เราสามารถปรับปรุงเรือจักกรีฯ ให้เป็นเรืองบรรทุก UAV ปีกตรึงติดอาวุธในอนาคตได้หรือไม่

เราสามารถปรับปรุงเรือจักกรีฯ ให้เป็นเรืองบรรทุก UAV ปีกตรึงติดอาวุธในอนาคตได้หรือไม่

   ณ ปัจจุบัน เรืองจักกรีฯ นั้นถูกจัดเป็นเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ แต่การออกแบบเดิมนั้น ออกแบบมาเพื่อเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินปีกตรึง ถึงไม่สามารถเปิดท้ายเรือได้เหมือนเรือ LPD ซึ่งภารกิจหลักในปัจจุบันคือเรืองธง และบรรเทาสาธารณภัย
  จากในประเด็นที่เรือจักกรีฯนั้นไม่สามารถเปิดป้ายเรือ เพื่อรองรับเรือลำเลียงขนาดเล็กได้อย่างสดวกนัก ดังนั้นผมมองว่าประสิทธิภาพในการบรรเทาสาธารณภัยของเรือจักกรีฯนั้นยังไม่เทียบเท่าเรือง LPD ด้วยจุดนี้ทำให้คุณค่าทางยุทธศาสตร์และพลเรือนของเรืองจักกรีฯจึงลดลง ตามคาวคิดเห็นของผม
  และด้วยข้อจำกัดหลายประการถึงทำให้เรือหลวงจักกรีไม่สามารถรองรับเครื่องบินปีกตรึงแบบใหม่ได้ หรือต้องปรับปรุงอย่างมหาสารเพื่อจะรองรับเครื่องบินปีกตรึงขึ้นลงทางดิ่งแบบใหม่ อย่างF-35B และราคาของเครื่อง F-35B ก็น่าจะแพงเกินไปและไม่สมเหตุสมผลกับงบประมาณกองทัพเรือ ที่ยังมีภาระต้องพัฒนาทางทะเลอยู่อีกมาก
  
  ดังนั้นผมจึงคิดว่าหากเราต้องการเพิ่มคุณค่าทางยุทธศาสตร์ของเรือจักกรีฯให้มากขึ้น โดยที่ปรับปรุงน้อยที่สุดนั้น UAV จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ซึ่งUAV ขนาดเล็กนั้น อาธิเช่น UAV ปีกหมุน แบบS-100 หรือ RQ-21(ใช้เชือกสลิงแนวตั้งในการลงจอด)ที่กองทัพเรือจัดหามานั้น คงไม่มีปัญหาใดๆ เพียงนำเครื่อง
ดีดมาติดตั้งด้านข้างเรือ แต่ถึงอย่างไรUAV ทั้ง2 เป็นเป็นเพียงUAV แบบตรวจการและชี้เป้าเท่านั้น

  แต่หากต้องการจะเพิ่มประสิทธิภาพในการโจมตีเป้าหมาย เราคงต้องมองไปที่ UAV ปีตรึงขนาดกลางถึงใหญ่ เรื่องจากมีระยะปฏิบัติการที่ไกลเหมาะสมกับการใช้งานทางทะเล ที่มีความสามารถเพียงพอที่รองรับอาวุธต่อสู้เรือรบ ที่มีน้ำหนักมากได้อย่างน้อย1ลูก รวมถึงอาจมีการติดตั้งจรวด Air To Air ระยะไกล้ อาธิเช่น AIM-9 เพื่อป้องกันตนเอง โดยใช้การเชื่อโยงข้อมูล Data-Link ในการป้อนข้อมูลเป้าหมายจากเรด้าของเรือรบ สิ่งนี้จำทำให้เรืองจักกรีฯนั้นมีคุณค่าทางยุทธศาสมากยิ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด
  จากบทความข้างต้นนั้น กองทัพไทย มีแผนจะวิจัยและพัฒนาUAVขนาดใหญ่ติดอาวุธ เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะพัฒนารุ่นสำหรับประจำการณ์บนเรือควบคู่ไปด้วยโดยมีพื้นฐานเดียวกันเพื่อง่ายต่อการจัดหาอะไหล่และซ่อมบำรุง โดยปรับปรุงในเรื่องของฐานล้อและระบบรับแรงให้เหมาะสม เพิ่มตะขอเกี่ยวสลิง และเพิ่มความสามารถในการพับปีกเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บบนเรือ ซึ่งแนวคิดนี้จากที่ผมทราบยังไม่มีบริษัทใดที่ทำออกมา ณ ปัจจุบัน หากเราทำสำเร็จอาจตอบโจทย์ลูกค้าต่างชาติที่ไม่มีเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ หรือลูกค้าที่มีเพียงเรือบรรทุกฮอริคอปเตอร์ แต่ไม่รองรับกับF-35Bหรือไม่มีงบประมาณมากพอที่จะจัดหา F-35Bได้  ในส่วนของการ Take off นั้นเรืองเรามีSki jump อยู่แล้ว อาจเพิ่มเพียงรางดีดระยะสั้นไม่จำเป็นต้องทำยาวถึง ski jump เพราะค่าใช้จ่ายสูง เพื่อเพิ่มแรง หรืออาจไม่ต้องเลย (ขึ้นอยู่กับสเป็คระยะ Take off ของUAV) ส่วนการ landing ใช้เป็นรวดสลิงเหมือนของเรือของUAS แต่ด้วยUAV ที่น้ำหนักน้อยว่า และความเร็วต้ำกว่า ชุดสลิงจึงไม่จำเป็นต้องใหญ่เพื่อรับแรงเท่าของUSA ดังนั้นอาจลดงบประมาณลงได้ และที่สำคัญที่สุด คือไม่จำเป็นต้องปรับคุณภาพของพิ้นผิวดาวฟ้าเรือมากนัก เหมือนการนำเครื่องบินขับไล่เต็มรูปแบบมาลงที่ต้องปรับปรุงพื้นผิวดาดฟ้าเรือทั้งหมด ซึ่งโอกาศมีน้อยมากที่กองทัพเรือจะจัดหาเครื่องบินขับไล้ปีกตรึงอีกครั้ง และต้องประปรุงเรืองจักกรีฯให้รองรับ ท่านมีความคิดเห็นเช่นไร และคิดว่าตามความคิดผมนั้น มีโอกาสเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดครับ.

โปรดแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ
ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ 
Alan Tj.

ที่มารูปภาพ: https://thaiarmedforce.com/
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่