เรื่องจริงของงานวิจัย “ The Twin Study” ในช่วงต้นทศวรรษ 1980

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2018 เว็บไซต์ Independent News รายงานถึงงานวิจัยอันอื้อฉาวที่นักจิตวิทยาวิเคราะห์ศึกษาหัวข้อธรรมชาติกับการเลี้ยงดูผ่านการเฝ้ามองแฝดสามเพศชายที่ถูกจับแยกกันเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ ให้เติบโตมาในครอบครัวต่างกัน โดยที่ทั้งสามไม่รู้ว่าตนเองมีพี่น้องแฝด  เรื่องราวดังกล่าวนำเสนอผ่านหนังสารคดี Three Identical Strangers สร้างโดย Tim Wardle ฉายเมื่อเดือนมกราคมในปี 2018 คว้ารางวัลชมเชยพิเศษ Special Jury Prize ในเทศกาลหนังซันแดนซ์ ที่สหรัฐอเมริกา

แฝดสาม ได้แก่ Robert“ Bobby” Shafran, Eddy Galland เอ็ดดี้ และ David  Kellman ใช้ชีวิต 19 ปี โดยไม่รู้จักกัน ทั้งสามเกิดจากแม่ที่ป่วยเป็นโรคทางจิตและถูกรับไปเลี้ยงในปี 2504 ผ่านหน่วยงานหลุยส์ไวส์เอเจนซี่ ซึ่งปัจจุบันได้เลิกกิจการไปแล้ว  จากการที่พวกเขาถูกแยกออกจากกันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองทางวิทยาศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า“ The Twin Study” ที่ดำเนินการโดยจิตแพทย์ในนิวยอร์กที่มองธรรมชาติเทียบกับการเลี้ยงดู และความสำคัญของการถ่ายทอดทางพันธุกรรมกับสิ่งแวดล้อม

ทั้งสามถูกนักวิจัยเฝ้ามองตลอดช่วงวัยเด็ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่ถูกกฎหมาย นำโดยดร.ปีเตอร์ นิวบาวร์ นักจิตวิทยาวิเคราะห์จากศูนย์พัฒนาเด็กเขตแมนฮัตตัน ในนิวยอร์ก ซึ่งนับแต่นั้นมาศูนย์ดังกล่าวรวมเข้ากับองค์กรไม่แสวงกำไรมีบทบาทดูแลงานด้านสังคม ชื่อ The Jewish Board of Family and Children’s Services  โดยจุดมุ่งหมายของการศึกษาเพื่อหาคำตอบว่าการให้แฝดสามอยู่ในสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่แตกต่างกัน จะส่งผลต่อการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนของแฝดสามหรือไม่

ปมชีวิตค่อยๆ คลี่คลายเมื่อในปี 1980 Shafran ไปเรียนที่วิทยาลัยวันแรกในนครนิวยอร์ก แล้วแปลกใจเมื่อได้รับการต้อนรับอย่างท่วมท้นจากเพื่อนๆ เข้ามาทักแบบสนิทสนมทั้งจูบทั้งกอด ทั้งๆ ที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน เพราะคิดว่าเป็น Galland

 Eddy Galland (ซ้าย) และ Bobby Shafran น้องชายของเขา
นักเรียนคนหนึ่งชื่อ Michael Domnitz ซึ่งไปวิทยาลัยเมื่อปีที่แล้วกับเพื่อนชื่อEddie รู้ว่า Galland ไม่คิดจะกลับมาเรียน จึงเข้าไปห้องในหอพักของ Shafran เพื่อสืบค้นความจริงและต้องตกตะลึงเมื่อพบบางอย่างเข้า
“เมื่อ Shafran หันมา ผมตัวสั่น” Domnitz พูดในหนังสารคดี Three Identical Strangers ซึ่งได้รางวัลจูรี่ที่เทศกาลหนังซันแดนซ์ "ผมหน้าซีดเพราะผมรู้ว่า Shafran ต้องเป็นฝาแฝดของ Galland แน่นอน"
 
Domnitz ก็ถาม Shafran ทันทีว่าเป็นเด็กที่ถูกรับมาเลี้ยงและเกิดวันที่ 12 เดือนกรกฎาคม ปี 2504 หรือไม่ เมื่อ Shafran ตอบยืนยันว่าใช่ จึงบอกว่าเขาสงสัยว่าShafran อาจมีฝาแฝด  ต่อมาเรื่องราวของShafran และ Galland ได้รับความสนใจจากสื่อ จนทำให้ทั้งคู่เจอแฝดคนที่สามในที่สุด
และเมื่อ Kellman เห็นรูป Shafran และ Galland ในข่าวหนังสือพิมพ์จึงติดต่อทั้งคู่เพื่อบอกว่าตนก็เป็นแฝดอีกคน กลายเป็นทั้งคู่ไม่ใช่แค่แฝดสอง แต่เป็นสามพี่น้องฝาแฝด

ทั้งสามพยายามหาว่าเหตุใดพวกเขาจึงถูกจับแยกออกจากกัน จนพบว่าถูกจับแยกไปอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะแตกต่างกัน และถูกประเมินโดยนักวิจัยมาตลอด โดยที่ครอบครัวที่รับแฝดไปเลี้ยงไม่รู้เรื่องเลยว่าเด็กมีพี่น้องฝาแฝด  สำหรับการวิจัยดังกล่าวไม่ได้ศึกษา Shafran, Galland และ Kellman เพียงกลุ่มเดียว แต่มีเด็กแฝดคนอื่นๆอีกที่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าตนเองมีพี่น้องฝาแฝด
 
