[CR] [Review] เที่ยวภูเก็ต-พังงา ตามโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน"


  " กินหรู อยู่สบาย ไม่ออกทะเล!!! "

ตามสโลแกนเลยค่ะ (กินหรู) จริงๆ ไม่เชิงหรูหรอกค่ะ แต่กินดีแทบทุกมื้อ ทริปนี้เกิดจากเราอยากใช้สิทธิโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" (ซึ่งเราจะสรุปราคาคร่าวๆ ไว้ท้ายโพสต์น๊า) โดยเราเลือกจะไปเสม็ดนางชีเพราะเห็นในรูปแล้วสวยมาก ประกอบกับจขก.ยังไม่เคยไปพังงาเลยค่ะ ซึ่งช่วงที่ไปนั้นเป็นช่วงมรสุมจ้า ( 25-28 กันยายน 2563) ที่เลือกไปช่วงนี้ก็เพราะเป็นช่วงที่ได้โปรตั๋วเครื่องบินถูกมากนั่นเอง ^^  แถมยังได้คืนค่าตั๋วอีก 40% เลิศค่ะ ว่าแต่ไปภาคใต้ช่วงมรสุม ออกเกาะก็ไม่ได้  ไม่ลงทะเลด้วย จะเที่ยวอะไรได้บ้าง ไปตามดูกันเลยค่า

วันที่ 1:  ขอบอกก่อนว่าทริปนี้เราไปทั้งหมด  5 คนค่ะ การเดินทางส่วนใหญ่จะเป็นการขับรถเที่ยว ซึ่งเราลงเครื่องที่สนามบินภูเก็ต(เพราะพังงาไม่มีสนามบินนะจ๊ะ) ถึงประมาณ 10.30 น. หลังจากทำการรับรถที่เช่าไว้เรียบร้อยแล้ว ตามแพลนนั้นเราจะไปหาดไม้ขาวที่แรกเพื่อถ่ายรูปกับเครื่องบินในระยะใกล้ชิดซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของภูเก็ตเลยค่ะ แต่! อย่างที่บอก ไปช่วงหน้ามรสุม นอกจากเกาะส่วนใหญ่ยังไม่เปิด เราก็ยังจะอดถ่ายรูปกับเครื่องบินที่หาดไม้ขาวอีกด้วย เพราะลมเปลี่ยนทิศทางทำให้เครื่องบินต้องบินต้องลงจอดฝั่งตัวเมืองแทนฝั่งชายหาดค่ะ (เสียจายTT)   ไม่เป็นไรค่ะ ไว้ครั้งหน้าละกันเนอะ และสถานที่แรกที่เราจะไปนั่นก็คือ...

"วัดฉลอง หรือวัดไชยธาราม" ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีชื่อเสียงของภูเก็ต และก็ตามระเบียบค่ะเข้าวัด แวะไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทางของเราก่อนกันค่ะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นฤกษ์งามยามดีในการเริ่มต้นของทริปนี้ เพราะท้องฟ้าสว่างสดใสสวยงามมาก ที่สำคัญไม่มีฝนด้วย ดีจัง ^^

อิ่มอก อิ่มใจ อิ่มบุญกันแล้ว ก็ถึงเวลาไปหาอะไรให้อิ่มท้องกัน  มาภูเก็ตครั้งที่แล้วก็ไม่เคยลองกินสักที มารอบนี้เลยเราเลยเลือกไปร้านที่เขาว่ากันว่าอร่อย ร้านดังในตำนานของภูเก็ต นั่นก็คือ "ร้านหมอมูดง" ซึ่งถือได้ว่าไม่ทำให้ผิดหวังในเรื่องรสชาติเลย อาหารที่สั่งมาทำได้เข้มข้น จัดจ้านพอตัว แกงคั่วหอยขมน้ำแกงเจ้มจ้นมาก อร่อย จ๊อปูก็เนื้อปูเน้นๆสมราคาเลย (60฿/ลูก) ปลายัดไส้แกงคือแปลก และดีมาก (ลืมถ่ายรูปแงๆ) สรุปโดยรวมร้านนี้คือให้คะแนน 8/10 ค่ะ (ขอหักในเรื่องของจานที่เล็กไปหน่อย อาจทำให้ดูราคาแรงไปนิด) 

