พวกโครงการแจกเงินของรัฐนี่ทำไมต้องทำระบบลงทะเบียนแบบนี้ด้วยครับ

กระทู้คำถาม
คือในมุมมองคนที่อยู่ในแวดวงไอทีผมมองว่ามันไม่ค่อย make sense เท่าไหร่

คือถ้าเป็นระบบการแย่งชิงสิทธิแบบมาก่อนได้ก่อนในจำนวนคนที่ไม่เยอะมาก แบบลงทะเบียนเรียนผมว่าระบบนี้โอเค
แต่มาลองนึกดูนะครับว่า ถ้าเรามองว่าสิทธินี้ควรให้กับคนที่จำเป็นก่อน แล้วรัฐก็มีนโยบายชอปดีมีคืนมาเป็นทางเลือก
แสดงว่าคนที่มีเงินแล้วเลือกชอปดีมีคืนก็น่าจะดีกว่าเพราะยิ่งรายได้มากก็ยิ่งได้ลดมาก

ทำไมไม่ให้สิทธิผูกติดกับประชาชนแต่ละคนไปเลยแล้วให้ประชาชนยื่นความจำนงเอาว่าจะรับสิทธิหรือไม่รับ
ภายในกี่วันก็ว่ากันไป ถ้าคนใช้สิทธิชอปซะส่วนใหญ่แล้วงบเหลือก็ค่อยๆปล่อยเงินเข้ามาอีก
สะดวกกับหลายๆฝ่ายมาก
แทนที่จะมาออรอแย่งกัน ผมว่ามันแปลกๆ แถมมันก็มีโอกาสที่คนที่จำเป็นจริงๆจะไม่ได้ด้วย

แล้วที่ผมสงสัยอีกอย่างนึงก็คือ จะตรวจอย่างไรว่าสิทธิที่แจกครบตามสิทธิที่รัฐบาลเคลมไว้ได้จริง
แบบว่าถ้าคนที่มีอำนาจตรวจสอบขอดูต้องมีรายชื่อหรือเลขบัตรประชาชนให้เขาเช็คได้ ไม่ใช่เอาตัวเลขจำนวนสิทธิคงเหลือมาดูนะ

เอ้าแก้ไขรอบนึง หวังว่าจะอ่านกัน ตอนแรกพยายามเขียนสั้นๆ กลายเป็นไม่เข้าใจซะงั้น
สำหรับคนที่เถียงผมเรื่องเงินแล้วไม่ได้อ่านคำถามนะครับ คำตอบผมเขียนไว้แล้วแต่สงสัยจะไม่เข้าใจ ผมยกตัวอย่าง
สมมติว่า งบ 81,000 บาท ดูแล้วว่ามีคนที่มีสิทธิได้รับ 60 คน
81000/60 = 1,350 บาท
สิทธินี้ผูกติดกับทุกคน แต่อาจจะแบ่งจ่ายเป็นรอบได้ แล้วถ้ามีคนเลือกสวัสดิการอื่น เงินส่วนนี้ก็จะมีมากขึ้น

ซึ่งแบบนี้มันโกงยากกว่า และน่าจะตรวจสอบสะดวกกว่าเพราะเงินที่ต้องจ่ายมันสุดอยู่แล้ว ลดไม่ได้ เพิ่มได้อย่างเดียว
แถมไม่ต้องมาชิงลงทะเบียนกัน ซึ่งความรู้สึกผม ไม่ค่อยโอเค ทั้งในแง่ระบบ และ ความสะดวกของประชาชน
ซึ่งตอนแรกผมคาดหวังคำตอบประมาณว่า ถ้าแบ่งสิทธิถี่มากไป ระบบทำงานหนักต้องใช้คนดูแลมากขึ้น เงินจะเหลือไปถึงประชาชนน้อยลงอะไรงี้ เพราะต้องแบ่งมาดูแลระบบตามจำนวนผู้ใช้ที่มากขึ้น
หรือประมาณว่า ระบบแย่งชิงสิทธิก็แฟร์ดี เพราะคนที่มีความจำเป็นมากก็น่าจะต้องพยายามอย่างมาก
หรือคนที่ตอบประมาณว่ารัฐอยากได้กลุ่มศึกษาตัวอย่างแค่นี้อะไรประมาณนั้น(งั้นยิ่งเยอะไม่ดีเหรอ ได้ข้อมูลครบทุกคนเลยเพียบๆ)
หรือตอบแบบจิตวิทยาก็ ถ้าเงินมันน้อยไปจนประชาชนจะรู้สึกเหมือนไม่ได้อะไร หรือแย่ก็คือไม่ได้ผลก็ว่ากันไป

