ปัจจุบัน
“เสร็จหรือยางงงงง เร็วหน่อยยยยย” ลากเสียงยาวพร้อมยกถาดใส่จานชามพะรุงพะรังเดินเข้ามา
ในห้องครัวหลังร้านที่ชุลมุนไปด้วยหลายคนที่กำลังช่วยกันทำอาหารอยู่
และหนึ่งในนั้นชายหนุ่มหันมายืนเท้าเอวมองตรงมายังเจ้าของเสียงพร้อมตอบกลับเสียงดัง
“จร้า แม่คู้น อยากได้เร็วก็มาทำเองสิย่ะ” เสียงออกสำเนียงสาวประเภทสองตอบพร้อมค้อนใส่
ที่จริงเจ้าของเสียงเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาดี
ดูเรียบร้อยถ้าจะมองดีๆ เขาอาจหล่อเข้าขั้นเป็นดาราได้สบายๆ
ผิวขาวรูปร่างสมส่วนหน้าตาคมคาย ถ้าแต่งกายเรียบร้อยเนี๊ยบๆ
เก๊กหน้าสักนิดสาวๆมองเผินๆแทบจะละลายได้ถ้าไม่แสดงกิริยาเช่นนั้นออกมา
เจ้าตัวยืนหน้ามันใส่เอี๊ยมผ้ากันเปื้อนกำลังช่วยทำอาหารในครัวอย่างทะมัดทะแมง
สาวเจ้าของเสียงแรกหลังวางจานชามที่ใช้แล้วหลังจากเก็บโต๊ะจากหน้าร้านไว้ที่อ่างล้างจาน
ก็เดินเข้ามาใช้มือหยิกแก้มทั้งสองของชายหนุ่มพร้อมขยับหน้าเข้ามาใกล้จนแทบจะชิดแล้วพูดต่อ
“คร๊า ยอมแล้ว ใกล้ได้หรือยังเจ้าคะ คุณชาย อุ๊ย คุณซันไชน์” เสียงใสๆ ใบหน้ายิ้มให้เห็นฟันขาวสวยเรียงเป็นแถว
สมส่วนกับใบหน้า ตาโต คิ้วเรียว ปากนิดจมูกหน่อย ผมยาวแต่มัดเรียบร้อย
สวยแบบสาวสมัยใหม่ที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีและที่สำคัญ ความน่ารักสดใสอย่างที่ใครๆอยู่ด้วยแล้วมีความสุข
“เชิญเจ้าค่ะ เสร็จแล้ว” ตักอาหารที่ปรุงต่อหลังจากโดนหยอกเมื่อกี้จนเสร็จลงใส่ภาชนะที่มีถาดรองเรียบร้อย
สาวเจ้าก็รีบยกออกไปหน้าร้านทันทีพร้อมสั่ง “ยังเหลือรายการอะไรอีกละก็ ? รีบทำต่อเลยนะคร๊า” เสียงอ้อนอย่างอารมณ์ดี
สายตาชายหนุ่มเปลี่ยนแววตามองตามออกไปแอบยิ้มอย่างมีความสุข
จุดเปลี่ยน
หลายปีก่อน ภาพเด็กชายรูปร่างเก้งก้างท่าทางเหนียมอายใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลายที่กางเกงสีไม่เหมือนคนอื่นๆ
นั่งคนเดียวอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนในร่มไม้ในโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ
ผิวขาวคิ้วเข้มตาคมเขาเพิ่งย้ายโรงเรียนมาเพราะพ่อต้องมารับตำแหน่งในอำเภอนี้
เด็กคนอื่นๆเดินผ่านมาแอบซุบซิบยิ้มๆเพราะความแปลกของเครื่องแบบที่เขาใส่อยู่ส่วนเขาได้แต่นั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตาใคร
“เธอ เธอ เพิ่งย้ายมาเหรอ?” เสียงใสๆเสียงเดียวกันกับคนที่เดินเข้ามาหยิกแก้มเขาในครัวในเวลาหลายปีต่อมา
เขายังจำได้ดีจนมาถึงทุกวันนี้
เงยหน้าขึ้นมายังกับฉากในหนังย้อนยุคเมื่อพระเอกมาเจอนางเอกในวัยมัธยมครั้งแรก
ภาพเด็กสาวยิ้มกว้างนัยน์ตาใสเป็นประกายแสดงความเป็นมิตรด้วยความเป็นคนสวยแล้วยังน่ารักนิสัยดีแบบนี้นี่เอง
ถึงเป็นที่รักของใครๆไม่ว่าเพื่อนนักเรียนหญิงหรือแม้แต่เพื่อนนักเรียนชายหลายคนที่อยากจะมาเป็นแฟนดาวโรงเรียนอย่างเธอ
“น้ำ” คือชื่อของเธอ
“คะ คะ คะ” กำลังจะลงด้วยคำว่าครับ แต่ด้วยความเขินเลยได้แค่ออกเสียงตะกุกตะกักในลำคอ
ยังไม่ทันจะออกเสียงครบ สาวเจ้าก็มานั่งข้างทันทีพร้อมเอ่ยเสียง “อุ๊ย เป็นเพื่อนสาวเหรอคะ?”