ของคาวเสร็จ ก็ต้องหาของหวานล้างปากสักหน่อย สาย Cafe Hopping และชอบอ่านรีวิวในโซเชียลอย่างเรา ก็ไม่พลาดที่จะมาลองร้านนี้ "Ma Doo Bua Cafe"  จุดขายของร้านนี้อยู่ที่สระบัววิกตอเรีย เป็นพันธุ์บัวที่มีใบบัวขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่ขนาดที่ว่าคนสามารถเข้าไปยืนบนใบบัวได้เลยค่ะ ซึ่งทางร้านก็มีกิจกรรมให้ลค.ได้ไปลองยืนบนใบบัวได้ด้วยนะ แต่จขก.ไม่ได้ขึ้นค่า (เก๊าอ้วนง่ะ^^) นอกจากนี้ยังมีบริการนั่งบนเรือเพื่อถ่ายรูปมุมสูงลงมาโดยโดรนของทางร้าน ที่กล่าวมานี้มีค่าใช้จ่ายนะคะ ราคาก็แอบแรงเอาเรื่องค่ะ จขก.เลยขอแค่ถ่ายรูปริมสระพอ พร้อมกับสั่งเครื่องดื่มนิดหน่อย ในภาพจะเป็นชาไทยเฉาก๋วยออนท็อปด้วยวิปปิ้งครีม+ฝอยทองค่ะ ราคาก็ 100-150 ตามมาตรฐานของร้านคาเฟ่สวยๆ แต่รสชาติของชาเราว่ายังไม่เข้มข้นพอ โดยรวมออกไปทางหวาน ขอให้ 6/10  (เพราะผิดหวังกับรสชาติของเครื่องดื่มนิดหน่อย แต่ให้เพราะวิวถ่ายรูปสวยได้อยู่) 

ไปได้ไม่กี่ที่ทริปวันแรกก็จบลงแล้วค่ะ และคืนแรกเราเลือกพักที่ "ไม้ขาวปาล์มบีชรีสอร์ท" ที่เลือกที่นี่เพราะ 1.เข้าร่วมโครงการฯ(ได้ลดค่าห้อง)  2.เดินทางไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่เสม็ดนางชีขับรถใกล้สุด ประมาณ 50 นาที  และอีกอย่างราจะได้คูปองตามรายละเอียดโครงการฯหลังจากเราเช็คอินในแอพฯไว้ใช้จ่าย 1 ห้องได้ 600 บาท (สามารถใช้เป็นส่วนลด40%ของมื้ออาหารหรือสินค้าของร้านที่เข้าร่วมโครงการฯ) โดยคูปองจะถูกโอนเวลา 17.00น.เข้าแอพ "เป๋าตัง" ของวันเช็คอิน โดยเงินในคูปองมีอายุแค่ 24 ชม.(รายละเอียดลองไปหาอ่านดูนะคะ)  เนื่องจากในช่วง COVID-19 ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวภูเก็ตมากนัก จึงทำให้ที่นี่ดูร้างๆเงียบๆ ประกอบการตกแต่งเป็นแบบล้านนาด้วยล่ะ  แต่สภาพโดยรวมในห้องพักถือว่าสะอาดใช้ได้เลย สระน้ำของรร.เราไม่ได้ใช้เพราะมีหลายสระที่ไม่ได้ทำความสะอาด(คนน้อยเข้าใจได้) ซึ่งน้อยจริงๆเพราะเราไม่เจอคนอื่นเลย แอบหลอนนิดๆ ยิ่งเวลาตี 5 ที่เช็คเอ้าท์ออกจากห้องพักมาริมทางเดินหน้าห้องพักนี่ไม่มีไฟเลย มืดมากกก มีแค่แสงไฟจากภายในห้องพักที่ส่องออกมา นึกว่าฉากในหนังผีเลย แต่ด้วยความที่เรารีบๆเลยไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนัก แต่หากลองนึกย้อนกลับไปทีไรไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือรร.3-4 ดาว มันน่ากลัวจริงๆ (พิษโควิดอ่ะนะ) แต่เราว่าในช่วงปกติที่นี่น่าจะคึกคักอยู่น๊า ^^  โดยรวมขอให้ 7/10 (ขอหักในเรื่องความวังเวง เงียบ และมืดมาก) 

