JJNY : 4in1 ‘ทิสโก้’ชี้ศก.ฟื้นต่ำมาก-คาดNPLพุ่ง/2 ตา-ยายประกาศขายดวงตา/สอบโซลาร์เซลล์ กอ.รมน./อภิปรายไม่ไว้วางใจ 4 วัน

‘ทิสโก้’ ชี้โควิดระลอกใหม่ทำเศรษฐกิจไทยโตแค่ 2% ฟื้นตัวในระดับต่ำมาก- คาดเอ็นพีแอลปีนี้พุ่งแตะ 3.5% 
https://www.khaosod.co.th/economics/news_5771129
 
 
นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2564 ฟื้นตัวเล็กน้อยโดยเติบโต 2% ซึ่งถือเป็นอัตราการฟื้นตัวในระดับต่ำมาก จากการเริ่มมีการระบาดรอบใหม่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ที่อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้กลับมามีความไม่แน่นอนได้อีกครั้ง
 
อย่างไรก็ดี ในส่วนของธนาคารคาดว่าสินเชื่อปีนี้ยังมีการเติบโตแต่ไม่สูงเหมือนในอดีต โดยปี 2563 สินเชื่อหดตัว 7.4% โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย และ สินเชื่อเอสเอ็มอีที่ชะลอตัว ประกอบกับ ธนาคารมีระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อตามความเสี่ยงที่สูงขึ้น
 
ขณะเดียวกันผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะดีกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากการตั้งสำรองหนี้จะลดลงจากปีก่อน ที่มีการตั้งสำรองในระดับสูง โดยเฉพาะเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อยู่ที่ 210.5% ณ สิ้นปี 2563 และ มีระดับฐานะเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง ที่แข็งแกร่ง ที่ 22.8% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11% ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กำหนด และ มีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่ 18.1%
 
ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปีนี้มีโอกาสขึ้นไปสูงอยู่ที่ 3-3.5% จากสิ้นปีก่อนที่อยู่ 2.5% โดยบริษัทยังคงติดตาม และดูแลลูกหนี้ทุกกลุ่มอย่างใกล้ชิด ซึ่งการที่ระดับเอ็นพีแอลที่อาจขึ้นไปสูงนั้น มาจากความไม่แน่นอนทั้งภาวะเศรษฐกิจ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ แต่ทั้งนี้ บริษัทไม่กังวลเนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อการตั้งสำรอง ผลการดำเนินงาน และการจ่ายปันผลแต่อย่างใด โดยปัจจุบัน กลุ่มทิสโก้มุ่งเน้นการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ พิจารณาการปล่อยสินเชื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ควบคู่กับการบริหารจัดการทั้งด้านต้นทุน และการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ รวมถึงการดูแลติดตาม และช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง ผ่านมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้ขยายระยะเวลาออกไปจนถึงกลางปีนี้ นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสของการเติบโตจากความต้องการสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายใหญ่ เพื่อใช้ดูแลสภาพคล่องของภาคธุรกิจให้มีความต่อเนื่อง
 
ทั้งการเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในระยะที่ 1 มีลูกค้าเข้ามาขอรับความช่วยเหลือ 50,000-60,000 ราย คิดเป็น 20% ของสินเชื่อรวมทั้งหมด ซึ่งกลุ่มดังกล่าวตอนนี้กลับมาชำระได้มากมากกว่า 90% โดยระยะที่ 2 มีลูกค้าเข้ามาขอรับความช่วยเหลือ 6,000-7,000 ราย คิดเป็น 2% ของสินเชื่อรวมทั้งหมด
 

 
โควิดพ่นพิษ 2 ตา-ยายศรีสะเกษ ไร้ที่พึ่ง ประกาศขายดวงตาใช้หนี้
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_5771241
 
เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ศรีสะเกษ ว่า นางฮอง ก่ำเกลี้ยง อายุ 72 ปี พร้อมด้วย นายบุญเชี่ยว สินสวัสดิ์ อายุ 74 ปี สองสามีภรรยา  ชาว อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ได้เขียนจดหมายเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือกับผู้สื่อข่าว
 