ที่เขียนถามเนี่ยเพราะว่าผมคิดได้ในมุมมองของผมแบบนี้ ทั้งโกงยาก กระจายได้เยอะ ไม่มีช่วงพีคที่คนรุมลงทะเบียน ไม่ต้องกลัวตกหล่น หรือผิดพลาดเพราะสิทธิติดเลขบัตรประชาชน แค่มาลงทะเบียนรับสิทธิหรือเปิดใช้เฉยๆ(ก็ทำผ่านแอพนั่นแหล่ะ แต่ช่วงเวลามันกว้างไง งงไหม เช่น เปิดใช้สิทธิในช่วง 1 เดือน หรือจะไล่เปิดตามปีเกิดยังได้) แค่จำนวนน้อยลง แต่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ก็มีข้อเสียที่ผมพูดถึง อย่างไรก็ดีผมไม่ใช่ผู้ทำระบบด้านการเงินโดยตรงจึงไม่ทราบว่าทำไมทำเช่นนี้ มีแค่ความรู้กว้างๆของระบบIT เฉยๆ  มันอาจจะมีมุมที่ผมมองไม่เห็นอยู่  หรือมีตัวอย่างจากประเทศไหนอะไรงี้  ไม่ได้จะมาแซะอะไร บางคนเขียนอนุมานไปซะไกลเลย 

เห้อออออ

เอหรือจริงๆแล้วผมถามผิดที่ ไปตั้งถามใน quora จะดีกว่ามั้ง
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ยังมีคนเข้าใจผิด ว่า "คนละครึ่ง" เป็นสวัสดิการ จึงตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ให้ทุกคน  ความจริงคือ มันไม่ใช่ "สวัสดิการ" ครับ มันเป็นแค่แผนการ "ล่อ" ให้คนใช้เงิน ที่เรียกว่า แผนการ "กระตุ้นเศรษฐกิจ"  ด้วยการเอาเงินรัฐมาก้อนหนึ่ง แจกเข้าไปในกลุ่มเป้าหมาย (คือคนที่ลงทะเบียนทัน ใครก็ได้ ฐานะเป็นไงก็ได้)  ล่อให้เขาใช้เงินตัวเองอีก "ครึ่งหนึ่ง" เพื่อการจับจ่ายใช้สอย  โดยครั้งนี้  


เท่ากับว่าเงินรัฐคือ "ไส้เดือน" เกี่ยวเบ็ด  เงินอีกครึ่งหนึ่งของประชาชนต่างหาก คือ ปลาที่ฮุบเหยื่อ จากเงินนิ่งเงินเย็น เงินตาย  ก็ถูกควักจากกระเป๋ามาใช้อย่างเพลิดเพลินจำเริญใจ  และคราวนี้ ได้เปิดให้ร้านเล็กๆ เป็นผู้รับประโยชน์จากการซื้อขาย  ทำให้เกิดการสะพัดของเงิน วงจรเศรษฐกิจหมุนไปถึงฐานราก 


 แทนที่จะไหลเข้าแต่กระเป๋าเจ้าสัวเหมือนที่เคยถูกด่ามาก่อนหน้านั้น  ดังนั้น มันจึงไม่ใช่ "สิทธิ" ที่ทุกคนต้องได้ครับ  เป็นแค่ "แคมเปญ" ที่ใครลงทะเบียนทันก็ได้ไป  และหากไม่ใช้ตามระยะเวลาที่กำหนด ก็ถูกริบคืน แค่นั้นเอง

https://www.facebook.com/226733814031758/posts/3704048502966921/
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่