คือเรื่องมีอยู่ว่าพ่อกับแม่ของเราเลิกกันค่ะ คุณป้าเลยเอาเรามาเลี้ยง(แต่ทั้งพ่อและแม่แล้วก็เราแล้วก็พี่ชายเราก็อาศัยอยู่ที่บ้านคุณป้ากันหมดตั้งแต่เราเกิดค่ะ) และพ่อกับแม่มีครอบครัวใหม่ทั้งคู่ พอหลังจากที่พ่อแม่เราเลิกกัน คุณพ่อก็แยกออกไปอยู่กับ เมียใหม่..และใช่ค่ะ พ่อแม่เราเลิกกันเพราะพ่อมีเมียน้อย แต่ตอนนั้นเรายังเด็กมาก ก็เลยยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร หลังจากนั้นไม่กี่ปีแม่เราก็หนีเรากับพี่ชายเราไปอีกคน(เหตุผลตอนนั้นที่เราพึ่งจะรู้มาก็คือ คือแม่เราอึดอัดที่อยู่ที่บ้านของคุณป้า.ซึ่งป้าก็มีสามีค่ะปัจจุบันเราเรียกสามีของป้าว่าลุง.คือจริงๆบ้านหลังนั้นก็ของสามีป้าแหละค่ะแต่ตอนนั้นเราก็จำไม่ได้แล้วว่าเขามีเรื่องอะไรกัน.แต่ก็พอเข้าใจอยู่ว่าการที่อาศัยบ้านคนอื่นอยู่คงไม่สบายใจเท่าไหร่นัก..)..จากนั้นไม่นาน เราก็รู้ข่าวว่า แม่เรามีครอบครัวใหม่ มีลูกใหม่ พ่อก็เช่นกันค่ะ หลังจากนั้นเราก็ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านของ คุณลุงกับคุณป้าค่ะ เขาก็เลี้ยงเราดีค่ะ เขามีพระคุณกับเรามาก แต่ก็อย่างว่าแหละค่ะ พอมันไม่ใช่บ้านเรา มันก็คงไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก จะทำอะไรก็ไม่สบายใจ ทุกอย่างต้องเกรงใจเขา และเขาก็มีลูกด้วยเขาก็ต้องสนลูกของเขาอยู่แล้ว จนช่วงนึงด้วยความมว่าพี่ชายเรามีแฟนตอนนั้นพี่ชายเราอยู่ ปวช คบแฟนทางโลกออนไลน์ และด้วยคือ ลุงกับป้าของเราเขาค่อนข้างหัวโบราณเลยเหมือน ค่อนข้างเคร่งมากๆไม่ค่อยให้ไปไหนกับเพื่อน ทั้งโดนยึดทรศเพราะรู้ว่ามีแฟนหลายๆอย่างเลยค่ะ ที่พี่เราโดน ห้ามไม่ให้เล่นกีฬาตอนเย็น เพราะต้องมารับเราที่ร.รทั้งๆที่พี่ชายเราชอบเล่นบาสมากๆเรารู้สึกสงสารพี่เรามากๆเหมือนพี่เร่เหมือนเด็กเก็บกดด้วย มันมีหลายๆเรื่องเลยที่พี่เราโดนบังคับไม่ให้ทำ จนวันนึงพี่เรา เลยตัดสินใจหนีออกจากบ้าน(เราไม่รู้ว่าหนีไปตอนไหน.รู้อีกทีคือไม่อยู่แล้ว).ไปอยู่กับแฟนที่คุยในโลกออนไลน์ .ละก็ไม่กลับมาเลยการที่พี่ชายเราหนีออกจากบ้านไปเลยทำให้พี่ชายเราก็เรียนหนังสือไม่จบ..แต่ปัจจุบันก็ยังติดต่อมาบ้าง..ทุกวันนี้ชีวิตพี่ชายเราก็ค่อนข้างลำบากเลย..ด้วยความที่วุฒิน้อยด้วย.แฟนพี่ชายเราก็ใช่ว่าจะดีด้วย..แต่พี่ชายเราพูดมาประโยคนึงว่า'ถึงพี่จะลำบากไม่ได้สบายกายเหมือนตอนอยู่ที่บ้านนี้แต่พี่สบายใจที่พี่ได้ใช้เงินจากน้ำพักน้ำแรงของพี่เอง เขามีพระคุณที่เลี้ยงเรามาพี่ไม่เคยลืม.