ค่าโอนที่ดินมรดกจะต้องจ่ายยังไง อยากโอนที่ดินมรดกต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง

สวัสดีครับวันนี้ผมจะชวนทุกคุณมาคุยถึงอีก 1 หัวข้อสำคัญมากๆเกี่ยวกับเรื่อง การโอนที่ดินมรดก ครับ ที่ดินแบบไหนที่เขาจะเรียกว่าเป็นที่ดินมรดกเคยสงสัยกันบ้างไหมครับและค่าใช้จ่ายเวลาเราไปโอนจะมีค่าใช้จ่ายตัวไหนที่เราจะต้องเตรียมความพร้อมและวางแผนจัดสรรการเงินไว้บ้างเดี๋ยววันนี้จะค่อยเล่าให้ทุกคนฟังกันนะครับ 

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ที่ดินมรดกคืออะไร 
ที่ดินที่เราจะเรียกได้ว่าเป็นที่ดินมรดกนะครับจะต้องเป็นที่ดินที่เจ้าของคนเก่าเสียชีวิตไปแล้ว  ซึ่งถ้าเสียชีวิตไปแล้วเนี่ยกรรมสิทธิ์ของที่ดินผืนนั้นหรืออสังหาริมทรัพย์นั้นนะเนี่ยก็จะตกทอดไปสู่ทายาทเป็นลำดับไหมครับ ดังนั้นการที่เราจะเรียกว่า ที่ดินผืนนั้นบ้านหลังนั้นเป็นมรดกหรือเปล่าข้อแรกเลยเนี่ยคือเจ้าของเดิมจะต้องเสียชีวิตไปแล้วนะครับถ้าเกิดว่ายังมีชีวิตอยู่แล้วโอนให้กันเนี่ยแบบนี้ไม่เรียกว่าการโอนมรดกให้กันนะครับ 

ใครมีสิทธิในมรดกบ้าง
ที่นี้มีคำถามตอบมาครับว่าถ้าเจ้าของเดิมเขาเสียชีวิตแล้วเนี่ยใครล่ะจะมีสิทธิ์ในมรดกบนที่ดินผืนนั้นกันบ้างนะครับ แน่นอนครับว่าจะต้องมีเกณฑ์การพิจารณาอยู่แล้วนะว่าลำดับทายาทของการได้รับมรดกต้องแตกต่างกันไปครับและผมขออนุญาตแบ่งเป็น 2 เกณฑ์หลักก่อนนะครับ 

ไม่ได้ทำพินัยกรรม
เจ้าของมรดกไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้สิทธิ์ในการได้รับมรดก จะดูตามทายาทที่มีสิทธิตามกฎหมายหรือทายาทโดยธรรมครับ แบ่งออกมาเป็นลำดับดังต่อไปนี้ครับ

1.ผู้สืบสันดาน(บุตร, หลาน, เหลน, ลื้อ) 
2.ภรรยาหรือสามี (ต้องได้จดทะเบียนสมรสกันเท่านั้น)
3.บิดาและมารดา 
4.พี่น้องร่วมสายเลือด ทั้งบิดาและมารดาเดียวกัน 
5.พี่น้องร่วมบิดา หรือ มารดาเดียวกัน 
6.ปู่ย่า ตายาย 
7.ลุง ป้า น้า อา

สิทธิในการรับมรดกก็จะคิดตามลำดับกันมาแบบนี้ครับ
สำหรับส่วนแบ่งมรดกของญาติโดยธรรมตามที่ผมบอกไปด้านบนนี้นะครับมีหลักอยู่ว่า

ญาติลำดับเดียวกัน จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน

หากคู่มรดกมีคู่สมรสและมีลูก คู่สมรสจะมีสิทธิเท่ากับลูกคนหนึ่ง

 แต่หากเจ้ามรดกไม่มีลูก แต่มีพ่อแม่หรือมีพี่น้องพ่อเดียวแม่เดียวกันและมีคู่สมรส คู่สมรสได้ครึ่งนึง อีกครึ่งหนึ่งแบ่งให้กับญาติ 