ไม่ทันตั้งตัวแบบตกกระไดพลอยโจรใจเต้นตูมตามไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รวดเร็วขนาดนี้
“ค่ะ” แผ่วเสียงออกไปแบบดัดเสียงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนพยายามเลียนแบบเหมือนที่เคยดูละครมา
ว่าถ้าจะเป็นเพื่อนสาวต้องทำเสียงคล้ายๆแบบนี้
สาวเจ้าขยับตัวมาใกล้จนชิดจนได้กลิ่นหอมจากผมของเธอจนเคลิ้มไป
“ลืมแนะนำตัวไป เราชื่อน้ำนะ เธอล่ะชื่ออะไร? “หันหน้ามาจ้อง ตาใส ใบหน้าเรียวสวย
“ชาย เราชื่อชาย” แค่นแผ่วเสียงให้เหมือนเสียงเพื่อนสาว
“ไม่ได้ ชื่อแบบนี้ จะใช้ได้ยังไง มีชื่อในวงการหรือยัง ? “ ทำท่าสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานาน
พูดพร้อมกับกวักมือเรียกเพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆที่เพิ่งเดินมาถึงให้เข้ามานั่งด้วย
“พวกเรามาช่วยกันตั้งชื่อใหม่ให้เพื่อนใหม่หน่อยเร้ว” เด็กผู้หญิงกลุ่มนั้นเดินเข้ามานั่งล้อมวง
บางคนพอเริ่มรู้เรื่องก็แอบเสียดายความหล่อของเพื่อนใหม่ไม่น่าจะเป็นอย่างนี้เลยแต่ก็ตกลงกันจนได้
“สรุปง่ายๆ เอางี้ ชื่อชาย เรียกให้เก๋ไก๋สไลเด้อว่า ซันไชน์ก็แล้วกัน” ต้นเรื่องสรุป ทุกคนก็ยิ้มพร้อมกันแล้วหัวเราะออกมา
ส่วนตัวเจ้าของชื่อใหม่ได้แต่ยิ้มแหยๆ ได้มาเรียนที่ใหม่ ได้เพื่อนใหม่ ได้ชื่อใหม่และสถานะใหม่ในวันเดียวกัน
โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่นะเรา? แต่ก็แอบนึกยิ้มในใจลึกๆ เอาไงก็เอากัน
รู้สึกประทับใจในความสดใสของเธออย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน ขอให้ได้แค่อยู่ใกล้ๆน้ำก็พอ ยังไงก็ยอม
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซันไชน์ ก็กลายเป็นเงาคอยติดตามตัวน้ำและเพื่อนสาวๆ
พยายามหัดแสดงท่าทีให้เหมือนเพื่อนชายใจสาว
และเพื่อนสาวสองคนอื่นๆก็เข้ามาสอนจริตให้ด้วยเข้าใจว่าเป็นเพื่อนสาวมือใหม่ถึงท่าทางเก้ๆกังๆ
เขาเองก็ต้องปล่อยเลยตามเลย แม้บางครั้งจะรู้สึกอึดอัดที่ไม่สามารถแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาได้
อย่างน้อยก็ได้คอยกันพวกนักเรียนห่ามๆเกินวัยที่จะมาคอยเกาะแกะน้ำบ้างก็ยังดี
อึดอัด
“แม่ครับสวัสดีครับ “ เสียงชายเดินสะพายกระเป๋าเข้ามาในบ้านพักข้าราชการ ภรรยาของนายอำเภอแม่ของชายกำลังทำอาหารอยู่ในครัว
เสียงตอบออกมาจากในครัว “กลับมาแล้วเหรอลูก เหนื่อยไหม มาช่วยแม่ทำกับข้าวไหม?”
ไม่ทันสิ้นเสียง ชายกำลังจะเป็นหนุ่มเต็มตัวรีบวางกระเป๋าแล้วเดินเข้าไปกอดด้านหลังแม่แล้วถามว่า
”จะให้ผมช่วยทำอะไรครับ?”
