ข่าวการค้นพบเอกสารโบราณอายุกว่า 800 ปีที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยเดอรัม ในอังกฤษโดยบังเอิญเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้รับความสนใจจากบรรดาสื่อมวลชน เพราะเป็นเอกสารหายากจากสมัยพระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษ ที่มีเหลือรอดมาถึงปัจจุบันเพียงไม่กี่ชิ้น นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างการค้นพบทางโบราณคดีที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ซึ่งบางครั้งได้กลายเป็นการค้นพบครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์โลก
Dr Benjamin Pohl อาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ยุคกลาง เป็นผู้ค้นพบเอกสารดังกล่าวระหว่างตรวจสอบเอกสารโบราณในหอจดหมายเหตุของมหาวิทยาลัย โดยเป็นหนังสือสัญญาทำการค้าระหว่างราชสำนักกับพ่อค้าในเมืองยอร์กเมื่อปี ค.ศ.1200 ซึ่งถือเป็นเอกสารที่ทรงคุณค่าทางประวัติ เพราะช่วยบอกเล่าถึงผู้คนและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น และเหล่านี่คือส่วนหนึ่งของความบังเอิญที่ยิ่งใหญ่
เครื่องปั้นดินเผาเก่าแก่
เมื่อปี 2018 ชายคนหนึ่งในมณฑลดาร์บิเชียร์ ของอังกฤษได้ค้นพบว่าภาชนะดินเผาที่เขาซื้อมาใช้ใส่แปรงสีฟันในราคา 4 ปอนด์ (ราว 170 บาท) จากตลาดนัดเปิดท้ายขายของนั้นมีความพิเศษอย่างมาก
จากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญปรากฏว่า ภาชนะดังกล่าวเป็นเครื่องปั้นดินเผาอายุเก่าแก่กว่า 4,000 ปีของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ ซึ่งถือเป็นอารยธรรมยุคแรก ๆ ของโลก ถือกำเนิดขึ้นบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุในประเทศอินเดียและปากีสถานในยุคสำริด เมื่อราว 2500 - 1900 ปีก่อนคริสตกาล
ชิ้นส่วนของเครื่องปั้นดินเผาทำจากดินเผาและตกแต่งด้วยรูปของสิ่งที่เชื่อว่าเป็นละมั่งหรือแอนทิโลป รูปแบบของชิ้นงานบ่งบอกว่ามาจากอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ อารยธรรมนี้อยู่ในประเทศปากีสถานและอินเดียในปัจจุบัน การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่ายังมีสิ่งของทางประวัติศาสตร์ให้พบในสถานที่ที่ไม่คาดคิดอีกมากมาย
คำประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกา
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่งในรัฐเพนซิลเวเนียของสหรัฐฯ เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน โดยเขาซื้อภาพวาดเก่าสีซีดภาพหนึ่งจากร้านขายของมือสองในราคา 4 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะชอบกรอบรูป
เมื่อเขาถอดกรอบรูปออกมาก็ต้องประหลาดใจที่พบว่า เบื้องหลังภาพวาดดังกล่าวมี "คำประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกา" (Declaration of Independence) ฉบับคัดลอกในปี 1820 ซึ่งเป็นแถลงการณ์ที่สหรัฐฯ เขียนขึ้นเพื่อประกาศอิสรภาพจากบริเตนใหญ่ เอกสารดังกล่าวถูกนำออกประมูลในปี 1991 และทำเงินสูงถึง 2,420,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 77.44 ล้านบาท) ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 135 ล้านบาทในยุคปัจจุบัน
คำประกาศอิสรภาพของประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกเขียนขึ้นที่เมืองฟิลาเดเฟีย (วอชิงตัน ดี.ซี. ในปัจจุบัน) ถูกเขียนขึ้นด้วยกัน 3 ฉบับ เป็นฉบับร่าง 2 ฉบับ และ ฉบับจริง 1 ฉบับซึ่งถูกเขียนในวันที่ 4 กรกฎาคม 1776 ซึ่งเป็นวันประกาศอิสรภาพ และเป็นวันชาติอเมริกาในปัจจุบัน โดยแบบร่าง 2 ฉบับแรกนั้นพิสูจน์แล้วว่าถูกเขียนลงบนกระดาษใยกัญชา แต่ฉบับจริงถูกเขียนลงบนหนังแกะด้วยหมึก Iron Gall มีเนื้อหาหลักคือ ประกาศให้รัฐอาณานิคมของสหราชอาณาจักรในทวีปอเมริกา 13 แห่ง แยกตัวเป็นรัฐอิสระไม่ขึ้นกับสหราชอาณาจักรอีกต่อไป
อุกกาบาต