หากเจ้ามรดกไม่มีทายาทลำดับที่ 1,2,3,4 แต่มีทายาทลำดับที่ 5 คือพี่น้องพ่อเดียวกันหรือแม่เดียวกัน หรือลำดับที่ 6,7 คือปู่ย่าตายาย และลุง ป้า น้า อา คู่สมรสได้มรดก 2 ใน 3 ส่วน อีก 1 ใน 3 ส่วน ให้แก่ญาติไปแบ่งกัน ส่วนกรณีถ้าไม่มีทายาทซึ่งเป็นญาติ มรดกจะตกแก่คู่สมรสทั้งหมด

กรณีที่สองคือได้มีการทำพินัยกรรมไว้ 
ในกรณีนี้ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับมรดกจะเป็นไปตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมเลยครับไม่จำเป็นจะต้องเรียงลำดับตามลำดับด้านบนนะคับดังนั้นแล้ว  ต่อให้เราเป็นลูกหรือที่ภาษากฎหมายเขาเรียกว่าผู้สืบสันดานนะครับ แต่ถ้าในพินัยกรรมไม่ได้ระบุให้เราเป็นผู้รับมรดกเราก็อาจจะไม่ได้รับมรดกได้นะครับตรงนี้ต้องแล้วแต่ตามพินัยกรรมเขียนไว้เลยนะครับ

ดังนั้นแล้วคงเข้าใจกันแล้วใช่ไหมครับว่าลำดับทายาทที่จะมีสิทธิ์ได้รับมรดกเนี่ยก็จะตามลำดับขั้นที่ผมจะพูดกันไปหรือไม่ก็เป็นไปตามที่พินัยกรรมได้กำหนดไว้เลยนะครับ  มาถึงคำถามต่อมาแล้วครับว่าถ้าเราอยากจะโอนที่ดินที่เป็นที่ดินมรดกหลังจากเจ้าของมรดกคนเก่าเสียชีวิตไปแล้วเนี่ยจะมีค่าใช้จ่ายอะไรเกิดขึ้นบ้างครับ 

กระบวนการโอนที่ดินหรือบ้านตรงนี้นะครับก็จะเหมือนกับกระบวนการโอนตามปกตินะครับคือเราต้องไปทำที่กรมที่ดินครับ แต่ที่จะแตกต่างกันก็คือเรื่องค่าใช้จ่ายในการโอนครับ

ถ้าเป็นทรัพย์สินที่เรามีการซื้อขายกันตามปกติค่าโอนก็จะเป็นไปตามที่ผมเคยได้อธิบายไปในคลิปก่อนหน้านี้แล้วนะครับจะมี 5 ตัวหลักๆ 

1. ค่าธรรมเนียมการโอน 
2. ค่าจดจำนอง 
3. ค่าอากรแสตมป์ 
4. ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ
5.ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
สามารถย้อนกลับไปดูในคลิปได้ที่ 

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แต่ในกรณีที่เป็นการโอนที่ดินมรดกจะแตกต่างกันออกไปครับ ในกรณีที่เราโอนที่ดินมรดกจะเหลือค่าใช้จ่ายตัวใหญ่ๆอยู่แค่ตัวเดียวเท่านั้นครับคือค่าธรรมเนียมการโอน ที่จะคิดอยู่ร้อยละ  จากราคาประเมินกรมที่ดินครับ 

แต่นะครับตรงนี้สำคัญมากๆถ้าเราเป็นบุตรตามกฎหมาย หรือที่ทางกฎหมายเขาจะเรียกว่าผู้สืบสันดานครับ คือถ้าเราเป็นลูกของผู้เสียชีวิตหรือเราเป็นคู่สมรส ค่าโอนจาก 2% จะเหลือแค่ 0.5% เท่านั้นเองครับซึ่งลดลงไปเยอะมากๆเลยนะครับ 

และนอกเหนือจากค่าโอนที่เป็นค่าใช้จ่ายหลักที่ผมได้พูดไปแล้วเนี่ยก็จะมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยอื่นๆอีกครับยกตัวอย่างเช่น 
ค่าคำขอ แปลงละ 5 บาท 
ค่าประกาศมรดก แปลงละ 10 บาท
 

