เราคิดว่าเราแบบตกหลุมรักเพื่อนสนิทของตัวเองค่ะ เรากับเพื่อนคนนี้รู้จักกันมาประมาณ 6 ปีได้แล้ว ซึ่งเพื่อนคนนี้ของเราเป็นผู้หญิงนะคะ แมนๆหน่อย เรียกว่าเอก็แล้วกันนะคะ เราเคยไม่ชอบเอด้วยค่ะ ตอนแรกที่รู้จักกัน จำได้ว่าครั้งนึงเราเคยไปทำงานด้วยกันซึ่งจะต้องนอนค้างที่ที่ไปทำงาน ตอนนั้นเรายังไม่ได้สนิทกันมากนะคะ มีอยู่คืนนึงเอปวดท้อง ซึ่งก็จะมีเพื่อนสนิทของเราอีกคนคอยเฝ้าดูแลเอตลอดทั้งคืน ซึ่งทุกครั้งที่เราลืมตาขึ้นมา เราก็จะเห็นเพื่อนเรายังคงนั่งดูเออยู่ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เราไม่ชอบเอค่ะ เพราะเขาคือต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนสนิทเราไม่ได้นอน ต้องนั่งเฝ้าเอทั้งคืนเลย หวงเพื่อนตัวเองอะ 555 พอเช้ามาเราก็ไม่คุยกับเอเลยค่ะ หงุดหงิด >,,< ก็พอผ่านสถานการณ์นั้นมาเราก็ยังได้เจอกันเรื่อยๆค่ะ เพราะเรียนสาขาเดียวกัน อยู่กลุ่มแก๊งเดียวกัน เอเป็นเพื่อนที่ดีคนนึงค่ะ ไม่ได้แย่อะไรมากมายนัก สำหรับเราเอเป็นคนที่ดูดีคนนึงนะคะ เรียกได้ว่าเป็นคนมีเสน่ห์อะ สาวๆเพียบ แต่ตอนนั้นเราก็ยังไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองชอบเอนะคะ แถมมีหลายๆครั้งที่เราช่วยเอทำของขวัญ ซื้อของนู้นนี่ไปให้แฟนของเอ หรือผู้หญิงที่เอชอบ เวลาที่เอเขาไม่สะดวกหน่ะค่ะ ซึ่งเราก็ยินดีช่วยนะ แบบช่วยเพื่อนอะไรประมาณนั้น เอเขาเป็นคนที่สวีทมากๆค่ะ ไม่ว่ากับเพื่อนหรือกับแฟน เราจำได้ว่ามีอยู่ครั้งนึง พวกเราไปเที่ยวกันค่ะ แล้วเอเผลอดุเราเสียงดังไปหน่อย เราเกือบร้องไห้อะ เราก็เงียบไป แล้วตอนเราแวะกินข้าว เอก็ไปดอกไม้ข้างทางมาง้อเราอะ 555 ดูมันดิ น่ารักเนอะ แล้วก็มีอยู่ครั้งนึงตอนวันเกิดเราปีที่ 21 เราชวนเพื่อนๆมาเที่ยวที่บ้านค่ะ แล้วในวันเกิดเรา เอเขาใส่เสื้อยืดแขนยาวสีขาวค่ะวันนั้น ซึ่งเราก็ไม่ได้สนใจอะไรนะ อาจจะเป็นเพราะว่าทริปนั้นมีเพื่อนที่เราชอบไปด้วย เราเลยโฟกัสไปที่เพื่อนคนนี้ จนกระทั่งบ่ายๆ เอเขาก็บอกว่า วันนี้กูใส่เสื้อยืดแขนยาวสีขาวก็เพื่อเลยนะ 555+ งง ใช่ไหมคะว่าทำไมต้องเสื้อยืดแขนยาวสีขาว คือเราอะมีความชอบแปลกๆนิดนึง คือเราชอบคนที่ใส่เสื้อยืดแขนยาวสีขาว เพราะรู้สึกว่าคนที่ใส่ต้องเป็นคนสะอาดสะอ้าน แล้วมันทำให้คนใส่ดูขึ้นอะ สำหรับเรานะ นี่คือเอเลือกใส่เสื้อตัวนี้ในวันเกิดเรา ดูดิ มันน่ารักนะ แล้วมีอีกเรื่องน่ารักที่เราจำได้ ก็คือ เราเคยบ่นว่าอยากกินกั้งมากๆ แล้ววันนั้นซ้อมรับปริญญา เอเขาก็ซื้อส้มตำมากินกับเพื่อนๆค่ะ แต่เลือกแบบที่ใส่ดั้งมาด้วย แล้วหันมาบอกว่า อ่ะ เห็นบ่นว่าอยากกิน คือเห้ย!! เอาจริงๆนะ ก็คือแบบบ่นไปเรื่อยเปื่อย แต่เขาใส่ใจอะ เอเขาก็มีเรื่องราวสวีทเฟรนอีกเยอะแยะค่ะ ทั้งคำพูดดีๆ การกระทำดีๆ เขาเป็นเพื่อนที่ดีของเรามากๆคนนึงเลยละค่ะ แต่เราก็ไม่เคยมีสักครั้งที่เราจะคิดกับเอมากกว่าเพื่อนนะคะ จนกระทั่งปีที่แล้ว!! ตอนนี้เราอยู่ที่อเมริกาค่ะ แต่เอมาอยู่ที่นี่ก่อนเราประมาณ 2 ปีแล้ว ส่วนเราก็เพิ่งมาได้ประมาณครึ่งปีค่ะ เราสองคนเข้าโครงการออแพร์ค่ะ ซึ่งช่วงที่เราทำเรื่องเอกสารต่างๆของโครงการก็จะมีเอนี่แหละค่ะที่คอยช่วยเราตลอด เพราะว่าเราไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษอะ จากการช่วยเหลือและกำลังใจจากเอ ก็ทำให้เรามาอเมริกาจนได้ค่ะ ไม่ว่าเรื่องดีหรือเรื่องร้ายๆเราก็จะมีเอ(และเพื่อนอีกสองสามคน)คนรับฟังเราตลอดค่ะ ซึ่งในการเข้าร่วมโครงการนี้ เราสามารถเทคเวเคชั่นได้14วันค่ะ และเอก็สัญญากับเราว่า เขาจะพาเราไปเที่ยวก่อนที่เขาจะกลับไทย ซึ่งวันที่เราไปเที่ยวกันก็คือ 21-27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
นี่เป็นทริปเที่ยวต่างประเทศกับเธอครั้งแรก เอผู้ซึ่งขับรถคนเดียวตลอดทริป รวมๆแล้วน่าจะประมาณ 50 ชั่วโมง ++ 😦😦 เอเตรียมเพลงกามิกาเซ่ให้เราด้วยนะ แถมยังเตรียมหนังให้ดูด้วยอะ น่ารักกก บางครั้งเอก็เปิดเรื่องมีสาระฟังบนรถ ให้ฟิลนั่งรถกับพ่อมากค่ะ 555+ เอเตรียม Maps ทุกสถานที่เลย ดูข้อมูลทุกอย่างด้วย เอตามใจโครตๆ อยากกินอะไรก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำ 99% ของการเปิดปิดประตูเข้า shop ต่างๆ หรือเข้าห้องนอน ขึ้นลิฟท์ลงลิฟท์ เอก็เป็นคนเปิดปิดจร้า ยังมีอีกหลายๆอย่างแหละที่เอทำ ออ

ทำแทบทุกอย่างเลย อย่างเดียวที่เอไม่ทำคือ !! เอไม่โอ๋เราค่ะ เวลาเรางอแงอะ 😭😭 แต่ไม่เป็นไร ให้คนอื่นโอ๋แทน 😂😂 มันเป็นทริปที่เราแฮปปี้นะเว้ย เอพาเราไปเจอหิมะจริงๆครั้งแรกอะ โครตดีใจเลย มันเป็น 1 วีคที่ดีมากสำหรับเรา ซึ่งในตอนกลางสัปดาห์คือเรารู้สึกแซดมากที่เอเหนื่อย เพราะเอต้องขับรถยาวนานแถมช่วงนั่นที่นี่มืดเร็ว ทำให้เอต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกเพราะต้องขับรถกลางคืน ปกติสิ่งที่เราทำได้ดีคือการนวดให้เพื่อน วันนั้นเอก็ขอให้เรานวดให้ เราก็ตอบตกลงนะ แต่จู่ๆเอก็เปลี่ยนใจไม่ให้เรานวดสะงั้น ทำให้เราแซดมากขึ้นไปอีก ต้องแอบไปร้องไห้ท่ามกลางหิมะ เพราะอะไรเราถึงแบบนี้หรอ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน เราแค่รู้สึกแย่ที่ช่วยอะไรเพื่อนได้ไม่มากนัก รู้สึกแย่ที่เพื่อนเหนื่อย รู้สึกเป็นห่วงเขาว่าเขาจะเหนื่อยมากมายแค่ไหน และอาจจะเผลอใจไปชอบเพื่อนตัวเอง ในเวอร์ชั่นที่นางดูโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นก็เป็นได้นะ ซึ่งหลังจากที่เรากลับมาจากทริป เราก็สับสนอะว่าเราชอบเอจริงไหม เราปรึกษาเพื่อนหลายๆคน ซึ่งทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เราแค่เหงา และเราก็อยู่ไกลบ้าน แล้วเราก็มีเอมาตามใจ และตอนนั้นเราก็ไม่ได้ชอบใครอยู่ (นอกจากการติ่งคุณวอร์นะ) มันอาจทำให้เราเผลอใจไปบ้าง ซึ่งสองสามวีคแรกๆเราคุยกับเอได้ไม่เหมือนเดิม นี่คือข้อเสียของเราแหละมั้ง ที่มันไม่โอเคเวลาที่เราต้องคุยกับคนที่เราแอบชอบ คือแบบต้องมานั่งคิดว่าจะคุยอะไร คุยแบบไหน ในความเป็นจริงก่อนหน้านี้เราคุยกับเอทุกเรื่อง บางครั้งคุยสามสี่ชั่วโมงแหนะ แต่พอผ่านไปสักพักเราก็คิดว่าเราไม่ได้ชอบเออะ แค่รู้สึกดีเฉยๆมั้งนะ เราก็เลยเล่าเรื่องนี้ให้เอฟัง เอก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ก็คุยปกติ รับรู้ว่าเราอาจจะชอบหรือไม่ชอบตัวเขา ซึ่งอันนี้ก็ยังงงๆ 555+ แต่เราคิดว่าเราชอบเอจริงๆนะ และจุดจบของการชอบเพื่อนสนิทก็คือ She always put me in the friend zone ค่ะ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มีนานี้จะถึงวันเกิดเอแล้ว ก่อนที่เอจะบินกลับไทย เราก็ตั้งใจไว้ว่าจะจัดเซอร์ไพรส์ให้เอนะ ถ้าอ่านมาถึงตอนนี้ก็เป็นกำลังใจให้เราหน่อยนะ ไว้จะถ่ายวิดีโอมาอวดนะคะ 😄😄
ตกหลุมรักเพื่อนสนิท
นี่เป็นทริปเที่ยวต่างประเทศกับเธอครั้งแรก เอผู้ซึ่งขับรถคนเดียวตลอดทริป รวมๆแล้วน่าจะประมาณ 50 ชั่วโมง ++ 😦😦 เอเตรียมเพลงกามิกาเซ่ให้เราด้วยนะ แถมยังเตรียมหนังให้ดูด้วยอะ น่ารักกก บางครั้งเอก็เปิดเรื่องมีสาระฟังบนรถ ให้ฟิลนั่งรถกับพ่อมากค่ะ 555+ เอเตรียม Maps ทุกสถานที่เลย ดูข้อมูลทุกอย่างด้วย เอตามใจโครตๆ อยากกินอะไรก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำ 99% ของการเปิดปิดประตูเข้า shop ต่างๆ หรือเข้าห้องนอน ขึ้นลิฟท์ลงลิฟท์ เอก็เป็นคนเปิดปิดจร้า ยังมีอีกหลายๆอย่างแหละที่เอทำ ออ