แฟรนไชส์ภาพยนตร์ชุด Fast & Furious นั้นใช้เวลาเป็น 10 ปี วิวัฒนาการจากการแข่งรถข้างถนนของคนกลุ่มหนึ่ง จนกลายเป็นหนังรวมพลยอดมนุษย์ผู้ใช้รถต่างอาวุธเพื่อพิทักษ์โลกาในช่วงหลัง ฉากผาดโผนจึงเพิ่มดีกรีความเวอร์วังขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต้องสงสัย
ซึ่งจะให้มันทำได้ในชีวิตจริงกันก็คงเกินไป แต่! ถ้าเอาแค่ความถูกต้องตรงตามหลักฟิสิกส์, ตัวแปรทุกอย่างพอดิบพอดีตามที่เห็นในหนัง, ไดแอนดรา เลสลี่ เพเลคกี้ (Diandra Leslie-Pelecky) นักฟิสิกส์ชาวต่างประเทศระบุว่า คะแนนความสมจริงทางทฤษฎีบางฉาก ถึงขั้น 10 เต็ม 10
ไดแอนดรา อภิปรายเกี่ยวกับ 11 ฉาก ที่คนดูแฟรนไชส์ Fast ทุกภาคครบ คงจำได้ดี ในคลิปยูทูปความยาวเกือบ 20 นาที ของทาง Insider ด้านล่าง (ภาษาอังกฤษจ้า)
เห็นว่าน่าสนใจดี เลยขอยกเฉพาะบางอัน มาบอกกล่าวเล่าสู่เพียงเล็กน้อย (ตามความเข้าใจจากการดูในคลิป) นะครับ ถ้าอุตส่าห์มีใครสนใจเพิ่มเติมก็ดูวิดีโอเขาเถอะ (หรือจะลองถามมาก็ได้นะ อาจตอบแบบงูๆ ปลาๆ ให้)
พุ่งรถตกจากหน้าผาสูงชัน แล้วโดดหนีออกมาก่อนดิ่งสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง (ภาค 5, คะแนน 2/10)
การตกจากที่สูงลงน้ำด้านล่าง เป็นวิธีรอดตายมาตรฐานของเรื่องแต่ง, แต่นักฟิสิกส์หญิงชี้ชัดเลยว่า โอกาสรอดของดอมกับไบรอันโคตรน้อย เพราะความสูงกับความเร็วระดับที่พอประเมินได้จากการสังเกตในภาพยนตร์ จะส่งผลให้แรงกระแทกตอนโดนผิววารีหนักหนาสาหัสเกินต้านทาน
ในชีวิตจริงคนโดดจากที่สูงแบบสะพานโกลเด้นเกต (ซึ่งน่าจะเตี้ยกว่าสะพานในหนังมาก) ยังมีโอกาสรอดตายแค่ 5% เท่านั้น
ดอมเหินฟ้า เหวี่ยงตัวไปรับเล็ตตี้ที่กระเด็นออกจากรถถัง (ภาค 6, คะแนน 3/10)
การปะทะกับรถถังด้วยรถยนต์ของพลซิ่งกู้โลก จบด้วยความพ่ายแพ้ของรถถัง กับเล็ตตี้ซึ่งกำลังจะกระเด็นตกลงไปตายด้านล่างสะพาน
ดอมจึงทะยานไปรับตัวเธอกลางอากาศ ก่อนพุ่งไปเจอรถใครไม่รู้จอดอยู่ เป็นเบาะกันกระแทกพอดี
ทั้งมุม, ความเร็วกับโมเมนตัมที่น่าจะเป็นในฉากนี้ แสดงว่าการพุ่งไปรับเล็ตตี้นี่ทำได้ (ความจริงต้องผ่านการคำนวณมหาศาล แต่ก็เหมือนนักกีฬาเบสบอลซึ่งขว้างลูกไซด์โค้งอะไรพวกนั้น ที่ใช้ 'สัญชาตญาณ' ได้อยู่)
แต่ปัญหาหลักคือ ถ้าพิจารณามวลของทั้งคู่ (คะเนจากน้ำหนักของสองคนรวมกัน) ต่อให้โชคดีมีรถเป็นเบาะรอง ดอมกับเล็ตตี้ที่ตัวเปล่าไร้เครื่องป้องกันใดๆ ก็ไม่ควรอยู่ปลอดภัยครบ 32 และเผลอๆ ต้องมีอวัยวะไหนแหลกบ้าง เป็นอย่างน้อย (แค่ศรัทธาไม่พอพาให้รอดเฟ้ย)
ขับซูเปอร์คาร์ โจนข้ามตึกระฟ้าสองชั้นซ้อน (ภาค 7, คะแนน 8/10)
ซูเปอร์คาร์ที่มีไม่กี่คันในโลก อัตราเร่งกับแรงม้าโหดจนดูเหมือนความเร็วไม่น่าใช่ปัญหา แต่จากการคำนวณคร่าวๆ ของไดแอนดรา ยังไง๊ยังไงระยะทางที่จะใช้เพื่อให้ได้ความเร็วที่ต้องการ มันก็ไม่น่าพอ...