เดี๋ยวผมขอเพิ่มเติมให้หน่อยละกันนะครับว่าสำหรับใครนะที่จะไปโอนมรดกกันที่กรมที่ดินเนี่ยจะต้องมีเอกสารอะไรที่จะต้องเตรียมตัวไปบ้างนะครับในส่วนนี้ผมนำข้อมูลมาจากเว็บไซต์ของกรมที่ดินนะครับ 

-  หรือหนังสือรับรองทำประโยชน์ 
บัตรประจำตัว 
ทะเบียนบ้าน 
หลักฐานการตายของเจ้ามรดก เช่น มรณบัตร พินัยกรรม (ถ้ามี) 
ถ้าผู้ขอ ขอรับมรดกในฐานะเป็นคู่สมรส ต้องมีหลักฐานการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย 
ถ้าผู้ขอรับมรดกเป็นบิดาเจ้ามรดก ต้องมีทะเบียนสมรสกับมารดาของเจ้ามรดกหรือหลักฐานการรับรองบุตร 
กรณีบุตรบุญธรรมเป็นผู้ขอรับมรดก ต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม 
ถ้ามีกรณีพิพาทเกี่ยวกับมรดก ต้องนำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือคำพิพากษาอันถึงที่สุดไปแสดง 
ถ้ามีผู้มีสิทธิรับมรดกร่วมกันหลายคน บางคนได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว ต้องมีหลักฐานการตายของทายาทนั้น ๆ

อีกตัวนึงนะครับตรงนี้อาจจะมีผลเฉพาะคนที่ได้รับมรดกมาเป็นที่ดินที่มีมูลค่าเยอะๆอาจจะต้องระวังเรื่องค่าใช้จ่ายอีก 1 ตัวนะครับค่าใช้จ่ายตัวนั้นคือ ภาษีมรดก ครับตรงนี้ในคลิปนี้ผมขออนุญาตยังไม่ลงดีเทลแล้วกันนะครับแต่ให้เข้าใจง่ายๆว่าภาษีมรดกจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมูลค่าของมรดกนั้นมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทครับ คิดจากราคาประเมินนะครับ  ในส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทจะเริ่มมีการคิดภาษีมรดกเข้ามาแล้วนะครับดังนั้นเอาเป็นว่าถ้ามูลค่าของมรดกที่เราได้รับมาไม่เกิน 100 ล้านในส่วนภาษีมรดกเรายังไม่ต้องไปกังวลนะครับเราไม่มีหน้าที่ต้องเสียครับเป็นประมาณนี้ 

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ดังนั้นมาสรุปอีกทีก่อนจากกันไปนะครับสำหรับเรื่องการโอนที่ดินมรดกนะครับเรื่องแรกต้องดูก่อนว่าเจ้าของมรดกได้ทำพินัยกรรมไว้หรือเปล่านะครับถ้าทำก็ไปดูว่าพินัยกรรมนั้นกำหนดให้ใครเป็นผู้มีสิทธิ์ในมรดกผืนนั้นนะครับก็ว่ากันไปตามพินัยกรรมส่วนที่ 2 ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้เนี่ยก็มาดูลำดับทายาทนะครับตามที่ผมได้พูดไปแล้วในช่วงต้นคิดนะว่าใครมีสิทธิ์เท่าไหร่นะฮะแบ่งกันไปจากนั้นก็ถึงกระบวนการโอนที่กรมที่ดินครับ  สำหรับที่ดินมรดกนะครับการโอนเนี่ยจะจ่ายเฉพาะค่าโอนตัวเดียวเท่านั้นนะครับที่เป็นค่าใช้จ่ายตัวใหญ่ๆหลักๆนะฮะซึ่งถ้าเราเป็นลูกหรือคู่สมรสเนี่ยค่าโอนก็จะเหลือแค่ 0.5 เปอร์เซ็นต์นะครับเป็นประมาณนี้เองนะคะสำหรับเรื่องการโอนที่ดินมรดกครับ

สามารถตืดตามคอนเทนท์ทั้งหมเที่ FB / Youtube : Guru Living

#มรดก #ที่ดินมรดก #โอนที่มรดก #โอนมรดก #ที่ดินมรดกโอน

แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  กฎหมายชาวบ้าน ที่ดิน พินัยกรรม กรมที่ดิน ภาษีมรดก
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่