[CR] [CR] รีวิวการเดินทางชลบุรี-เลย เพื่อพิชิตภูกระดึง 3วัน2คืน

"ภูกระดึงอีกนิดเดียวพี่"
 
ภูกระดึงเป็นสถานที่ที่ผมจดไว้ในลิส สถานที่ที่ต้องได้ไปในชีวิตนี้ แต่ผมก็ได้แต่คิดอยู่กับมันมานานมากแล้ว จนผมได้เจอคนๆหนึ่งที่ปลุกให้ผมมีไฟในการท่องเที่ยวอีกครั้ง เราคุยกันว่าจะไปที่นี้ด้วย แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นเราก็ต่างลาจากเเยกย้ายจากความสัมพันธ์กันไป แต่เชื้อไฟที่เธอเติมให้ผมยังอยู่  ดราม่าซะงั้น555  เวลาผ่านไป2-3วันผมเบื่อก็เลยชวนเพื่อนคนหนึ่งไปนั้งคุยนั้งเล่นที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งเป็นร้านกาแฟที่มีสไตล์การตกแต่งร้านแบบแคมปิ้ง ระหว่างที่เรานั้งเล่นนั้งคุยกันผมก็เล่าเรื่องที่ผมได้เล่าไปข้างต้นให้เพื่อนฟัง และเพื่อนผมก็สนใจที่จะร่วมทริปไปภูกระดึงเหมือนกันผมก็เลยตัดสินใจว่าจะไปภูกระดึงกันในวันที่20 ตุลาคม เรามีเวลาวางแผนการเดินทางเพียง1อาทิตย์ โดยแผนการเดินทางทั้งหมดเพื่อนให้ผมเป็นคิด โดยแผนที่ผมวางไว้ก็คือ เราจะนั่งรถบัสจากชลบุรี-เลย ระยะเวลาในการท่องเที่ยว 3วัน2คืน 
 
 
20/10/63
เวลา 17.00น เริ่มเดินทาง
การเดินทางจากชลบุรีไปจังหวัดเลย ผมเลือกที่จะนั้งรถบัสของนครชัยขนส่ง เพราะเป็นรสบัสที่สามารถนั้งจากชลบุรีไปจนถึงภูกระดึงได้เลยโดยไม่ต้องต่อรถ ราคาค่าโดยสาร 918บาท 
(ตั๋วไป-กลับ) จุดเริ่มต้นของการเดินทางคือมหาวิทยาลัยบูรพา ผมนัดกับเพื่อนที่หนองมน เพื่อจะนั้งรถแดงไปลง เฉลิมไทยแล้วก็ต่อรถเข้าบขส.
ค่ารถแดง20แล้วก็นั้งรถตู้จากเฉลิมไทยไปลงหน้าปากซอยบขส.อีก20และก็ต่อวินมอไซต์อีก20บาทเพื่อเข้าไปในตัวบขส.
 
รอเวลาขึ้นรถกันครับบบ
19.00 รถบัสขเบขส.พอดีเตรียมตัวออกเดินทางครับบบ
รถที่ผมไปเป็นรสบัส 2ชั้น ผมได้นั้งชั้น2 ที่นั้งสบายมาก หลังจากขึ้นรถ2-3ชม.ผมก็หลับยาวๆเลย
 
เวลาตี4กว่ารถก็มาส่งผมที่หน้าร้านเจ๊กิม จังหวัดเลย ร้านเจ๊กินเปรียบเสมือนท่าลงรถของคนที่มาภูกระดึง ร้านเจ๊กิมเป็นร้านอาหาร ร้านของฝาก 
แวะข้าวกันสักหน่อย

หลังจากนั้นผมต้องนั้งรถแดงเพื่อเข้าไปในอุทยาน อัตราค่าโดยสาร อยู่ที่เที่ยวละ300บาท แต่ตอนนั้นมีผมเพื่อนและนักท่องเที่ยวคนอื่นอีก3คน รวมเป็น5คน เราตัดสินใจที่จะไปที่อุทยานเลย ค่ารถก็เลยตกอยู่ที่คนละ50บาท ระหว่างทางก่อนจะถึงอุทยานผมก็ได้เพื่อนใหม่บนรถแดง  เขามากับเพื่อน2คนเหมือนกับพวกผม แต่อีกคนหนึ่งเคยมาแล้ว เขาก็ได้เล่าว่าเราควรจะทำอะไรควรไปเที่ยวตรงไหนกันบ้าง 
ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง15นาทีเราก็จะมาถึงที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงกันแล้ว ก่อนเข้าอุทยานก็จะมีด่านเก็บค่าเข้าอุทยานคนละ40บาท
อย่างแรกเลยที่เราทำเมื่อถึงคือถ่ายรูป555555
หลังจากนั้นก็มาจองเรื่องที่พัก (ปกติควรจะจองที่พักมาก่อน ถ้าเป็นช่วงไฮซีซั่นอาจจะไม่มีที่พักก็เป็นได้5555)
อัตราค่าบริการดังนี้
นำเต็นท์ขึ้นไปเองมีค่าบำรุงสถานที่คนละ 30 บาท/คืน ถ้าเช่าเต็นท์ของอุทยานราคา 200 บาท นอนได้ 2 คน และราคา 250 บาท นอนได้ 3 คน ค่าเช่าหมอน 10 บาท ผ้ารองนอน 20 บาท ถุงนอน 30 บาท ครับ   