ในหนังให้ดอมขับรถวนในตึกหลายๆ รอบ เพื่อทำความเร็วก่อนโดดข้าม แต่ไอ้การตีโค้งวนไปมาบนพื้นซึ่งไม่ใช่ถนนลาดยาง มันอาจเร่งความเร็วไม่ออกอยู่ดี
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่มีข้อมูลให้ใช้อ้างอิงและพิจารณาแบบฟันธง เพราะแทบไม่มีใครทดสอบการขับรถเร็วๆ บนพื้นตึกกัน ฉะนั้นจึงสมควรยกประโยชน์ให้จำเลยไป
ส่วนกระจกตึกระฟ้าที่หนาพิเศษนั้น ถ้าดูแรงที่เกิดจากมวลกับความเร็วของรถซึ่งใช้ข้ามตึก ก็สมควรแล้วที่จะทานไม่ไหวแล้วแตกกระจาย ราวกับแก้วเปราะๆ บอบบาง แบบในหนัง
วิ่งสวนทางรถที่กำลังไหลลงหน้าผา แล้วโดดไปหารถของเพื่อน ที่ดริฟท์สะบัดท้ายมารับ (ภาค 7, คะแนน 10/10)
การวิ่งไต่ขึ้นด้านบนของไบรอันจะทำให้เกิดแรงในทิศตรงข้าม ที่ช่วยผลักรถบัสให้ไหลลงด้านล่างไวขึ้นด้วย, ฉะนั้นจังหวะที่เพื่อนปาดท้ายรถมารับจากบนหน้าผาต้องไวพอและเป๊ะมาก แต่หากทำได้ไบรอันย่อมเกาะไหวและเกาะทัน เรียกว่ามันถูกต้องตามหลักฟิสิกส์แบบไร้ข้อกังขา สำหรับไดแอนดรา
หักหลบมิสไซล์ ให้มันพุ่งใส่เรือดำน้ำศัตรู แล้วถอดเข็มขัดนิรภัยในช่วงที่รถกระเด็นเพราะแรงระเบิด และกลิ้งหลบทั้งรถตัวเองทั้งเปลวเพลิงอย่างปลอดภัย (ภาค 8, คะแนน 10/10)
ถ้าจะมีปัญหาอะไรก็เรื่องขับรถผาดโผนบนน้ำแข็งไม่ได้ แต่เมื่อในหนังมีบอกไว้ว่ารถดัดแปลงพิเศษ ก็ต้องยกเอาประเด็นนี้ออกไป
ที่เหลือนั้นขอแค่คุณครอบครองทักษะระดับเทพประทาน เหมือนอย่างโดมินิค โทเรตโต้ การจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ย่อมเป็นไปได้จริง แบบอิงตามหลักฟิสิกส์
นักฟิสิกส์หญิงชี้ว่า บางฉากผาดโผนในแฟรนไชส์ Fast & Furious ถูกต้องตรงตามหลักฟิสิกส์