วันที่ 2 : ไปพังงาาาาาา กันจร้าา




อย่างที่บอก เราออกจากรร.ที่ภูเก็ตตอนตี 5 หวังจะมาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่เสม็ดนางชี แต่อย่างว่าแหละ  มาช่วงมรสุมไม่เจอฝนก็ดีเท่าไหร่แล้ว ซึ่งเราเลือกมาชมวิวเสม็ดนางชีที่ "เสม็ดนางชีบูทีค"  ที่นี่จะมีคาเฟ่อยู่ข้างบนสุดของที่พัก (เราไม่ได้พักน๊า เต็มไวมาก แต่ว่าสวยอยู่) คาเฟ่ของที่นี่จะเปิด 6 โมงเช้า (มีร้านอาหารด้วยนะเปิด 11.00 น.)  ซึ่งเรามาถึงเป็นกลุ่มแรก เรียกได้ว่ามาช่วยเขาเปิดร้านทีเดียว ^^  จุดชมวิวเสม็ดนางชีที่นี่สวยมากกก สวยสมกับเป็น Unseen Thailand เลยค่ะ ขนาดไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นยังสวยขนาดนี้ สวยขนาดที่ว่าเราเสียเวลากับที่นี่ 2 ชม.แน่ะ ^^  จะว่าไปมาเที่ยวในช่วงมรสุม+โควิด ก็ทำให้ที่นี่ดูเงียบสงบในตอนเช้ามาก(ไม่วังเวงนะ) ไม่ต้องแย่งถ่ายรูปกับใครเลย (แต่สายๆทัวร์เริ่มมาลงละ) ซึ่งที่นี่ก็เข้าร่วมโครงการฯด้วยนะ แต่เฉพาะร้านอาหารกับคาเฟ่ ที่พักไม่ร่วมจ้า และก็เป็นที่แรกที่เราใช้คูปองเลย ซึ่งคาเฟ่ก็มีเครื่องดื่มพวกกาแฟ ชา นม โกโก้ ประมาณนี้ และเค้กในตู้แช่ (เราไม่ได้สั่ง เช้าไปที่จะกินของหวาน^^) กาแฟที่นี่เรียกได้ว่ามีความหอมกาแฟอยู่น๊า ราคาเริ่มต้นก็ 70-90 ประมาณนี้ กาแฟหลักสิบวิวหลักล้าน อ้อ! ที่นี่เราต้องเสียค่ารถขึ้นมานะ ขับขึ้นมาไม่ได้จ้า (คนละ50฿) พอขึ้นมาแล้วจะรู้เลยทางชันโคตรๆเรียกได้ว่าชันมากที่สุดตั้งแต่ขึ้นดอยมาเลย ให้เขาเหอะ 50฿ เองถูกมากถ้าเทียบกับสกิลขับรถแบบนี้


ออกจากเสม็ดนางชีมุ่งหน้าไปหาอาหารหลักกันที่ ร้านนี้เลย "สามสีซีฟู๊ด" ร้านอาจดูบ้านๆแต่รสชาติไม่ธรรมดานะเออ แนะนำว่าห้ามพลาดเลยถ้ามาพังงา สุดจัดปลัดบอกเจรงๆ เป็นร้านอาหารซีฟู๊ดที่ราคาดีงามมากก วัตถุดิบคุณภาพดี รสชาติจัดจ้าน แซ่บ อร่อยสุดๆ แถมยังได้ส่วนลดจากโครงการฯด้วย หมดมื้อนี้จ่ายเองแค่ 600 กว่าบาท (ราคาปกติก็ไม่แพงนะ)  เมนูบอกต่อความอร่อยที่ต้องสั่งคือ "ปูนิ่มทอดกระเทียม" ปูสด อร่อย หอมกระเทียม ราคาไม่แพง ต้องสั่ง!! แต่ที่คาดไม่ถึงเลยคือส้มตำไทยไข่เค็ม แม่เจ้าา รสชาติดี๊ดี เปรี้ยวหวานลงตัว จัดจ้านสุดๆ สมใจคนอยากส้มตำแซ่บๆแบบไม่ร้าก็อร่อยนะเออ  เด็ด!! โดยรวมร้านนี้คือรสชาติดีทุกจาน จัดจ้านแซ่บในฉบับอาหารซีฟู๊ดที่ควรจะเป็น แน่นอนว่า 10/10  ไปเลยจ้าาา 