ชายคนหนึ่งจากเมืองเอ็ดมอร์ ในรัฐมิชิแกน, สหรัฐฯ ตัดสินใจซื้อโรงนามือสองในมิชิแกนเมื่อปี 1988 โดยได้รับหินก้อนหนึ่งเป็นของที่ระลึกจากชาวไร่เจ้าของเดิมที่บอกว่าเป็นอุกกาบาต เขาไม่ได้สนใจและนำไปใช้ขัดประตูบ้านไม่ให้ปิดเองมานานกว่า 30 ปี ต่อมาในปี 2019 ชายคนนี้ก็เกิดสงสัยในคำพูดของเจ้าของโรงนานั้น เขาจึงส่งหินขัดประตูของเขาไปให้มหาวิทยาลัยมิชิแกนได้ตรวจสอบ และเขาต้องประหลาดใจเมื่อได้ทราบความจริงว่าก้อนหินนั้นเป็น อุกกาบาต จริง
จากการตรวจสอบของ ศ.โมนา ซีร์เบสคู ผู้เชี่ยวชาญแผนกธรณีวิทยา ของภาควิทยาศาสตร์บรรยากาศและโลก จากมหาวิทยาลัยเซ็นทรัลมิชิแกน ได้ยืนยันว่ามันเป็นหินจากนอกโลก ซึ่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของอุกกาบาตที่เคยตกลงมาในพื้นที่เมื่อปี 1930 ถือเป็นอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่สุดที่เธอเคยพบเห็นมา
โดยมีน้ำหนักร่วม 10 กก. และเป็นวัตถุหายากที่มีมูลค่าถึง 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3.2 ล้านบาท) เนื่องจากอุกกาบาตที่พบมีความพิเศษเพราะมีองค์ประกอบเป็นเหล็ก 88% และนิเกิล 12% ในขณะที่อุกกาบาตส่วนใหญ่ที่พบมักมีส่วนประกอบเป็นเหล็กราว 90-95%
สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้
ในปี 1974 ชาวนาที่หมู่บ้านซีหยางในจีนกลุ่มหนึ่งกำลังขุดบ่อน้ำบาดาล ใกล้กับสุสานของฮ่องเต้ เมื่อพวกเขาขุดลึกลงไป ก็ได้พบกับเศษซากรูปปั้นทหารดินเผาที่ถูกฝังไว้เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน
โบราณสถานแห่งนี้คือสุสานของจักรพรรดิฉินสื่อหวงแห่งราชวงศ์ฉิน เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 246 - 208 ก่อนคริสตกาล ภายในสุสานใช้บรรจุพระบรมศพจักรพรรดิฉินสื่อหวง ทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ตลอดจนรูปปั้นดินเผากองทหาร และรถม้าจำนวนมาก เพื่อเป็นตัวแทนของข้าราชบริพารในการร่วมเดินทางไปยังปรโลกของจักรพรรดิฉินสื่อหวง
สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลกได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1987 ปัจจุบันรัฐบาลจีนขุดค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นกองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึก จำนวนกว่า 7,400 ชิ้น ภายในบริเวณหลุมสุสาน นับเป็นการค้นพบอันยิ่งใหญ่ของศตวรรษที่ 20
เป็นมหาสุสานอันใหญ่โตอลังการ มีพื้นที่ของสุสานมากกว่า 57 ตร.กม. (และอาจมีอาณาเขตมากกว่า 2 พัน ตร.กม.) ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 38 ปี
ทางการจีนได้ทำการขุดค้นสำรวจสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้อย่างเป็นระบบเรื่อยมา ซึ่งปัจจุบันได้ทำการขุดค้นเปิดกรุสุสานจิ๋นซีไปเพียงบางส่วนนั่นก็คือ ส่วนของสุสานทหารจิ๋นซี หรือ สุสานทหารดินเผา ขณะที่ส่วนที่เป็นที่ฝังพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้นั้น วันนี้ยังคงเก็บรักษาสภาพเดิมไว้ มีลักษณะเป็นเนินดินขนาดใหญ่คล้ายพีระมิด มีความสูงประมาณ 70 เมตร
วีนัส เดอ มิโล
รูปปั้นวีนัส เดอมิโล ประติมากรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรีกโบราณ ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 8 เมษายน ปี1820 โดยเกษตรกรที่มีชื่อว่า Yorgos Kentrotas
เขาได้พบชิ้นส่วนของรูปปั้นวีนัสบริเวณเกาะภูเขาไฟมิลอสขณะที่กำลังสกัดหินอ่อนไปใช้งาน ประติมากรรมชิ้นนี้ได้ถูกยกให้เป็นของขวัญแก่พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 แห่งฝรั่งเศส ก่อนจะถูกมอบให้กับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ต่อไป
แต่ก่อน วีนัส เดอมิโลได้ถูกขนานนามว่าเป็น " แอโฟรไดท์แห่งมิลอส " เป็นตัวแทนของเทพีแอมโฟรไดท์ ผู้ซึ่งเป็นเทพีกรีกโบราณแห่งความรัก เทพีแห่งความสุข และเทพีแห่งผู้ให้กำเนิด ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันกับเทพีวีนัสแห่งกรีก
เชื่อว่ารูปปั้นนี้ถูกปั้นโดย Alexandros of Antioch ประติมากรในยุคสมัยสมัยเฮลเลนิสต์ รูปปั้นมีส่วนที่ยังคงเป็นปริศนาอยู่ทุกวันนี้คือแขนที่หายไปทั้งสองข้าง มีการเล่าต่อกันมาว่าเดิมทีรูปปั้นนั้นเต็มไปด้วยเครื่องประดับมากมาย เช่น สร้อยข้อมือ, ต่างหู และผ้าคาดศีรษะ แต่สิ่งเหล่านี้ได้หายสาปสูญไปเป็นเวลานานแล้ว
(ที่วีนัสแขนขาดตั้งแต่ขุดพบรูปปั้น สันนิษฐานว่า มือขวากำลังจับผ้านุ่งที่กำลังจะหลุด ส่วนมือซ้ายถีอแอปเปิ้ล แต่นักโบราณคดีไม่สามารถนำแขนที่หักมาต่อได้ จึงปล่อยให้รูปปั้นแขนขาดอยู่อย่างนั้น)
คฤหาสน์ชาวโรมัน
Luke Irwin ชายชาวอังกฤษพยายามขุดลงไปใต้สวนหลังบ้านของเขาใน Brixton Deverill ประเทศอังกฤษ เพื่อทำการวางสายไฟฟ้า แต่เขาพบซากของหนึ่งในคฤหาสน์ของชาวโรมันที่ใหญ่ที่สุดที่เคยสร้างบนเกาะอังกฤษ
นักโบราณคดีนำเศษกระเบื้องไปทดสอบพบว่ามันคือเศษกระเบื้องจากช่วงปีค.ศ. 175-220 หรือราวๆ 1,800 ปีก่อน หลังจากนั้นนักโบราณคดีก็มาขุดค้นอีกไปเรื่อยๆ 8 วันต่อมาก็พบทั้งโลงศพหินเด็ก หม้อ ไห เหรียญ และเครื่องประดับต่างๆ ฝังอยู่ใต้ดินนั้นเกือบทั้งหมด และยังมีซากของเปลือกหอยนางรมที่ถูกขนส่งมาไกลจากทะเลแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งของผู้คนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้
พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร
พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากรหรือหลวงพ่อทองคำวัดไตรมิตร ถูกพบเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๘ และถูกบันทึกจาก The Guinness Book of Records ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แต่เดิมพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากรนั้นเป็นปูนปั้นทั้งองค์ได้ประดิษฐานอยู่ ณ อุโบสถวัดโชตินารามหรือวัดพระยาไกรที่ในขณะนั้นเป็นวัดร้าง มีบริษัทเอกชนมาขอเช่าพื้นที่ทำให้ต้องอัญเชิญพระพุทธรูปไปประดิษฐานที่วัดไตรมิตรฯ และเกิดอุบัติเหตุขณะขนย้ายเข้าวิหารหลังใหม่ของวัด ทำให้เกิดรอยแตกที่พระอุระและเห็นรักที่ฉาบอยู่ด้านใน และเมื่อกระเทาะปูนกับลอกรักออกก็พบว่าด้านในนั้นเป็นพระพุทธรูปเนื้อทองคำ และด้านใต้ยังประกอบด้วยกุญแจกลสำหรับถอดองค์พระเป็นส่วนๆ ได้ 9 ส่วน
ต่อมาในปี ๒๕๐๐ ยังพบพระพุทธรูปทองคำ ๒ องค์ หน้าตักกว้าง ๓ ศอก ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา ฉาบปูนปิดทับไว้เหมือนกัน องค์หนึ่งมีสีทองอร่ามใส อีกองค์สีค่อนข้างไปทางนาก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยตอนปลายกรุงสุโขทัย
(ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลทั้งหมดและขออนุญาตนำมา)
การค้นพบทางโบราณคดีโดยความบังเอิญที่ยิ่งใหญ่
จากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญปรากฏว่า ภาชนะดังกล่าวเป็นเครื่องปั้นดินเผาอายุเก่าแก่กว่า 4,000 ปีของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ ซึ่งถือเป็นอารยธรรมยุคแรก ๆ ของโลก ถือกำเนิดขึ้นบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุในประเทศอินเดียและปากีสถานในยุคสำริด เมื่อราว 2500 - 1900 ปีก่อนคริสตกาล
เมื่อเขาถอดกรอบรูปออกมาก็ต้องประหลาดใจที่พบว่า เบื้องหลังภาพวาดดังกล่าวมี "คำประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกา" (Declaration of Independence) ฉบับคัดลอกในปี 1820 ซึ่งเป็นแถลงการณ์ที่สหรัฐฯ เขียนขึ้นเพื่อประกาศอิสรภาพจากบริเตนใหญ่ เอกสารดังกล่าวถูกนำออกประมูลในปี 1991 และทำเงินสูงถึง 2,420,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 77.44 ล้านบาท) ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 135 ล้านบาทในยุคปัจจุบัน
โบราณสถานแห่งนี้คือสุสานของจักรพรรดิฉินสื่อหวงแห่งราชวงศ์ฉิน เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 246 - 208 ก่อนคริสตกาล ภายในสุสานใช้บรรจุพระบรมศพจักรพรรดิฉินสื่อหวง ทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ตลอดจนรูปปั้นดินเผากองทหาร และรถม้าจำนวนมาก เพื่อเป็นตัวแทนของข้าราชบริพารในการร่วมเดินทางไปยังปรโลกของจักรพรรดิฉินสื่อหวง