“หลายอย่างเลยลูก วันนี้ท่านรองผู้ว่ากับคุณนายหลังตรวจงานเสร็จจะมาทานอาหารที่บ้านเรา รอมาพร้อมกับคุณพ่อ”
ภรรยานายอำเภอมีฝีมือในการทำกับข้าวเป็นที่เลื่องลือเพราะเคยเรียนโรงเรียนการเรือนมาก่อนจึงเพรียบพร้อมทุกด้าน
เรียนจบออกมามีโอกาสได้รู้จักกับท่านนายอำเภอตั้งแต่สมัยเพิ่งบรรจุเป็นปลัด
เพราะพ่อของคุณนายก็เป็นนายอำเภอที่ปลัดหนุ่มเพิ่งมาบรรจุ
สุดท้ายก็ได้มาแต่งงานกันจนมีลูกผู้ชายคนเดียว
ด้วยความเป็นเด็กดี ไม่มีเวลาไปเที่ยวเล่นที่ไหนเพราะต้องช่วยแม่ทำอาหารรับแขกของพ่อตลอด
ฝีมือทำอาหารจึงได้รับการถ่ายทอดจากแม่โดยไม่รู้ตัว
เรื่องจะออกไปทำอย่างอื่นประสาเด็กทั่วไปก็ไม่มีเพื่อนสนิทนักเนื่องจากต้องย้ายโรงเรียนตามพ่อตลอดเวลา
เด็กหนุ่มท่าทางคล่องแคล่วรีบเข้าไปช่วยแม่เพราะเคยช่วยทำมาเป็นประจำ
จนกับข้าวหลายอย่างที่เตรียมไว้ถูกจัดขึ้นโต๊ะรอแขกที่จะมาทานในเย็นวันนี้
สายตาแม่ที่ยืนมองอย่างภูมิใจ ลูกชายที่ เป็นเด็กดี เรียนเก่ง เรียบร้อย ไม่เคยไปมีเรื่องกับใครเพราะเป็นคนขี้อายหน่อยๆ
แม้พ่อจะมีตำแหน่งสูงในอำเภอก็ไม่เคยโอ้อวดใคร โชคดีของเราจริงๆที่มีเพียงลูกชายคนเดียวไม่เคยเกเรเลย
นี่คงเป็นเพราะความดีที่ท่านนายอำเภอทำงานด้วยความซื่อสัตย์ช่วยเหลือทุกคนอย่างจริงใจเสมอมาเป็นแน่
เธอเชื่อมั่นเช่นนั้น
เย็นวันหนึ่ง หลังเวลาอาหารเย็น นายอำเภอทานข้าวเสร็จก็ออกไปทำธุระต่อในตัวเมือง
ลูกชายที่นั่งอยู่เอ่ยขึ้นมา
“แม่ครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษาครับ” เอ่ยออกมาแบบเสียงไม่มีความมั่นใจ
“มีอะไรเหรอลูก?” น้ำสียงออกเป็นแปลกใจ แอบห่วงเพราะจู่ๆ ลูกชายที่เคยสดใสมีท่าทีเปลี่ยนไป
อยู่ด้วยกันมาตลอดทำไมคนอย่างแม่จะไม่รู้
“พอดีเพื่อนที่โรงเรียนจะมาทำรายงานส่งครูที่บ้านเราครับ” เสียงอ่อยแสดงความวิตกกังวล
“ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ มาก็มา เดี๋ยวแม่ทำกับข้าวให้กินกัน” เสียงเต็มไปด้วยความรักตอบมา
“แต่ว่า”อึกอักไม่รู้จะพูดต่อยังไงดี
ความเป็นแม่คนดูออกจึงพูดออกมาก่อน “มีอะไรจะเล่าให้แม่ฟังไหม? นอกเหนือจากเรื่องที่เพื่อนจะมาทำงานที่บ้าน”
เดินเข้าไปกอดแม่ คนที่รักและเข้าใจเขาที่สุด บ่อยครั้งที่พ่อต้องไปราชการหลายวัน ไปอบรม ออกพื้นที่
เขาก็มีแต่แม่ที่เป็นทุกอย่างให้เขาตลอดมา บางครั้งต้องอยู่กันตามลำพังสองคน
เขาถึงรักแม่มากจึงไม่เคยเกเรและช่วยงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้และไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยมาก
“คือผมตอนที่อยู่โรงเรียน ผมต้องทำตัวตุ้งติ้งต่อหน้าคนอื่นครับ” เลี่ยงที่จะไม่พูดออกมาตรงๆก้มหน้าลง
แม่ยิ้มออกมาแล้วพูดถามโดยรู้เป็นนัยๆว่าลูกชายต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่าง “ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะ?” ถามเรียบๆปนยิ้ม
ในที่สุดก็ต้องพูดออกมา
“คือวันแรกที่ผมย้ายมา ผมไปเจอเพื่อนคนนึง มาทักครับ
เขาเข้าใจผิดว่าผมท่าทางขี้อายเป็นเพื่อนชายใจเป็นสาวหรือเปล่า?