หลังจากเคลียเรื่องที่พักเสร็จผมกับเพื่อนเพื่อนก็ต้องไปซื้อรองเท้าสตั๊ดดอย ราคา 80 เป็นรองเท้าที่ช่วยให้เราเดินขึ้นเขาได้ง่ายขึ้น เพราะพื้นรองเท้าเป็นปุ่มสามารถเกาะพื้นดินได้ดีกว่ารองเท้าที่พวกผมใส่มา (ผมไปช่วงหน้าฝนพอดีพื้นดินเลยเละมากรองเท้าที่พวกเราใส่ไปคงปีนขึ้นเขาไม่ได้แน่ๆ) หลังจากเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว ก็ลุย ขึ้นเขากันเลย ลืมๆสำหรับใครที่แบกกระเป๋ามาหนักแล้วกลัวจะแบกไม่ไหวทางอุทยานมีบริการจ้างลูกหาบครับ ค่าบริการคิดน้ำจำนวนน้ำหนักของกระเป๋า กิโลกรัมละ30บาทครับ
ระยะทางในการเดินขึ้นเขาประมาณ5กิโล
เริ่มกันเลยย บรรยากาศ2ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้และไอหมอกจางๆ อากาศเย็นๆ เป็นบรรยากาศที่ดีมาก และแล้วก็ถึงจุดพักจุดแรกแล้วครับ ซำแฮก ในการเดินขึ้นภูกระดึงไม่ต้องเตรียมอะไรมามากครับ เตรียมแค่เงินเยอะๆก็พอเพราะที่นี้มีจุดแวะพักเกือบจะตลอดเส้นทางเลยย
 
พักเติมพลังกันเต็มที่แล้ว ไปลุยกันต่อเลยย ด้วยสภาพอากาศที่ฝนพึ่งหยุดตกไปไม่กี่วันดินก็เลยสภาพเป็นแบบนี้ ทางเดินถือว่าโหดเอาเรื่องเหมือนกันครับ55555เดินขึ้นไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก ก็ถึงหลังแปร จุดเช็คอินยอดนิยม กับป้ายครั้งหนึ่งในชีวิตเราคือผู้พิชิตภูกรกะดึง กว่าจะถึงหลังแปรเส้นทางก็จัดได้ว่ายากพอสมควรเลยครับ ถึงแล้วก็นั้งพักสักแปป เพราะจะต้องเดินอีก3กิโลเพื่อไปที่พักของเราในคืนนี้
สภาพกระหว่างทางมาถึงหลังเเปร
                  
 หายเหนื่อยเเล้วก็ไปกันต่อครับ อีก เเค่ 3กิโล สู้ๆ
     
ถึงแล้วลานกางเต็นท์ของอุทยาน
 
เข้าไปคุยเรื่องที่พักกันครับ
หลังจากเคลียเรื่องที่พักและเก็บของเรียบร้อย ท้องก็เริ่มหิวไปหาอะไรกินกันดีกว่า
มีร้านค้าบริการมากมายหลายร้านให้เลือกเลย ทุกร้านยิ้มแย้มพร้อมที่ให้บริการ อาหารก็มีหลากหลานทั้งอาหารตามสั่งตลอดจน ชาบูหรือหมูกระทะก็มีนะ หลังกินข้าวเสร็จก็ได้เวลาอาบน้ำพักผ่อน เพื่อจะตื่นเช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ที่ผานกแอ่น
วันที่22 ตุลาคม เวลา 5.00น. เป็นเวลาที่ทุกคนจะมาร่วมอยู่หน้าเสาธงหน้าทางเข้าอุทยานเพื่อที่จะเดินทางไปดูพระอาทิตย์ขึ้น
ไปกันเลยย
   
 
ถึงแล้วแต่ไหนพระอาทิตย? 
 
วันนี้หมอกลงเยอะมากทำให้ไม่เห็นพระอาทิตย์ แต่ก็สวยไปอีกแบบเหมือนกัน หลังจากนั้นก็กลับไปที่พักอาบน้ำ กินข้าวเตรียมตัวออกไปเดินเก็บน้ำตกและผาต่างๆ เราเริ่มออกเดินทางจากที่พักเวลา 9โมง แพลนของวันนี้ของเราจะเดินเก็บน้ำตกให้ครบแล้วก็ไปหาข้าวกินที่ผาเหยียบเมฆ พักผ่อน ถ่ายรูปจนหายเหนื่อย พอตกเย็นก็จะเดินไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก
บรรยากาศระหว่างทางที่ผมเดินไปดูน้ำตกต่างๆ     

