สารานุกรมปืนตอนที่ 460 Ultimax 100 Light Machine Gun

"ขอขอบคุณเพจ ป ปืนอย่างสูงครับ"
 
https://www.facebook.com/Porpeunbybaster/



ในยุค 1970 Leroy James Sullivan ได้มาเป็นที่ปรึกษาให้แก่ บ.อุตสาหกรรมอาวุธของสิงคโปร์คือ hartered Industries of Singapore (CIS, ปัจจุบันคือ ST Kinetics) ซึ่งในยุคนั้น CIS กำลังพัฒนาปืนเล็กยาวจู่โจมของตนเองนั้นก็คือ SAR-80 ซึ่งมีต้นแบบมาจาก Armalite AR-18 ซึ่งได้รับแบบมาจาก Sterling Armaments Company อีกที (เป็นสิทธิบัตรของ ArmaLite ของ Sullivan นั้นแหล่ะ) โดยจริงๆ CIS ต้องการพัฒนาเป็น Light Automatic Rifle (LAR), หรือปืนเล็กยาวยิงกล โดยที่ James Sullivan เองก็เพิ่งเป็นหนึ่งในทีมออกแบบ Stoner 63 (มี Eugene Stoner เป็นหัวหน้าทีมออกแบบ)
โดยมีการออกแบบ ปืนกลเบา(Light Machine Gun)ขนาด 5.56 x45 mm.NATO ที่บริหารกลไกด้วยระบบลูกสูบแก๊สช่วงสั้น (short-stroke gas piston) นั้นก็คือ “ Ultimax 100 Light Machine Gun “
Ultimax 100 ป้อนกระสุนโดยใช้ซองกระสุนแบบ STANAG (AR-15 ) 30 นัด และ แบบซองกระสุนแบบก้นหอย (drum magazine) 100 นัด
Sullivan ได้ออกแบบให้ระบบลูกเลื่อนนั้นสามารถถอยไปโดยที่มีต้องไปชนกับตัวซับแรง( buffer)หรือ โครงปืน ( receiver.) ซึ่งการออกแบบเช่นนี้จะทำให้ปืนลดแรงสะท้อนลงมาได้ค่อนข้างมาก โดยอาศัยแรงปฏิกิริยาคงที่ซึ่งระบบนี้เรียกว่า "constant recoil" แต่โครงปืนก็จะยาวขึ้น แต่พานท้ายปืนออกแบบมาให้สามารถถอดได้



Ultimax 100 เป็นปืนยิงในระบบพร้อมยิงขณะลูกเลื่อนเปิด (fires from an open bolt) ใช้ระบบขัดกลอนท้ายรังเพลิงโดยมีปีกขัดกลอน 7ปีก ควบคุมการหมุนด้วยร่องลูกเบี้ยว(CAM) เข็มแทงชนวนแบบพุ่งกระแทก ปืนยิงในระบบอัตโนมัติอย่างเดียว(fully automatic fire only) อัตราการยิงอยู่ที่ 400-600 นัดต่อนาที โดยปืนสามารถปรับแรงดันแก๊สใช้งาน 5ระดับ
ลำกล้อง 6เกลียวเวียนขวาแบบ parabolic ยาว20นิ้ว ตัวปืนมีน้ำหนักเปล่าอยู่ที่ 4.7 กิโลกรัม โครงปืนสร้างขึ้นมาจากโลหะแผ่น(เหล็ก)ปั้มขึ้นรูป (sheet metal stamping )และ วัสดุสังเคราะห์เป็นส่วนประกอบ(synthetic components)
ฟังชั่นของปืนอื่นๆก็มีโกร่งไกปืนที่สามารถเปิดได้สำหรับคนใส่ถุงมือหนาๆ ด้ามจับหน้า และ มีขาทราย
โดยในการผลิตมีรุ่นต่างๆได้แก่
















รุ่น Mark 1 นั้นลำกล้องสามารถถอดเร็ว(quick-change barrel)ได้ โดยใช้สลักยึดลำกล้องอยู่ใต้ลำกล้อง ปลดลำกล้องด้วยการหมุนปลดตัวจะเขี้ยวล๊อก ระบบเหมือน AUG. แต่รุ่นนี้นั้นเป็น pre-production ไม่ได้มีการผลิตเพื่อขายจริงจัง
รุ่น Mark 2 เป็นรุ่นที่ไม่สามารถเปลี่ยนลำกล้องเร็วได้
รุ่น Mark 3/3A สามารถเปลี่ยนลำกล้องเร็ว(quick-change barrel)ได้ ซึ่งมีลำกล้องสองขนาดคือลำกล้องขนาดมาตรฐาน(Mk 3.)20นิ้ว ,ลำกล้องขนาดสั้น (Mk 3 Commando)(สำหรับหน่วยพลร่ม)13นิ้ว และรุ่นลำกล้องสั้นพิเศษสำหรับคุ้มกัน (VIP) ลำกล้องยาว 10 นิ้ว รุ่นนี้ปรับแรงดันแก๊สได้ 3 ระดับ ขาทรายสามารถปรับได้ รุ่นนี้สามารถใช้กระสุน 5.56×45mm M193 c]t SS109/M855 ได้ทั้ง2แบบ







รุ่น Ultimax 2000 เป็นรุ่นก่อนที่จะพัฒนา Mark 4 พานท้ายสามารถพับได้ แต่ไม่ได้มีการผลิต
รุ่น Mark 4 ออกแบบมาเพื่อเข้าแข่งขันในUnited States Marine Corps Infantry Automatic Rifle programโดยพัฒนาร่วมกับ American Defense Management, Inc. ซึ่งในโครงการนี้ M27 Infantry Automatic Rifle.(HK 416 IAR) ของ HK เป็นผู้ชนะ
รุ่น Mark 5 เป็นรุ่น Mk 4 แบบปรับปรุงใช้พานท้ายพับได้ มีรางติดอุปกรณ์แบบ Picatinny rails ใช้ซองกระสุน







แบบ M16 STANAG 4179 magazine 30นัด และซองกระสุนก้นหอย แบบBeta C-Mag drum ขนาด 100 นัด
รุ่น STK พัฒนาขึ้นมาสำหรับใช้งานบนยานยนต์ต่างๆคือ Bronco All Terrain Tracked Carrierและ Spider Light Strike Vehicle
รุ่น Mark 8 เป็นรุ่นล่าสุดของ Ultimax 100 เปิดตัวในปี 2018 รุ่นนี้มีอเดปเตอร์ที่สามารถใช้ซองกระสุนแบบ STANAG (AR-15),SAR 21 magazines, Beta C-Mags และ Ultimax drum magazines และสามารถปรับตำแหน่งการยิงแบบกึ่งอัตโนมัติและอัตโนมัติได้ ( Pre Production )







Ultimax 100 มีการใช้งานใน 16 ประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีกองทัพไทยเป็นลูกค้า

ขอบคุณที่ติดตามและขออภัยหากมีขอผิดผลาดประการใดๆ ครับ
Cr.
https://www.stengg.com/en/products-solutions/ultimax-100-Mk8
https://armourersbench.com/.../ultimax-100-light-machine.../
https://guns.fandom.com/wiki/Ultimax_100
https://en.wikipedia.org/wiki/Ultimax_100
#Ultimax_100 #ป_ปืน
Armalite AR-18


สวัสดีครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่