อิ่มท้องเสร็จ ได้เวลาเข้าที่พักแล้ววว >>>

ในส่วนของที่พักคืนที่ 2 นั่น เราเลือกพักที่  LA VELA KHAOLAK ซึ่งร่วมโครงการฯ ลด 40% แน่ะ  ดีงาม 10/10 ไปเลยจ้า 

ต้อนรับด้วย welcom Drink  เป็นน้ำบลูเลม่อน ออกไปทางเปรี้ยว หวานนิดๆ สดชื่นสุดๆ 

ที่รร.นี้ดีไซน์เขามาในรูปแบบทรง 3 เหลี่ยม แทบทุกที่ในรร.จะมีลักษณะเป็นทรงสามเหลี่ยมเลยก็ว่าได้ (รายละเอียดรีวิวโรงแรม ลองเสิร์ชดูได้เลยค่ะ มีคนลงเยอะมาก) ตั้งแต่มาเที่ยวเป็นวันที่ 2 ที่นี่คนน่าจะครึกครื้นสุดแล้ว แต่ใช่ว่าจะแออัดนะ เพราะที่นี่เขามีพื้นที่กว้างมาก

มุมมหาชนเขาล่ะ


ทางเดินลอดสระน้ำ เพื่อไปยังส่วนของชายหาด มุมมหาชนอีกแล้วจร้า

และนี่คือในส่วนของห้องพักเราคืนนี้กันนน เป็นห้อง Deluxe Room จร้า (ราคาน่าจะถูกสุดนะ) 



ในส่วนของริมระเบียงนั้น เป็นอ่างอาบน้ำชมวิวสวยๆ ค่ะ


ต่อมาเป็นจุดไฮไลท์ของโรงแรมนี้ นั่นก็คือสระว่ายน้ำค่า เป็นสระน้ำที่กว้างมาก มีหลายสระด้วย โดยสระทั้งหมดสร้างจากหินอ่อนสีขาว ทำให้ดู Luxury ขึ้นไปอีก ใครหุ่นดี อยากอวดหุ่นแซ่บๆ แนะนำให้เอาชุดว่ายน้ำมาใส่ถ่ายรูปอัพลงโซเชียลรัวๆไปเลยค่ะ รับรองเพื่อนๆอิจฉาแน่นอน (จขก.ขอบายค่ะ หุ่นสู้ไม่ไหว TT)

ภาพข้างบนนี้ คือเราต้องขึ้นไปชั้น3-4 ของตึกเพื่อถ่ายรูปมุมกดลงมา แต่ไม่ต้องกลัวอายค่ะ เราไม่ใช่ทุ่มเทเพียงคนเดียว เพราะเป็นมุมยอดฮิต แทบทุกคนจะต้องไม่พลาดที่จะถ่ายเก็บไว้ 

อ้อที่ LA VELA เขามีร้าน Tory's icecream ไว้บริการด้วยนะ เป็นร้านไอศครีมชื่อดังของภูเก็ต ที่มีคนต่อคิวเยอะมาก แต่ถ้ามาพักที่นี่ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวเลย ที่สำคัญสามารถใช้คูปองเป็นส่วนลดได้ตั้ง 40% แน่ะ ดีงามอีกแล้ววว

ในส่วนของกลางคืน ทางเดินลอดใต้สระจะมีไฟแบบอักษรชื่อโรงแรมติดไว้ให้ถ่ายรูปได้ด้วยค่ะ

และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จะมี Pool Party ริมสระน้ำหน้าหาด ซึ่งอาจจะต้องติดต่อกับทางโรงแรมก่อน(อันนี้ไม่ชัวร์ค่ะ) เพราะเราเลือกที่จะไปหาร้านข้างนอกทานเพื่อใช้คูปองให้หมดค่ะ

[มีต่อน๊า >>>]
ชื่อสินค้า:   เสม็ดนางชี จ.พังงา
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่