เขาคิดเองเออเองผมก็แก้ตัวไม่ทัน ตั้งแต่นั้นมาผมก็เลยต้องแสดงต่อไปครับ
กลัวว่าเขาจะมาว่าผมเป็นคนโกหก หลอกลวงเขา”
รีบบรรยายยาวพรืดแบบเข้าข้างตัวเองทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเหตุผลไม่สมเหตุผลเลยสักนิด
ประสบการณ์ชีวิตของความเป็นแม่เข้าใจได้ทันที
“แอบชอบเขาละสิ?” ถึงยอมเปลี่ยนตัวเองขนาดนี้ “โถ ลูกชายแม่” หัวเราะพยายามไม่ให้ลูกชายเขินหรืออึดอัดมากไปกว่านี้
“ครับ” สารภาพสั้นๆคำเดียว
เพราะคนที่รู้ใจเขาที่สุดกับคนที่รักเขาที่สุดเป็นคนคนเดียวกันกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาจึงไม่มีเหตุผลที่จะโกหกอะไร
“ไม่เป็นไรหรอกเอาที่ชายสบายใจ เอาอย่างนี้ วันที่มานัดอย่าให้ตรงกับวันที่คุณพ่อว่างล่ะ เดี๋ยวแผนจะแตกเสียก่อน”
สมดังคำกล่าวที่ว่า ใหญ่ที่สุดในอำเภอ นอกจากนายอำเภอ ก็คือคุณนายนายอำเภอ หรือใครจะกล้าเถียง
แอบคิดนึกอยากเห็นหน้าว่าใครกันน่ะที่ทำให้ลูกชายแสนขี้อายคนเดียวของเราเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้
แล้วก็เป็นอย่างที่เธอคิดทุกอย่างเมื่อวันที่เด็กๆมาทำงาน
แทบจะไม่ต้องบอกเลยว่าคนที่ลูกชายตัวดีแอบชอบคือคนไหน
ถึงแม้กิริยาท่าทางจะไม่ได้เรียบร้อยเหมือนเด็กผู้หญิงสมัยก่อนที่พูดกันว่าเรียบร้อยเหมือนกับผ้าพับไว้
แต่สิ่งที่ประทับใจคุณแม่ของชายน่าจะเป็นคนที่มีน้ำใจ
อาสาเสนอตัวจะมาช่วยคุณแม่ทำอาหารพร้อมกับเก็บกวาดจนเรียบร้อย
และเป็นที่คนที่ใครๆก็อยู่ด้วยแล้วมีความสุขจริงๆ
ชายนะชายแม่คิดอยู่แล้วลูกชายแม่ต้องดูคนไม่ผิดคิดไปก็แอบขำท่าทางการแสดงของลูกชายตัวดี
วันทำรายงานผ่านไปเรียบร้อยแบบฉิวเฉียด ในเมื่อนายอำเภอกลับมาก่อนเวลาแต่เด็กๆก็เสร็จงานกันพอดี
เด็กๆได้แค่ยกมือไหว้สวัสดีก่อนจะลากลับออกจากบ้านไป ทั้งแม่ลูกแอบยืนโล่งใจถอนหายใจกันพักใหญ่
สุดท้ายแม่ก็พูดมาว่า
”หนูคนนี้เป็นเด็กดีนะลูกหนูจะปิดเขาไปถึงเมื่อไหร่? ระวังไว้เถอะเดี๋ยววันไหนมีคนมาแย่งไปจะเสียใจทีหลัง”
ลูกชายได้แต่นั่งอึ้งไม่คิดว่าแม่จะพูดออกมาแบบนี้
คิดในใจวิตกกังวลไปว่าใช่สิถ้าวันนั้นเกิดขึ้นมาจริงๆเราจะทำอย่างไรพร้อมกับถอนหายใจ
“แม่อยากจะบอกว่ามันอยู่ที่หัวใจ ลูกจะเป็นคนตัดสิน แล้วแต่ลูกก็แล้วกัน ลูกชอบใครแม่ก็ชอบคนนั้นแหละไม่มีปัญหาหรอก”
”ครับแม่”เดินเข้าไปกอดแม่อีกครั้งจนพ่อเดินเข้ามาสงสัยว่ามีอะไรกันเลยแม่ลูกคู่นี้
เห็นแล้วแล้วจึงคลายวงแขนจากแม่แล้วเดินเข้าไปคุยกับพ่อเหมือนปกติไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรอดตัวไปอีกคราวหนึ่ง
เรื่องสั้น : จุดเปลี่ยน
ปัจจุบัน
“เสร็จหรือยางงงงง เร็วหน่อยยยยย” ลากเสียงยาวพร้อมยกถาดใส่จานชามพะรุงพะรังเดินเข้ามา
ในห้องครัวหลังร้านที่ชุลมุนไปด้วยหลายคนที่กำลังช่วยกันทำอาหารอยู่
และหนึ่งในนั้นชายหนุ่มหันมายืนเท้าเอวมองตรงมายังเจ้าของเสียงพร้อมตอบกลับเสียงดัง