บรรยากาศเย็นสบาย ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้เห็นวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติที่ห้อมล้อมเราอยู่ รู้สึกว่าตัวเองเล็กจ้อย หลังจากเก็บน้ำตกจนครบแล้ว เราก็เดินทางไปยังสระอโนดาต เพื่อไปนักพักเอาเท้าจุ่มน้ำเย็นๆคล้ายความเหนื่อยเมื่อยล้ากันสักหน่อย พอหายเหนื่อยก็เดินทางกันต่อไปที่ผาเหยียบเมฆ 
 
ระยะทางจากสระอโนดาตประมาณ2กิโล เเต่ทำไม่รู้สึกไกลกว่านั้นก็ไม่รู้555555
 
ถึงแล้วเหนื่อยขอหาอะไรกินก่อนนะครับ(หิวมากลืมถ่ายรูป555)
กินเสร็จแล้วก็ต้องไปชมวิวริมผาสักหน่อย 

   
โห่ เห็นวิวกว้างมากเลยยย ผมนั้งมองความยิ่งใหญ่ของภาพตรงหน้าสักพัก นานๆจะได้มีความสงบเช่นนี้ 
15.00น.เริ่มเดินทางต่อเพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ระยะทางตามป้ายบอกมาว่าระยะทางประมาณ4-5กิโล ประกอบกับวันนี้พระอาทิตย์จะตกเร็ว ตกประมาฯ 5โมง40 เลยจำเป็นต้องรีบเดินให้ถึง ระหว่างทางเดินไปผาหล่มสักก็เจอนักท่องเที่ยวเดินสวนกันบ้างประปรายก็ผมก็สอบถามพวกเขาตลอดทางที่เจอว่าอีกไกลไหมครับ ทุกคนต่างบอกผมว่า “อีกนิดเดียวพี่”   ซึ่งเป็นคำที่ผมได้ยินมาตลอด2วันนี้ตั้งแต่ขึ้นภูกระดึง 5555(ในเลข5มีน้ำตาซ่อนอยู่) แต่ทำไรไม่ได้ก็ต้องไปจนถึง
         ระหว่างทางก็แวะพักถ่ายรูปกันบ้างจนสุดท้ายก็มาถึงผาหล่มสักเวลา16.30น.มาไว้เหนื่อยๆที่นี้ก็มีร้านอาหารไว้ค่อยต้อนรับนะครับ ด้วยความกระกายที่เดินทางมาไกล ผมก็เลยไปซื้อน้ำมาดื่ม น้าคนขายน้ำก็สอบถามพวกเราว่ามายัง มาดูอาทิตย์ตกหรอ ผมตอบว่าใช่ครับผมมารอดูพระอาทิตย์ตก น้าคนนั้นก็พูดกับผมว่า เขาอยู่ที่นี้ตั้งแต่วันที่1ตุลาจนถึงตอนนี้22ตุลาคมฟ้ายังไม่เปิดเลยสักวัน ไม่เห็นหรอก ผมกับเพื่อนที่เดินทางมาไกลมองหน้ากันแล้วก็เศร้าใจ5555 แต่ไหนๆก็มาแล้วไปถ่ายรูปเช็คอินกันหน่อย

เดินเข้าไปถึงผาหล่มสักบรรยากาศฟ้าปิดหมอกเลยคลืบคลานลัหนาขึ้นเลยผมก็เชื่อแล้วว่าวันนี้อาจไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกเลยตัดสินใจถ่ายรูปแล้วก็รีบเดินกลับจะได้ถึงที่พักไม่มืด ระหว่างทางเดินกลับออกมาจากผาหล่มสักไม่ถึง3กิโลพวกผมได้มองย้อนกลับไปแล้วเห็นภาพนี้   
 
 
 
ฟ้าเปิด ท้องฟ้าสีส้ม โห่ถ้าไม่เชื่อคำพูดของน้าที่ร้านแล้วรออีกสักหน่อยคงได้ฟินกับบรรยากาศพระอาทิตย์ตกแน่ๆ จะย้อนกลับไปก็กลัวไปไม่ทันบวกกับแรงขาที่อ่อนล้าเต็มที่ เลยตัดสินใจเดินกลับที่พักเลยดีกว่า กว่าจะถึงที่พักกว่ามืดแล้ว วันสุดท้ายก่อนลงก็ต้องกินหมูกระทะเติมพลังหน่อย
 
เอ้าชนหมูๆ
 
สรุปการเดินครั้งนี้มีระยะทางไป-กลับกว่า30กิโล เป็นการเดินทางที่ไกลที่สุดในชีวิตผมแล้ว ระยะเวลาเดินทางมากกว่า11ชั่วโมง เหนื่อยมากๆ พอกินข้าวอาบน้ำเสร็จก็รีบเข้านอนเลยตื่นเช้ามาผมก็เก็บของเตรียมตัวที่จะกลับ
เป็นทริปที่เหนื่อย ท้อกับการเดินมาก แต่ก็ภูมิใจในตัวเองที่สามารถผ่านมันมาได้ มันเหมือนการปลดล็อคอะไรบ้างอย่างในตัวผม แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้านะครับ เดี๋ยวจะกลับมารีวิวที่อื่นๆให้ฟังนะครับ55555
ชื่อสินค้า:   อุทยานเเห่งชาติภูกระดึง
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  เดินป่า เที่ยวภูเขา ภูกระดึง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่