มีแฟนเป็นพนักงานธนาคาร

แฟนผมทำงานแบงค์สีม่วง กิจวัตรประจำวันคือต้องตื่นเจ็ดโมงเช้ามารายงานตัวว่าไม่เป็นโควิด ทุกวัน แล้วนั่งรถไปต่อบีทีเอส 1ชม.จากบ้านไปอโศก เวลาเลิกงานคือ สอง-สามทุ่มในวันปกติ และวันนี้ 30/12/63 คือ ห้าทุ่ม

ซึ่งทำ 5 วันต่อสัปดาห์ แต่มันเหนื่อยมากจริงๆ เหนื่อยจนคนรอบข้างก็ต้องเหนื่อย เพราะ

1.กินข้าวไม่ตรงเวลา บางครั้งได้กินข้าวกลางวัน 4โมงเย็น และต้องผลัดกันไปกิน ซึ่งตามจริงควรได้พักเที่ยง 1 ชั่วโมง แต่ได้พักจริง 20-30 นาที ถ้าถึง 30นาที เพื่อนร่วมงานก็จะจิกด่า ซึ่งเป็นสังคมที่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน เอาเปรียบกันมาก เวลาพลาดพร้อมจะโยนใส่กันแบบเลือดเย็น

2.เวลาเลิกงานจริงคือ 6โมงเย็น แต่ทำงานจริงถึง 2-3ทุ่ม กลับได้โอทีแค่ครึ่งชั่วโมง ต่อวัน

3.ต้องทำข้อสอบ อบรม ทั้งที่วันหยุด ก็บังคับให้ทำงาน ให้ออกไปหาประกัน กดดันให้ขาย ทั้งที่เวลาทั้งงานยังไม่พอ ทำงานทั้งวันไม่มีเวลาหยุด เกินเวลา ก็ต้องหาให้ได้ จนกระทั่งต้องให้ญาติพี่น้องแกล้งสมัคร แล้วไปยกเลิกเอา

4.ผมเองต้องมารอรับแฟน เพราะอยากเจออยากกินข้าวด้วยกัน ใช้เวลาด้วยกัน แต่ร้านไหนๆก็ปิดก่อนจะไปถึง ปิดก่อนเธอจะเลิกงาน ยิ่งช่วงโควิดยิ่งปิดไว และวันนี้ ต้องนั่งกินบาบีก้อนคนเดียว เป็นอะไรที่เหงามาก ทุกโต๊ะไม่มีใครมาคนเดียว เพราะวันนี้เธอบอกเลิกงาน 5ทุ่ม ผมเลยต้องนั่งกินรอ

5.การมาอโศกรถติดมาก ไม่รู้ทำไมธนาคารถึงต้องทรมานพนักงานขนาดนี้ งานมันเหนื่อยอยู่แล้วยังต้องเดินทางไปสาขาไกลๆ สาขาระแวกบ้านมีเกือบร้อยสาขา เลือกสาขาลงไม่ได้ ไม่เข้าใจ แบบนี้คนจะผูกพัน จะอยู่กับองค์กรไปนานๆได้ยังไง หรือจริงๆเขาจงใจให้ออกเพื่อหาคนใหม่ๆรึป่าว ปกติองค์กรอื่นๆจะถือว่าการลาออกเป็นต้นทุนขององค์กร เสียคนเก่ง เสียเวลาเทรนใหม่ แต่ไม่เข้าใจธนาคาร

6.อย่างที่บอกมันไกล มันติด ผมเองจะกลับทางด่วนซึ่งก็เสีย 50 บาท บางวันทั้งขามาขากลับ รวม100 บาท บางวันทางด่วนติด ก็ต้องอ้อมหลายต่อมากกว่า 100ไปอีก

7.ปกติผมจะกินข้าวกับแฟนทุกวัน โดยเฉลี่ยมื้อนึง 500-1,000 ทุกวัน ซึ่งถ้าวันไหนผมไม่ได้มารับก็จะส่งแกรบไปทุกวัน

8.ห้ามป่วยครับ เพราะจะโหลดงานเพื่อนและจะถูกสังคมบูลี่ ทั้งที่กฎหมายแรงงานระบุให้ลาป่วยได้ตามที่ป่วยจริง แต่การเป็นพนักงานธนาคาร ขี้แตกไม่มีแรงเดิน ก็ต้องแบกร่างไปทำงานครับ
ปล. การกำหนดวันลาป่วยยังผิดกฎหมายเลยครับ เพราะต้องลาป่วยได้ตามที่ป่วยจริง แต่นี่หยุดไม่ได้จริงๆ

9.ห้ามขี้นาน ปวดขี้ต้องอั้น ปวดขี้ต้องรีบ จุดนี้ชีวิตดูบัดซบมากเลย

ผมสงสัยนะครับ ผมให้เทอดูแลเธอมันมากกว่าเงินเดือนเธออีก แรกๆผมเคยบ่นว่าจะให้ออก แต่เธอไม่กล้าออกเพราะมีภาระผ่อนบ้านและส่งให้พ่อแม่ แต่วันนี้เธอขอออกเองละครับ โดยผมตกลงจะช่วยผ่อนบ้านไปก่อน ผมว่าถ้าประหยัดหน่อย ก็จ่ายให้ได้ไม่ลำบาก คิดว่ามันคุ้ม เพราะปัญหาชีวิตส่วนใหญ่เริ่มจาก งาน ไม่มี work life balance จนต้องเครียด ค่ายาหาหมอโรคเครียดแพงกว่าเงินเดือนอีกครับ แพงกว่าข้าวมื้อๆนึง lexapro ยานอนหลับ ค่ารถน้ำมันเดินทางก็ไกล วันหยุดพักร้อนไม่เคยได้พัก บางทีรอเลิกงานซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเลิกกี่โมง รู้สึกว่าเวลาที่เสียไปกับการนั่งรอ เอาไปหาเงินให้เยอะกว่านี้ แล้วมาให้เธอเลยมันง่ายกว่า ได้ใช้ชีวิตด้วย นี่ถ้าจะเอาเวลาชีวิต เกือบ 40 ปี ไปถวายชีวิตให้แบงค์ คิดดูว่า วันนึง 24 ชั่วโมง ถึงบ้าน 4ทุ่ม หมดเวลากับงานไป 12-13 ชั่วโมง ไหนจะงานบ้าน เรื่องส่วนตัว ดูซีรี่ย์แทบไม่ได้ ได้นอนแค่ 5 ชั่วโมง ทำงานร่างกายเหมือนซอมบี้เลย ไม่สดใส ไม่ร่าเริง หงุดหงิดง่าย โมโหง่ายกับเรื่องเล็กๆ และมักจะมาทะเลาะกันเพราะ ที่ทำงานเถียงใครไม่ได้ ต้องเก็บกดไว้

และถ้าต้องเอาเวลาชีวิตไปให้งานขนาดนี้ ถ้ามีลูกคงไม่ได้เห็นน่าลูก ไม่เห็นลูกโต ลูกมีปัญหาคงไปดูไม่ได้ เผลออีกทีแก่แล้ว หมดเวลาชีวิต 95% ไปกับงาน กับการนอน ไม่เห็นน่าครอบครัว พ่อแม่ก็แก่ขึ้นทุกวัน

ถ้าให้พิมพ์ต่อคงอีกยาว นี่ขอระบายแบบเบาะๆ ระหว่างนั่นกินก้อนคนเดียวรอแฟนเลิกงานครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่