“จร้า แม่คู้น อยากได้เร็วก็มาทำเองสิย่ะ” เสียงออกสำเนียงสาวประเภทสองตอบพร้อมค้อนใส่
ที่จริงเจ้าของเสียงเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาดี
ดูเรียบร้อยถ้าจะมองดีๆ เขาอาจหล่อเข้าขั้นเป็นดาราได้สบายๆ
ผิวขาวรูปร่างสมส่วนหน้าตาคมคาย ถ้าแต่งกายเรียบร้อยเนี๊ยบๆ
เก๊กหน้าสักนิดสาวๆมองเผินๆแทบจะละลายได้ถ้าไม่แสดงกิริยาเช่นนั้นออกมา
เจ้าตัวยืนหน้ามันใส่เอี๊ยมผ้ากันเปื้อนกำลังช่วยทำอาหารในครัวอย่างทะมัดทะแมง
สาวเจ้าของเสียงแรกหลังวางจานชามที่ใช้แล้วหลังจากเก็บโต๊ะจากหน้าร้านไว้ที่อ่างล้างจาน
ก็เดินเข้ามาใช้มือหยิกแก้มทั้งสองของชายหนุ่มพร้อมขยับหน้าเข้ามาใกล้จนแทบจะชิดแล้วพูดต่อ
“คร๊า ยอมแล้ว ใกล้ได้หรือยังเจ้าคะ คุณชาย อุ๊ย คุณซันไชน์” เสียงใสๆ ใบหน้ายิ้มให้เห็นฟันขาวสวยเรียงเป็นแถว
สมส่วนกับใบหน้า ตาโต คิ้วเรียว ปากนิดจมูกหน่อย ผมยาวแต่มัดเรียบร้อย
สวยแบบสาวสมัยใหม่ที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีและที่สำคัญ ความน่ารักสดใสอย่างที่ใครๆอยู่ด้วยแล้วมีความสุข
“เชิญเจ้าค่ะ เสร็จแล้ว” ตักอาหารที่ปรุงต่อหลังจากโดนหยอกเมื่อกี้จนเสร็จลงใส่ภาชนะที่มีถาดรองเรียบร้อย
สาวเจ้าก็รีบยกออกไปหน้าร้านทันทีพร้อมสั่ง “ยังเหลือรายการอะไรอีกละก็ ? รีบทำต่อเลยนะคร๊า” เสียงอ้อนอย่างอารมณ์ดี
สายตาชายหนุ่มเปลี่ยนแววตามองตามออกไปแอบยิ้มอย่างมีความสุข
จุดเปลี่ยน
หลายปีก่อน ภาพเด็กชายรูปร่างเก้งก้างท่าทางเหนียมอายใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลายที่กางเกงสีไม่เหมือนคนอื่นๆ
นั่งคนเดียวอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนในร่มไม้ในโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ
ผิวขาวคิ้วเข้มตาคมเขาเพิ่งย้ายโรงเรียนมาเพราะพ่อต้องมารับตำแหน่งในอำเภอนี้
เด็กคนอื่นๆเดินผ่านมาแอบซุบซิบยิ้มๆเพราะความแปลกของเครื่องแบบที่เขาใส่อยู่ส่วนเขาได้แต่นั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตาใคร
“เธอ เธอ เพิ่งย้ายมาเหรอ?” เสียงใสๆเสียงเดียวกันกับคนที่เดินเข้ามาหยิกแก้มเขาในครัวในเวลาหลายปีต่อมา
เขายังจำได้ดีจนมาถึงทุกวันนี้
เงยหน้าขึ้นมายังกับฉากในหนังย้อนยุคเมื่อพระเอกมาเจอนางเอกในวัยมัธยมครั้งแรก
ภาพเด็กสาวยิ้มกว้างนัยน์ตาใสเป็นประกายแสดงความเป็นมิตรด้วยความเป็นคนสวยแล้วยังน่ารักนิสัยดีแบบนี้นี่เอง
ถึงเป็นที่รักของใครๆไม่ว่าเพื่อนนักเรียนหญิงหรือแม้แต่เพื่อนนักเรียนชายหลายคนที่อยากจะมาเป็นแฟนดาวโรงเรียนอย่างเธอ
“น้ำ” คือชื่อของเธอ
“คะ คะ คะ” กำลังจะลงด้วยคำว่าครับ แต่ด้วยความเขินเลยได้แค่ออกเสียงตะกุกตะกักในลำคอ
ยังไม่ทันจะออกเสียงครบ สาวเจ้าก็มานั่งข้างทันทีพร้อมเอ่ยเสียง “อุ๊ย เป็นเพื่อนสาวเหรอคะ?”
