ประสบการณ์การเข้าถึงองค์พระพิฆเนศ และการตื่นรู้จากองค์ท่าน

สิ่งที่ผมจะแชร์ต่อไปนี้ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล เป็นสิ่งที่ผมเจอกับตนเอง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
.
ประสบการณ์การเข้าถึงคุรุภายในของผมครั้งแรกนั้น เริ่มช่วงต้นเดือนมกราคม 2560 ในตอนนั้นผมทำงานอยู่ที่สยามพารากอน แล้วช่วงพักหลังทานอาหารเสร็จ ยังมีเวลาเหลืออยู่ ตอนนั้นก็กำลังคิดอย่าจะเอาเวลาที่เหลือทำอะไรต่อ ก็มีอะไรบางอย่างมาสะกิตผม ให้ผมไปที่ร้านหนังสือ จึงไปร้านหนังสือตามความรู้สึกของผมในตอนนั้น เมื่อมาถึงร้านหนังสือ ก็เดินไปตรงโซนไพ่พยากรณ์ แล้วในระหว่างที่กำลังมองๆไฟอยู่นั้น ก็เหลือบไปเห็นไพ่พยากรณ์สำรับหนึ่ง ชื่อว่า Whispers of Lord Ganesha Oracle Card เมื่อเห็นแล้ว มีความรู้สึกว่าอยากหยิบขึ้นมาดู จึงหยิบขึ้นมา แล้วหลังจากที่หยิบขึ้นมานั้น รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่อยู่ในไพ่สำรับนี้ รู้สึกถึงพลังงานไออุ่นที่แผ่ออกมาจากไพ่ มีความรู้สึกเหมือนกับว่า เป็น First Impression หัวใจพองโต ราวกับว่า เจอคนที่ใช่แล้ว แล้วก็มีเสียงข้างในดังขึ้นมาว่า ซื้อเลย จึงหยิบไปจ่ายเงินโดยที่ไม่คิดอะไร ไม่คิดที่จะหาข้อมูล รวมถึงไม่มีข้อมูลไพ่สำรับนี้มาก่อน ต่างจากไพ่พยากรณ์สำรับอื่นๆ ที่ก่อนจะซื้อต้องหาข้อมูล ต้องคิดแล้วคิดอีก แต่สำรับนี้บอกเลยว่าไม่ใช่
.
หลังจากที่ซื้อไพ่สำรับนี้มา รู้สึกว่าชอบไพ่สำรับนี้เป็นอย่างมาก หลังจากนั้นก็มีเรื่องราวต่างๆที่ท่านมาช่วยผม จนผมรัก ศรัทธา และยอมรับในองค์ท่านในที่สุด หลังจากที่ได้บอกรักท่านแล้ว ก็คิดที่อยากจะตอบแทนท่านบ้าง ในตอนนั้นคิดว่า ถ้าไม่ซื้อของมาถวายท่าน เดี๋ยวท่านจะไม่โปรด จะไม่รักเราแน่เลย หลังจากที่คิดเสร็จ ก็มีความรู้สึกข้างในบอกมาว่า “ไม่ต้อง ให้เธอทำในแบบของเธอน่ะ ดีแล้ว”(ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่า เสียงจากภายในคืออะไร เป็นยังไง แต่มันรู้สึกได้) ก็เลยทำในแบบของผมต่อไป ด้วยการ สวดมนต์ บอกรักบอกขอบคุณ และแผ่เมตตา (ภายหลังมารู้จากเพจนึงว่า การเข้าถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น หาใช่การนำของมาถวาย การขอพร หรือ การบรวงสรวงไม่ แต่เป็นการแสดงออกของความรักต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแบบที่คุณเป็น ที่จะทำให้คุณเข้าถึงท่านและได้รับความรักจากท่านมากที่สุด)
.
