มีแผนจะซื้อรถใหม่จะรอเป็นรถไฟฟ้าที่สมบรูณ์เลยดีไหม?.

กระทู้คำถาม
เห็นว่าวันนี้ว่าอังกฤษจะเลิกจำหน่ายขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันไม่ว่าเบนซิน,ดีเซล ในปี 2573 นี้! จะให้ผลิตขายแต่
รถไฟฟ้าทั้งหมด ก็เชื่อตามนั่นเพราะประเทศที่เจริญแบบยุโรปย่อมมีแผนงานค่อนข้างแน่นอน...ที่ว่ามีแผนจะซื้อ
ใหม่นั่นก็อยากให้มันเบ็ดเสร็จสำเร็จประสิทธิภาพอย่างชาร์ทแบตเตอร์รี่ทีวิ่งได้  500-600 กม.และอายุแบตก็คง
ยาวนานประมาณนี่!และที่สำคัญสถานีชาร์ทแบตก็น่าจะพอเพียงจะสะดวกสะบายเสมือนสถานีเติมน้ำมันแบบใน
ปัจจุบัน และสำคัญสุดราคารถก็น่าจะให้ใก้ลเคียงกับราคารถใช้น้ำมัน ไม่ทราบพอจะเป็นไปได้ไหม?.

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ที่นี่ประเทศไทย

สั้นๆแค่นี้แหละครับ
ความคิดเห็นที่ 14
มีแผนจะซื้อรถใหม่  จะรอเป็นรถไฟฟ้าที่สมบรูณ์เลยดีไหม?.  ที่ว่ามีแผนจะซื้อใหม่นั่นก็อยากให้มันเบ็ดเสร็จสำเร็จประสิทธิภาพอย่างชาร์ทแบตเตอร์รี่ทีวิ่งได้  500-600 กม.  และอายุแบตก็คงยาวนานประมาณนี่  !และที่สำคัญสถานีชาร์ทแบตก็น่าจะพอเพียงจะสะดวกสะบายเสมือนสถานีเติมน้ำมันแบบในปัจจุบัน  และสำคัญสุดราคารถก็น่าจะให้ใก้ลเคียงกับราคารถใช้น้ำมัน ไม่ทราบพอจะเป็นไปได้ไหม?.

ขอวิเคราะห์ให้ท่าน จขกท.  ดังนี้ครับ

ชาร์ทแบตเตอร์รี่ทีวิ่งได้  500-600 กม
ประเด็นนี้  ผมคิดว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่ และ มอเตอร์ในปัจจุบัน
ถือว่ายังไม่มีการพัฒนาแบบ "ก้าวกระโดด" ใด ๆ เลยครับ  
ทั้ง power density และ ราคาของแบตเตอรี่  น่าจะยังมีลักษณะเช่นเดิม
ไปอีกนานในหลักสิบปีเลยแหละครับ  นั่นก็หมายความว่าเราจะยังไม่เห็น
รถไฟฟ้ารุ่นกลาง ๆ ราคาจับต้องได้ที่มีแบตเตอรี่ที่วิ่งได้ไกล 500 - 600 กม. แน่นอนครับ
.... สรุปแล้ว  เรื่องนี้ยังไม่ควร "รอ" ครับ  เราต้องทำใจยอมรับว่า
รถไฟฟ้าระดับกลาง ๆ จะวิ่งได้ไม่เกิน 300 - 350 กม. ต่อ 1 ชาร์จเต็ม

การใช้รถใน 1 วัน  เราก็จะกลับบ้านทุกวันอยู่แล้ว  สามารถชาร์จที่บ้านได้
หรือหากไปเที่ยว  ตามเส้นทางท่องเที่ยวก็จะมีสถานีชาร์จอยู่แล้ว
จะมีสักกี่กรณีกันที่ต้องวิ่งยาว ๆ ระดับ 200 กม. โดยไม่ผ่านสถานีชาร์จเลย
ดังนั้น  ความต้องการรถที่วิ่งได้ถึง 500 กม.ต่อ 1 ชาร์จ  ผมว่ายังไม่จำเป็นนะครับ

และอายุแบตก็คงยาวนานประมาณนี่
เรื่องอายุของแบตเตอรี่  ผมว่าไม่น่าห่วงเท่าไหร่ครับ
เพราะเทคโนโลยี - คุณภาพ ของแบตเตอรี่นั้น  ดีมากพอสมควร
ท่านดูกราฟนี้นะครับ  นี่คือกราฟแสดงถึงคุณภาพของแบตรถยนต์ Tesla
ที่แม้ว่าจะใช้ไปแล้ว 200,000 กว่า กม.  แบตก็ยังคงคุณภาพในระดับ 93%
นั่นก็คือยังคงวิ่งไกลต่อ 1 ชาร์จใกล้เคียงวันแรกซื้อมาก ๆ   ซึ่งผมคิดว่า
คุณภาพแบตของผู้ผลิตชั้นนำรายอื่น เช่น  Nissan  Honda  Audi  Hyundai  
MG  BYD  KIA  ก็น่าจะทำได้ดีใกล้เคียงกราฟนี้


และที่สำคัญสถานีชาร์ทแบตก็น่าจะพอเพียงจะสะดวกสะบายเสมือนสถานีเติมน้ำมันแบบในปัจจุบัน
หากท่านดูแผนที่สถานีชาร์จนี้นะครับ  https://www.eaanywhere.com/maps
หรือดูใน App นี้  https://www.mea.or.th/minisite/meaev
จะเห็นว่ากรุงเทพนี่หายห่วง  มีเยอะมาก  ส่วนต่างจังหวัดก็กำลังสร้างอยู่
แต่บางเส้นทางก็ยังน้อยมาก ๆ  หากจะผ่านไปจะต้องวางแผนการชาร์จให้ดี ๆ เลย
เช่น  เส้นทางลงภาคใต้

และสำคัญสุดราคารถก็น่าจะให้ใก้ลเคียงกับราคารถใช้น้ำมัน
อันนี้แหละครับ .... ที่นี่ประเทศไทย  เก็บภาษีกันยิบย่อย  ยุ่บยั่บไปหมด
ตัวอย่างการบวกราคาของ Nissan LEAF  ที่แพงได้ขนาดนี้
https://www.grandprix.co.th/ภาษี-รถยนต์ไฟฟ้า-nissan-leaf/

จากภาพ  จะเห็นว่ามีการเก็บภาษีถึง 4 ตัว   ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่า
ปัจจุบันทางรัฐจะลดภาษีตัวใดลงบ้างแล้ว  ท่านใดทราบก็ช่วยบอกด้วยนะครับ

เท่าที่ผมทราบ  รัฐบาลได้อนุมัติลดภาษีสรรพสามิตลงแล้ว
อย่างแบรนด์ที่มีฐานการผลิตในไทย  เดิมภาษีสรรพสามิต 2%
รัฐได้ยกเว้นให้เป็น 0%   แต่...ยกเว้นให้แค่ 3 ปี
ซึ่งมันแทบไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไหร่เลย
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่