เพื่อขอให้เป็นสื่อกลางไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้ใจบุญ ถึงปัญหาความเดือดร้อนไร้ที่พึ่งของตนกับสามี โดยนางฮอง กล่าวว่า ตนและสามี ประกอบอาชีพค้าขายขนมโบราณ ขนมหูช้างและข้าวเกรียบกุ้ง มีลูกด้วยกันรวม 6 คน บางคนประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป บางคนไม่มีงานทำ ปัจจุบันได้มีครอบครัวและแยกตัวออกไปนานแล้ว ตนจึงต้องอยู่กับสามีกันเพียงสองคน
 
ปัจจุบันไร้ที่อยู่อาศัย เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง ราคา 100,000 บาท เนื้อที่ไม่มากนัก เพื่อปลูกกระท่อมหลังเล็ก ๆ พอได้อยู่อาศัยสองตายาย โดยตกลงกันผ่อนเป็นงวด งวดละ 10,000 บาท แต่ไม่ได้ทำสัญญาซื้อขาย กระทั่งผ่อนมาได้ 8 งวด เจ้าของที่ดินขอให้จ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมด จำนวน 20,000 บาท ในทันที
 
ขณะนั้นอยู่ในช่วงโควิด-19 ระบาดรอบแรก ตนไม่มีเงินเป็นก้อนจ่าย จึงถูกไล่ออกจากที่ดินแปลงดังกล่าว โดยเจ้าของที่ดินได้คืนเงินที่จ่ายไปแล้วทั้งหมดให้ตน ส่งผลทำให้ตนและสามีไร้ที่อยู่อาศัยอยู่นานหลายเดือน
 
ต่อมามีชาวบ้านคนหนึ่งมายื่นข้อเสนอขายที่ดินให้ตนเพื่อสร้างบ้านพอได้อยู่อาศัยหลบแดดฝน ก่อนที่โรคโควิด-19 จะกลับมาระบาดในรอบที่ 2 โดยเนื้อที่หน้ากว้างประมาณ 7 เมตร ลึก 17 เมตร ในราคา 150,000 บาท
 
โดยตกลงกันจ่ายเงินดาวน์ จำนวน 50,000 บาท ส่วนที่เหลือนัดจ่ายช่วงปีใหม่ภายในเดือน ม.ค. 64 ซึ่งขณะนั้นตนพอมีเงินจากเจ้าของที่ดินคนเดิมคืนให้ มาจ่ายและส่วนที่เหลือเก็บไว้ลงทุน
 
นางฮอง กล่าวต่อไปว่า ชีวิตกำลังจะเริ่มฟื้น กลับมาเจอปัญหาโรคโควิด-19 ระบาดรอบ 2 ส่งผลทำให้การค้าขายขนมถดถอย ขายของไม่ค่อยได้เลย เงินก็ไม่มี มีเพียงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กระทั่งบางวันอดมื้อกินมื้อ นอนกินน้ำตา จนสามีเคยคิดสั้นหยิบมีดจะมากรีดคอตัวเองหวังฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 หน เพราะเครียดไม่มีเงินใช้หนี้และถูกไล่ออกจากที่ ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน
 
โชคดีตนมองเห็นพอดีจึงได้รีบวิ่งเข้าไปช่วยและแย่งมีดออกมา ชีวิตขณะนี้ไม่มีอะไรเหลือแล้ว ตนจึงประกาศขายดวงตา 1 ข้าง เพื่อชดใช้หนี้และประทังชีวิตจนกว่าจะหมดลมหายใจ
 
จึงขอความเมตตาจากผู้ใจบุญช่วยเหลือ ติดต่อสอบถามข้อมูลกับตนได้ที่โทร 08-2913-xxxx ,09-8591-xxxx

(เบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ถูกเซ็นเซอร์อยู่ในข่าวต้นฉบับครับ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่