ไม่ทันตั้งตัวแบบตกกระไดพลอยโจรใจเต้นตูมตามไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รวดเร็วขนาดนี้
“ค่ะ” แผ่วเสียงออกไปแบบดัดเสียงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนพยายามเลียนแบบเหมือนที่เคยดูละครมา
ว่าถ้าจะเป็นเพื่อนสาวต้องทำเสียงคล้ายๆแบบนี้
สาวเจ้าขยับตัวมาใกล้จนชิดจนได้กลิ่นหอมจากผมของเธอจนเคลิ้มไป
“ลืมแนะนำตัวไป เราชื่อน้ำนะ เธอล่ะชื่ออะไร? “หันหน้ามาจ้อง ตาใส ใบหน้าเรียวสวย
“ชาย เราชื่อชาย” แค่นแผ่วเสียงให้เหมือนเสียงเพื่อนสาว
“ไม่ได้ ชื่อแบบนี้ จะใช้ได้ยังไง มีชื่อในวงการหรือยัง ? “ ทำท่าสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานาน
พูดพร้อมกับกวักมือเรียกเพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆที่เพิ่งเดินมาถึงให้เข้ามานั่งด้วย
“พวกเรามาช่วยกันตั้งชื่อใหม่ให้เพื่อนใหม่หน่อยเร้ว” เด็กผู้หญิงกลุ่มนั้นเดินเข้ามานั่งล้อมวง
บางคนพอเริ่มรู้เรื่องก็แอบเสียดายความหล่อของเพื่อนใหม่ไม่น่าจะเป็นอย่างนี้เลยแต่ก็ตกลงกันจนได้
“สรุปง่ายๆ เอางี้ ชื่อชาย เรียกให้เก๋ไก๋สไลเด้อว่า ซันไชน์ก็แล้วกัน” ต้นเรื่องสรุป ทุกคนก็ยิ้มพร้อมกันแล้วหัวเราะออกมา
ส่วนตัวเจ้าของชื่อใหม่ได้แต่ยิ้มแหยๆ ได้มาเรียนที่ใหม่ ได้เพื่อนใหม่ ได้ชื่อใหม่และสถานะใหม่ในวันเดียวกัน
โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่นะเรา? แต่ก็แอบนึกยิ้มในใจลึกๆ เอาไงก็เอากัน
รู้สึกประทับใจในความสดใสของเธออย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน ขอให้ได้แค่อยู่ใกล้ๆน้ำก็พอ ยังไงก็ยอม
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซันไชน์ ก็กลายเป็นเงาคอยติดตามตัวน้ำและเพื่อนสาวๆ
พยายามหัดแสดงท่าทีให้เหมือนเพื่อนชายใจสาว
และเพื่อนสาวสองคนอื่นๆก็เข้ามาสอนจริตให้ด้วยเข้าใจว่าเป็นเพื่อนสาวมือใหม่ถึงท่าทางเก้ๆกังๆ
เขาเองก็ต้องปล่อยเลยตามเลย แม้บางครั้งจะรู้สึกอึดอัดที่ไม่สามารถแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาได้
อย่างน้อยก็ได้คอยกันพวกนักเรียนห่ามๆเกินวัยที่จะมาคอยเกาะแกะน้ำบ้างก็ยังดี
อึดอัด
“แม่ครับสวัสดีครับ “ เสียงชายเดินสะพายกระเป๋าเข้ามาในบ้านพักข้าราชการ ภรรยาของนายอำเภอแม่ของชายกำลังทำอาหารอยู่ในครัว
เสียงตอบออกมาจากในครัว “กลับมาแล้วเหรอลูก เหนื่อยไหม มาช่วยแม่ทำกับข้าวไหม?”
ไม่ทันสิ้นเสียง ชายกำลังจะเป็นหนุ่มเต็มตัวรีบวางกระเป๋าแล้วเดินเข้าไปกอดด้านหลังแม่แล้วถามว่า
”จะให้ผมช่วยทำอะไรครับ?”
