนรับผิดชอบงานตัวเองได้ดี แต่ผมกลับรู้สึกถอยลง อย่างรวดเร็ว ผมกลายเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องเพราะไม่มั่นใจสักประโยคที่หลุดออกจากปาก มันยิ่งคิดซับซ้อนๆในหัวพยายามจะทำให้คนฟังเข้าใจ ในสิ่งที่ผมเองก็ยังไม่มั่นใจ อาจจะดูเหมือนดราม่าไปแต่ไม่รู้มีใครเคยเป็นแบบผมไหมที่ทุกวัน เลิกงานขึ้นรถแล้วถามตัวเองว่าวันนี้ทำอะไรลงไป ทำอะไรอยู่ บางวันขับรถกลับบ้านร้องไห้ไปก็มี เพราะมันเครียดกับสิ่งที่ทำไม่ได้แล้วก็ยิ่งกดดันๆๆขึ้นทุกวัน

สิ่งสำคัญที่ผมตัดสินใจมาโพสวันนี้คือ มันเริ่มมีผลกันคนรอบตัวในครอบครัว ผมเริ่มหงุดหงิดกับทุกคนรอบตัวที่ไม่ได้ดั่งใจ อารมณ์ร้อนไม่ออกไปไหนไม่อยากเจอใคร ทั้งที่แต่ก่อนชอบไปเที่ยว ไปเจอผู้คน มีอยู่วันนึงที่คุยกับคนที่บ้านด้วยเรื่องเล็กมากๆแล้วผมก็ลุยขึ้นมาอารมเสียใส่ทุกคนรุนแรงมากจนทุกคนช็อค สิ่งหนึ่งที่หลุดออกมาจากตัวผมคือประโยคที่ว่า กูไม่อยากอยู่แล้ว ตอนนั้นผมวิ่งออกไปข้างนอกอยู่คนเดียวพักนึงจนรู้สึกว่านี้กูเป็นอะไรวะเนี้ยเดินกลับมาร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนในบ้านช็อคว่าเกิดไรขึ้น วันนั้นเป็นวันแรกที่ผมกล้าเล่าเรื่องปัญหางานที่เจอให้ทุกคนในบ้านฟัง กลายเป็นว่า ทุกคนห่วง พ่อกับแมาเป็นกังวลเรื่องนี้ จากที่ผมจะสบายใจขึ้นตอนนี้ผมยิ่งเก็บทุกอย่างมากกว่าเดิมเพราะกว่าทำให้คนรอบข้างไม่สบายใจ

ตอนนี้ผมเหมือนคนที่ไม่รู้จะเอายังไงต่อกับชีวิต จะหางานใหม่ก็กลัวเรื่อเศรษฐกิจความเสี่ยง เรื่องภาระของเราเอง จะอยู่ต่อก็เหมือนมันมีอะไรเต็มไปหมดที่กังวล กดดัน ผมกลัวว่าถ้าผมปล่อยให้ตัวเองดิ่งลงไปแบบนี้เรื่อย ผมคงเป็นอะไรสักอย่าง ทางออกของผมตอนนี้ คือ
1. ย้ายงานกลับไปสายงานเก่า ยอมเงินเดือนอาจลดลงแต่คงสบายใจขึ้นแต่ก็เสี่ยงในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ 
2. ทนอยู่กับงานที่เจอตอนนี้แล้วหาวิธีอยู่กับมัน แต่ที่ยากมากเลยตอนนี้คือ จะทำลายกำแพง ทั้งเรื่องความไม่มั่นใจ ความรู้ใหม่ๆที่ไม่มีมากพอ แล้วก็ ความรู้สึกกังวลต่างๆที่มันฝังอยู่ลึกๆแล้วยังไง ถ้าทำได้ก็คงดีขึ้นแต่ถ้ามันไม่ได้ ผมเองคงแย่กว่าตอนนี้ไปอีกแน่ๆ
มีใครเคยเจอปัญหาแบบนี้ไหมครับช่วยแชร์วิธีแก้หน่อย หรือผมควรหาทางออกกับเรื่องนี้ยังไงดี

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่