ส่องดวงเมืองผ่านดวงดาว 2564 (ตอนที่ 2) โดย พล พยากรณ์

แนวโน้วด้านเศรษฐกิจในปี 2564

การคาดการณ์แนวโน้มความเป็นไปทางเศรษฐกิจ จำเป็นต้องพิจารณาถึงลีลาการโคจรของดาวใหญ่ทั้ง3ดวงคือ ดาวพฤหัสบดี (5) ดาวเสาร์ (7) และ
ราหู (8) เป็นสำคัญ ซึ่งในบทความนี้จะเป็นการพยากรณ์ในภาพรวมเท่านั้น โดยในปี พ.ศ. 2564 ดาวทั้งสามดวงมีวิถีโคจรดังนี้ 

ดาวพฤหัสบดี (5) ตัวแทนของระบบทุนนิยม ดาวแห่งผลประโยชน์ การค้า การเงินของประเทศ โคจรเดินหน้าอย่างรวดเร็วในราศีมกร ตั้งแต่ปลายปี 2563จนถึงวันที่ 29 มี.ค. จึงยกย้ายเข้าสู่ราศีกุมภ์ ภพลาภะของดวงเมือง เรือนพระราหู (8) ที่โคจรอยู่ในราศีพฤษภ ภพการเงินการคลังของประเทศ 
จนถึงวันที่ 16 มิ.ย. จึงแปลวิถีจักรพักร์องศามุ่งกลับเข้าสู่ราศีมกรในวันที่ 28 ก.ย. แล้วเดินถอยหลังต่อไปจนถึงวันที่ 27 ต.ค. จึงเปลี่ยนวิถีโคจรเดินหน้า
ปกติถึงวันที่ 8 พ.ย. ก็ยกเข้าราศีกุมภ์และเดินหน้าจนถึงสิ้นปี ขณะที่ดาวเสาร์ (7) โคจรเดินหน้าในราศีมกร ภพกัมมะของดวงเมืองตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 26 พ.ค. จึงแปลวิถีจักรพักร์องศาถึงวันที่ 29 ก.ย. จึงเปลี่ยนวิถีโคจรเดินหน้าปกติถึงสิ้นปี



การโคจรเข้ามาสู่จุดเดิมในราศีมกรของดาวพฤหัสฯ และดาวเสาร์ตั้งแต่ปลายปี 63 เป็นต้นมาและมีการโคจรวิปริต แยกจากกันแล้วกลับมาร่วมกันอีกครั้ง พยากรณ์ได้ว่า สภาวะการณ์ด้านเศรษฐกิจจะกลับมาสู่ภาวะชักงักงันอีกครั้ง การแสวงหารายได้ การทำมาหากินยากลำบาก เกิดความอัตคัดขาดแคลน
โดยทั่วไป ประชาชนต้องประสบกับความฝืดเคืองในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ การขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงอย่างมาก เกิดการสูญเสีย
ผลประโยชน์ของประเทศอย่างมหาศาล การเงินถูกใช้จ่ายไปกับการแก้ปัญหาต่างๆ รัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อประคองระบบเศรษฐกิจ
การค้า การส่งออก การเดินทางภายในประเทศและระหว่างประเทศหยุดชะงัก มีการใช้กฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพบางประการของประชาชนเป็นการชั่วคราว

ปรากฏการณ์ดังกล่าวยังส่งผลต่อภาวะการจ้างงานที่ลดลงจนถึงการปลดคนงาน โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรม จะมีการปิดกิจการและปลดพนักงาน
เป็นจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อกันไปเป็นลูกโซ่ การทำธุรกิจ ทำมาค้าขายจะอยู่ในภาวะฝืดเคืองอย่างมาก

จะเห็นได้ว่ามีช่วงเวลาหนึ่งที่ดาวพฤหัสฯ และดาวเสาร์จะมีวิถีโคจรวิปริตพักร์องศาพร้อมๆ กันในสองราศี กินเวลาถึง 3 เดือนครึ่ง คือระหว่างวัน 16 มิ.ย.
ถึง 28 ก.ย. ซึ่งดาวพฤหัสฯ จะเดินถอยหลัง (เดินตามเข็มนาฬิกา) อยู่ในราศีกุมภ์ ขณะที่ดาวเสาร์เดินถอยหลังอยู่ในราศีมกร ส่วนราหู (8) โคจรย้อนวิถีจักรในราศีพฤษภจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2565 จึงย้ายเข้าราศีเมษ

ภพที่ 10 ของดวงเมืองซึ่งหมายถึง รัฐบาล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี บุคคลที่เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงของประเทศ การดำเนินนโยบายของประเทศ ภาระกิจของชาติ สภาพการณ์และกิจกรรมทางการเมือง ความเชื่อถือและชื่อเสียงของประเทศ ความทุกข์ยากของประชาชน ความทารุนโหดร้ายและความยุ่งยากในสังคม กิจกรรมทางโลก ฯลฯ

ภพที่ 11 ภพลาภะของดวงเมืองนั้นหมายถึง รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร พยากรณ์ว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวรัฐบาลจะมีการเสนอกฎหมายหรือออกมาตรการ
ต่างๆ เกี่ยวกับการใช้เงินงบประมาณแผนดินเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่
มาตรการต่างๆ จะผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ จะมีการอภิปรายกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ จนต้องนำกลับไปทบทวน ปรับปรุงแก้ไขกันใหม่

ในด้านสภาพการณ์ทางการเมือง ผลจากความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจและความยากลำบากของประชาชน ทำให้เกิดความไม่พอใจรัฐบาล ทั้งจากประชาชนผู้ใช้แรงงาน คนระดับล่าง ตลอดถึงนักธุรกิจ เจ้าของกิจการ ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ดาวเสาร์ (7) กำลังพักร์องศาในราศีมกรซึ่งจะมีกำลังแรงกว่าปกติ จะมีการชุมนุมประท้วง มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจ ไปจนถึงกิจกรรมขับไล่รัฐบาล 

ความยุ่งยากวุ่นวายในสังคมจะเกิดขึ้นโดยทั่วไป เกิดการปะทะกันระหว่างฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายที่ขับไล่รัฐบาล ในขณะที่ทหารตำรวจจะคอยควบคุมดูแลสถานการณ์ แต่จะไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา รัฐบาลจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีในบางตำแหน่ง 

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเกิดความเสียหายร้ายแรงทั้งจากภัยธรรมชาติและอุบัติเหตุ เช่น แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ไฟไหม้ การระเบิดขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีข่าวดีเกี่ยวกับการพัฒนายาเพื่อรักษาอาการป่วยร้ายแรง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่