“หลายอย่างเลยลูก วันนี้ท่านรองผู้ว่ากับคุณนายหลังตรวจงานเสร็จจะมาทานอาหารที่บ้านเรา รอมาพร้อมกับคุณพ่อ”
ภรรยานายอำเภอมีฝีมือในการทำกับข้าวเป็นที่เลื่องลือเพราะเคยเรียนโรงเรียนการเรือนมาก่อนจึงเพรียบพร้อมทุกด้าน
เรียนจบออกมามีโอกาสได้รู้จักกับท่านนายอำเภอตั้งแต่สมัยเพิ่งบรรจุเป็นปลัด
เพราะพ่อของคุณนายก็เป็นนายอำเภอที่ปลัดหนุ่มเพิ่งมาบรรจุ
สุดท้ายก็ได้มาแต่งงานกันจนมีลูกผู้ชายคนเดียว
ด้วยความเป็นเด็กดี ไม่มีเวลาไปเที่ยวเล่นที่ไหนเพราะต้องช่วยแม่ทำอาหารรับแขกของพ่อตลอด
ฝีมือทำอาหารจึงได้รับการถ่ายทอดจากแม่โดยไม่รู้ตัว
เรื่องจะออกไปทำอย่างอื่นประสาเด็กทั่วไปก็ไม่มีเพื่อนสนิทนักเนื่องจากต้องย้ายโรงเรียนตามพ่อตลอดเวลา
เด็กหนุ่มท่าทางคล่องแคล่วรีบเข้าไปช่วยแม่เพราะเคยช่วยทำมาเป็นประจำ
จนกับข้าวหลายอย่างที่เตรียมไว้ถูกจัดขึ้นโต๊ะรอแขกที่จะมาทานในเย็นวันนี้
สายตาแม่ที่ยืนมองอย่างภูมิใจ ลูกชายที่ เป็นเด็กดี เรียนเก่ง เรียบร้อย ไม่เคยไปมีเรื่องกับใครเพราะเป็นคนขี้อายหน่อยๆ
แม้พ่อจะมีตำแหน่งสูงในอำเภอก็ไม่เคยโอ้อวดใคร โชคดีของเราจริงๆที่มีเพียงลูกชายคนเดียวไม่เคยเกเรเลย
นี่คงเป็นเพราะความดีที่ท่านนายอำเภอทำงานด้วยความซื่อสัตย์ช่วยเหลือทุกคนอย่างจริงใจเสมอมาเป็นแน่
เธอเชื่อมั่นเช่นนั้น
เย็นวันหนึ่ง หลังเวลาอาหารเย็น นายอำเภอทานข้าวเสร็จก็ออกไปทำธุระต่อในตัวเมือง
ลูกชายที่นั่งอยู่เอ่ยขึ้นมา
“แม่ครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษาครับ” เอ่ยออกมาแบบเสียงไม่มีความมั่นใจ
“มีอะไรเหรอลูก?” น้ำสียงออกเป็นแปลกใจ แอบห่วงเพราะจู่ๆ ลูกชายที่เคยสดใสมีท่าทีเปลี่ยนไป
อยู่ด้วยกันมาตลอดทำไมคนอย่างแม่จะไม่รู้
“พอดีเพื่อนที่โรงเรียนจะมาทำรายงานส่งครูที่บ้านเราครับ” เสียงอ่อยแสดงความวิตกกังวล
“ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ มาก็มา เดี๋ยวแม่ทำกับข้าวให้กินกัน” เสียงเต็มไปด้วยความรักตอบมา
“แต่ว่า”อึกอักไม่รู้จะพูดต่อยังไงดี
ความเป็นแม่คนดูออกจึงพูดออกมาก่อน “มีอะไรจะเล่าให้แม่ฟังไหม? นอกเหนือจากเรื่องที่เพื่อนจะมาทำงานที่บ้าน”
เดินเข้าไปกอดแม่ คนที่รักและเข้าใจเขาที่สุด บ่อยครั้งที่พ่อต้องไปราชการหลายวัน ไปอบรม ออกพื้นที่
เขาก็มีแต่แม่ที่เป็นทุกอย่างให้เขาตลอดมา บางครั้งต้องอยู่กันตามลำพังสองคน
เขาถึงรักแม่มากจึงไม่เคยเกเรและช่วยงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้และไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยมาก
“คือผมตอนที่อยู่โรงเรียน ผมต้องทำตัวตุ้งติ้งต่อหน้าคนอื่นครับ” เลี่ยงที่จะไม่พูดออกมาตรงๆก้มหน้าลง
แม่ยิ้มออกมาแล้วพูดถามโดยรู้เป็นนัยๆว่าลูกชายต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่าง “ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะ?” ถามเรียบๆปนยิ้ม
ในที่สุดก็ต้องพูดออกมา
“คือวันแรกที่ผมย้ายมา ผมไปเจอเพื่อนคนนึง มาทักครับ
เขาเข้าใจผิดว่าผมท่าทางขี้อายเป็นเพื่อนชายใจเป็นสาวหรือเปล่า?