พี่น้องทั้งสามเริ่มแยกกันไม่ออกหลังจากที่พบกัน ในที่สุดเมื่อพวกเขาอายุ 19 ปีย้ายมาอยู่ด้วยกัน จากนั้นสามแฝดพี่น้องก็กลายเป็นที่ฮือฮาจากการไปปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ TODAY ในปี 1981 เพื่อพูดคุยกับ Jane Pauley และ Phil Donahue และทั้งสามยังปรากฏตัวในภาพยนตร์ในปี 1985 เรื่อง Desperately Seeking Susan ร่วมกับ Madonna ด้วย
 


แฝดสาม Eddy Galland (จากซ้าย), David Kellman และ Bobby Shafran ถูกแยกทางกันตั้งแต่แรกเกิดและถูกรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม
โดยครอบครัวที่แตกต่างกัน และกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งเมื่ออายุ 19 ปี ซึ่งผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ Tim Wardle กล่าวว่าพวกเขาค้นพบ
"ความคล้ายคลึงกันอย่างไม่น่าเชื่อที่ไม่สามารถอธิบาย" Cr.NEON
ในตอนแรกของการพบกันใหม่ๆเต็มไปด้วยความสุข  จากการแบ่งปันในชีวิต แฝดสามได้พบว่ามีนิสัยใจคอที่คล้ายคลึงกัน  โดยมีรสนิยมในการดูหนังเหมือนกัน ชอบมวยปล้ำในวิทยาลัย และสูบบุหรี่ยี่ห้อเดียวกัน  แต่ได้รับการเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันในสามแบบ โดยมีพ่อแม่
ที่มีรูปแบบทางวินัยที่แตกต่างกัน ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าธรรมชาติมีชัยชนะเหนือการเลี้ยงดู  แต่ Tim Wardle กล่าวว่า "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขาและการกลับมาพบกันของพวกเขาก็ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมมากมายเช่นกัน" 

ต่อมา แกลแลนฆ่าตัวตายเมื่ออายุได้ 33 ปี สองแฝดที่เหลือจึงเรียกร้องให้องค์กรบอร์ดชาวยิว The Jewish Board ขอโทษและชดใช้ค่าเสียหาย และให้ปล่อยเอกสารงานวิจัยที่เป็นทางการออกมา แต่องค์กร The Jewish Board ออกแถลงการณ์ผ่านหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ เพื่อยืนยันว่าไม่ได้รับรองการวิจัยดังกล่าว  โดยระบุว่า “องค์กร The Jewish Board ไม่มีบทบาทในการแยกแฝดที่ถูกรับเลี้ยงผ่านหลุยส์ ไวส์ ออกจากกัน”

Three Identical Strangers ภาพยนตร์ของ Tim Wardle เริ่มต้นด้วยการบอกเล่าเรื่องราวที่น่าทึ่งของแฝดสามที่แยกจากกันเมื่อพวกเขาอายุเพียงหกเดือนและอยู่ในบ้านที่แตกต่างกันสามคนพ่อแม่บุญธรรมของพวกเขา  ที่ไม่รู้ว่าลูกชายคนใหม่ของพวกเขาแต่ละคนมีพี่น้องสองคนในระยะไม่เกินร้อยไมล์ทั้งหมดอยู่ในรถไฟใต้ดินของนิวยอร์กในปี1980  โดยพี่น้องวัยรุ่นทั้งสามคนได้พบกันโดยบังเอิญ และเมื่ออายุ 19 ปีทั้งสามได้กลายเป็นครอบครัวที่พวกเขาไม่เคยมีโอกาสเป็นมาก่อน
นั่นเป็นจุดสิ้นสุดของเรื่องราวในเวอร์ชั่นดิสนีย์ แต่ในช่วงทศวรรษที่ 1990 เมื่อพี่น้องอายุได้ 30 ต้น ๆ รอยแตกแยกเริ่มก่อตัวขึ้นในความสัมพันธ์ของพวกเขาและคุณสมบัติที่พวกเขาแบ่งปันกันนั้นพิสูจน์ได้ว่าส่วนใหญ่เป็นเพียงผิวเผินเท่านั้น 
 
  
Desperately Seeking Susan (1985)
ภาพยนตร์เกี่ยวกับการเดินทางสู่มิตรภาพระหว่างผู้หญิงสองคนที่ดูเหมือนตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง
Cr.https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_736148
Cr.https://lwlies.com/reviews/three-identical-strangers/
Cr.https://www.today.com/parents/three-identical-strangers-documentary-tells-triplets-amazing-tale-t133040
Cr.https://www.npr.org/2007/10/25/15629096/identical-strangers-explore-nature-vs-nurture
Cr.https://www.npr.org/2018/06/30/624715596/separated-triplets-offer-a-glimpse-into-the-wild-west-of-psychology
Cr.https://ex-press.com/2018/07/10/tim-wardles-life-changed-at-the-hands-of-three-identical-strangers/โดย Katherine Monk
Cr.https://www.forbes.com/sites/davidalm/2019/01/09/make-no-mistake-theres-nothing-cute-about-three-identical-strangers/?sh=341ac6234622

(ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลทั้งหมดและขออนุญาตนำมา)

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่