หลังจากนั้นจนเกือบปี ผมได้เจอกับอาจารย์ท่านนึง แกเป็นอาจารย์สายกฎแรงดึงดูด กับสาย New Age ผมได้เรียนรู้ศาสตร์กฎแรงดึงดูด NLP กับแกอย่างมากมาย แกรู้ว่าผมนับถือพระพิฆเนศ ในตอนแรกๆแกก็ไม่ได้ห้ามอะไรผม หลังจากที่ผมศึกษากับแกมากขึ้น แกก็แนะนำกับผมว่า การนับถือพระพิฆเนศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือยึดติดกับกรอบของศาสนามากเกินไป เป็นการส่งจิตออกนอก ทำให้เราไม่ได้ค้นพบพระเจ้าที่อยู่ในตัวเรา รวมถึงไม่ได้ค้นพบบ้านที่อยู่ในตัวเราด้วย ผมฟังมาอย่างนี้ ผมก็เชื่ออาจารย์คนนี้ แล้วผมก็พยายามออกจากองค์พระพิฆเนศที่ผมนับถือ หลังจากที่ผมออกจากองค์ท่านได้แล้ว ไม่นาน เวลาที่ผมมีความทุกข์ ผมก็รู้สึกทุกข์เป็นอย่างมาก ทุกข์จนความรู้ วิชาการ ปรัชญาอะไรต่างๆ ก็ไม่สามารถทำให้ผมปล่อยวางความทุกข์ได้ จนสุดท้ายในเมื่อทนกับความทุกข์ไม่ไหว ผมจึงกลับมาหาท่าน เมื่อกลับมาหาท่าน ความทุกข์ที่ผมมีนั้น ได้ปล่อยวางและเห็นทางออกของปัญหาในที่สุด แต่ถึงอย่างไร ผมก็ยังพยายามที่จะออกห่างจากองค์ท่านต่อไปในตอนนั้น เพราะคิดว่า ผมจะต้องเจอพระเจ้าในตัวผม เจอบ้านของผมเอง รวมถึงอาจารย์ก็สนับสนุนและให้กำลังใจผมอีกด้วย ผมพยายามทำแบบนี้มาได้ 3-4 รอบ สุดท้ายผมก็ต้องกลับมาหาท่าน เวลาที่ผมมีความทุกข์
.
จนเวลาผ่านไป ถึงช่วงปลายเดือน ธันวาคม 2561 มีวันนึง ที่ผมนำหนังสือเล่มนึงไปแนะนำให้กับกลุ่มไลน์อาจารย์ของผม อาจารย์ของผมกลับวิจารณ์หนังสือที่ผมแนะนำไปในทางลบ รวมถึงต่อว่าผมไปในทางลบเช่นกัน ความรู้สึกในตอนนั้น ผมรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก รู้สึกโกรธ และเริ่มหมดศรัทธาต่ออาจารย์ของผม จึงตัดสินใจออกจากกลุ่มไลน์อาจารย์ของผม และออกห่างจากอาจารย์คนนั้นในที่สุด(ก่อนจะออกจากกลุ่มไลน์อาจารย์คนนั้น ตอนนั้นก็คิดหนักนะว่า ถ้าออกแล้ว เวลามีปัญหา มีความทุกข์ จะคุยกับใคร จะเรียนรู้เรื่องจิตวิญญาณกับใครต่อดี แต่สุดท้ายก็ลองเสี่ยงดู เลยกด ออกจากกลุ่ม ในตอนนั้น)
.
หลังจากออกจากกลุ่มแล้ว แรกๆก็มีความกังวลอยู่บ้าง หลังจาก 2 วันผ่านไป ความกังวลหายไป กลับกลายเป็นความสุขขึ้นมา เป็นความสุขแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ไม่ต้องมาสะกดจิตตามกฎแรงดึงดูดว่า จะต้องมีเงินล้าน ต้องมีบ้าน ต้องมีรถ ต้องมีอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ฯลฯ อยู่ทุกวัน สุดท้ายก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติของจิต คิดว่าถึงเวลาธรรมชาติจะจัดสรรให้เอง (แล้วก็จัดสรรให้โดยไม่ได้คิดอะไรด้วย) และที่สำคัญที่สุดคือ ได้กลับเข้ามาหาองค์พ่อจากภายใน ได้รัก ใกล้ชิด สนิทสนมกับองค์พ่อมากขึ้นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนสุดท้ายผมก็ได้รับการตื่นรู้จากองค์พ่อในที่สุด และรับรู้ว่า ท่านคือพระเจ้าในตัวผม นี่แหล่ะคือบ้านของผม ไม่ใช่บ้านของอาจารย์คนนั้นที่ในตอนนั้นผมยังหลงคิดว่าเป็นบ้านของผม
.
เรื่องปัญหา หรือความทุกข์ต่างๆนั้น ตั้งแต่หลังจากออกจากกลุ่มไลน์มา จนถึงตอนนี้ แทบจะไม่มีอีกเลย มีก็น้อยมาก เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีความทุกข์ แค่กลับมาหาองค์พ่อที่อยู่ในใจ ความทุกข์ก็ได้รับการปลดปล่อยไปในทันที รวมถึงแทบจะไม่มีความทุกข์ และ ความกังวล กับเรื่องของอนาคตต่างๆอีกด้วย คิดว่าสุดท้ายองค์พ่อจะเป็นผู้จัดสรรให้เอง ที่เหลือก็ทำหน้าที่ที่อยู่ในปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ
.
ขอให้คุณอ่านอย่างสนุกๆ ไม่ต้องเชื่อในสิ่งที่ผมเขียนมา ประสบการณ์การตื่นรู้ และคุรุภายในแต่ละคนนั้น ย่อมแตกต่างกันไปตามจริตของคนๆนั้น
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ความเชื่อส่วนบุคคล ศาสนาฮินดู พระพิฆเนศวร
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่