เขาคิดเองเออเองผมก็แก้ตัวไม่ทัน ตั้งแต่นั้นมาผมก็เลยต้องแสดงต่อไปครับ
กลัวว่าเขาจะมาว่าผมเป็นคนโกหก หลอกลวงเขา”
รีบบรรยายยาวพรืดแบบเข้าข้างตัวเองทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเหตุผลไม่สมเหตุผลเลยสักนิด
ประสบการณ์ชีวิตของความเป็นแม่เข้าใจได้ทันที
“แอบชอบเขาละสิ?” ถึงยอมเปลี่ยนตัวเองขนาดนี้ “โถ ลูกชายแม่” หัวเราะพยายามไม่ให้ลูกชายเขินหรืออึดอัดมากไปกว่านี้
“ครับ” สารภาพสั้นๆคำเดียว
เพราะคนที่รู้ใจเขาที่สุดกับคนที่รักเขาที่สุดเป็นคนคนเดียวกันกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาจึงไม่มีเหตุผลที่จะโกหกอะไร
“ไม่เป็นไรหรอกเอาที่ชายสบายใจ เอาอย่างนี้ วันที่มานัดอย่าให้ตรงกับวันที่คุณพ่อว่างล่ะ เดี๋ยวแผนจะแตกเสียก่อน”
สมดังคำกล่าวที่ว่า ใหญ่ที่สุดในอำเภอ นอกจากนายอำเภอ ก็คือคุณนายนายอำเภอ หรือใครจะกล้าเถียง
แอบคิดนึกอยากเห็นหน้าว่าใครกันน่ะที่ทำให้ลูกชายแสนขี้อายคนเดียวของเราเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้
แล้วก็เป็นอย่างที่เธอคิดทุกอย่างเมื่อวันที่เด็กๆมาทำงาน
แทบจะไม่ต้องบอกเลยว่าคนที่ลูกชายตัวดีแอบชอบคือคนไหน
ถึงแม้กิริยาท่าทางจะไม่ได้เรียบร้อยเหมือนเด็กผู้หญิงสมัยก่อนที่พูดกันว่าเรียบร้อยเหมือนกับผ้าพับไว้
แต่สิ่งที่ประทับใจคุณแม่ของชายน่าจะเป็นคนที่มีน้ำใจ
อาสาเสนอตัวจะมาช่วยคุณแม่ทำอาหารพร้อมกับเก็บกวาดจนเรียบร้อย
และเป็นที่คนที่ใครๆก็อยู่ด้วยแล้วมีความสุขจริงๆ
ชายนะชายแม่คิดอยู่แล้วลูกชายแม่ต้องดูคนไม่ผิดคิดไปก็แอบขำท่าทางการแสดงของลูกชายตัวดี
วันทำรายงานผ่านไปเรียบร้อยแบบฉิวเฉียด ในเมื่อนายอำเภอกลับมาก่อนเวลาแต่เด็กๆก็เสร็จงานกันพอดี
เด็กๆได้แค่ยกมือไหว้สวัสดีก่อนจะลากลับออกจากบ้านไป ทั้งแม่ลูกแอบยืนโล่งใจถอนหายใจกันพักใหญ่
สุดท้ายแม่ก็พูดมาว่า
”หนูคนนี้เป็นเด็กดีนะลูกหนูจะปิดเขาไปถึงเมื่อไหร่? ระวังไว้เถอะเดี๋ยววันไหนมีคนมาแย่งไปจะเสียใจทีหลัง”
ลูกชายได้แต่นั่งอึ้งไม่คิดว่าแม่จะพูดออกมาแบบนี้
คิดในใจวิตกกังวลไปว่าใช่สิถ้าวันนั้นเกิดขึ้นมาจริงๆเราจะทำอย่างไรพร้อมกับถอนหายใจ
“แม่อยากจะบอกว่ามันอยู่ที่หัวใจ ลูกจะเป็นคนตัดสิน แล้วแต่ลูกก็แล้วกัน ลูกชอบใครแม่ก็ชอบคนนั้นแหละไม่มีปัญหาหรอก”
”ครับแม่”เดินเข้าไปกอดแม่อีกครั้งจนพ่อเดินเข้ามาสงสัยว่ามีอะไรกันเลยแม่ลูกคู่นี้
เห็นแล้วแล้วจึงคลายวงแขนจากแม่แล้วเดินเข้าไปคุยกับพ่อเหมือนปกติไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรอดตัวไปอีกคราวหนึ่ง