แต่พี่เลือกอยู่ในจุดที่พี่สบายใจ'ประโยคนี้ตอนนั้นที่เราฟังเราก็ยังไม่ได้คิดอะไรจนเราเริ่มโตขึ้น เริ่มคิด เริ่มรู้อะไรหลายๆอย่าง.ถึงตอนที่เราอยู่อาจจะไม่ได้โดนบังคับเท่าพี่..แต่เราก็เริ่มรู้ว่า ทำไมเราถึงไม่มีความสุข เรารู้สึกอึดอัด เหมือนเราไม่สามารถออกความคิดเห็น หรือไม่สามารถอยากทำอะไรที่อยากทำได้ ไม่มีอิสระ อึดอัด ไม่พอใจอะไรก็พูดไม่ได้ เพราะนี่คือบ้านของเขา เราตีองทำตามที่เขาบอกในหลายๆอย่าง และเราก็โดนเอาเปรียบจากลูกของเขาที่วันๆไม่ทำอะไรเลยงานบ้านไม่เคยคิดจะช่วย นอนเล่น เกม ใช้เราทำอันนี้อันนั้น เราเคยว่าลูกเขาว่าวันๆไม่ทำอะไรเขาก็สวนเรากลับมาเลยว่า'แค่นี้ทำไม่ได่เหรอ ถ้าทำไม่ได้เดี๋ยวทำเองก็ได้นะ'เชิงแซะๆอะค่ะ แล้วก็พูดเหมือนเราไปว่าลูกเขา เราก็จุกค่ะพูดไม่ออก เพราะบุญคุณที่เขาเลี้ยงเรามา ถ้าเราพูดต่อคงดูไม่ดีแน่ จากวันนั้นสู่วันนี้ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว..เรายอมรับว่าระยะเวลาที่เราอยู่ที่นี่เรา 'สบายกายแต่ไม่สบายใจ' เราเข้าใจคำนี้แล้ว แต่ยังงไงเราก็ต้องขอบคุณเขามากๆเลยที่เลี้ยงเรามาจนถึงทุกวันนี้ตั้งแต่เด็กจนตอนนี้เราอยู่ปี1แล้วเขามีบุญคุณกับเรามาก แม้ในหลายๆครั้งที่เขาพูดจาทำร้ายจิตใจเรา เราเคยเกือบทนไม่ไหวอยากหนีออกจากบ้าน แต่เรากลัวเรียนไม่จบแบบพี่ เลยเลือกที่จะทน
เราต้องเงียบ ถ้าเราพูดเหมือนเราเถียงกลายเป็นเด็กไม่ดีไปเลยเราเลยมีความคิดที่ว่าหลังจากเราเรียนจบ เราจะออกจากบ้านนี้ หลังจากที่หางานทำได้แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าเราจะทิ้งเขาเลยเราจะกลับมาดูแลเขาบ้างกลับมาหา กลับมาเยี่ยม แต่เรากลัวว่าเขาจะหาว่าเราอกตัญญูมั๊ย? แล้วการที่เราคิดว่า พ่อ แม่ พี่ชายเราทิ้งเราไว้อยู่กับคนอื่น แบบนี้คือเห็นแก่ตัวใช่มั๊ย ทำไมไม่มีใครคิดถึงเราบ้างเลย นึกจะไปก็ไป แล้วเราละเขาไม่คิดถึงเราบ้างเหรอคะว่าเราอยู่ได้มั๊ย...คิดแบบนี้ผิดรึป่าวคะ😂😂
คิดแบบนี้ถูกมั๊ย อกตัญญูมั๊ยคะ?
เราต้องเงียบ ถ้าเราพูดเหมือนเราเถียงกลายเป็นเด็กไม่ดีไปเลยเราเลยมีความคิดที่ว่าหลังจากเราเรียนจบ เราจะออกจากบ้านนี้ หลังจากที่หางานทำได้แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าเราจะทิ้งเขาเลยเราจะกลับมาดูแลเขาบ้างกลับมาหา กลับมาเยี่ยม แต่เรากลัวว่าเขาจะหาว่าเราอกตัญญูมั๊ย? แล้วการที่เราคิดว่า พ่อ แม่ พี่ชายเราทิ้งเราไว้อยู่กับคนอื่น แบบนี้คือเห็นแก่ตัวใช่มั๊ย ทำไมไม่มีใครคิดถึงเราบ้างเลย นึกจะไปก็ไป แล้วเราละเขาไม่คิดถึงเราบ้างเหรอคะว่าเราอยู่ได้มั๊ย...คิดแบบนี้ผิดรึป่าวคะ😂😂