ขับรถมอไซค์เที่ยวคนเดียว 10วัน10คืน ด้วยงบ2800บาท จาก กทม-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน กว่า 2400 กิโลเมตร

ก่อนอื่นก็ขอแนะนำตัวกันก่อนครับ
ผมชื่อ บอล หรือบางทีเพื่อนๆเรียกติดปากว่า บอลลี่
ผมเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างครับ
ผมนั้นหลงไหลการเดินทางและตกหลุมรักการถ่ายภาพครับ
แต่ด้วยข้อจำกัดด้านการเงินหลายๆอย่างทำให้เลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวด้วยงบประหยัด
จึงไม่แปลกที่ผมมักจะชอบขับรถมอร์ไซเที่ยวในช่วยที่เว้นว่างจากการขับวิน

       ต่อไปนี่เลยอยากจะขอแชร์เรื่องราวที่ผมขับรถมอไซค์บ้านๆไปเที่ยวภาคเหนือโดยใช้เวลาไปกว่า 10วัน10คืน แต่เที่ยวจริงๆแบบเข้มข้นประมาน 6วัน5คืน นอกนั้นคือเวลาเดินทางกับเวลาพักผ่อนแวะทักทายคนรู้จัก ต้องบอกก่อนเลยว่านี่เป็นสรุปแบบรวดรัดเพื่อให้เพื่อนๆได้อ่านและศึกษาการตัดสินใจในการท่องเที่ยวแบบคร่าวๆ ถ้าใครอยากอ่านหรือสนใจบันทึกการเดินทางเต็มๆว่าแต่ละวันแห่งการเดินทางนั้นผมเจอปัญหาหรือสาหัสสากันอะไรบ้างก็ไปย้อนอ่านได้ใน เพซบุ๊คแฟนเพจ : ขับวินเที่ยว หรือคัดลองลิงค์นี้ https://web.facebook.com/khabwintiaw ได้ครับ

     เอาล่ะเกริ่นมาถึงตรงนี้เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มกันเลย

วันที่ 1 เริ่มต้นด้วยช่วงเวลายามวิกาลของคืนวันที่ 21 กันยายน 63 ช่วงเวลาประมาณ 4ทุ่มครึ่ง ผมเก็บกระเป๋าและเตรียมรถออกจาก กทม
แล้วหลังจากการกรำการเดินทางกว่า 16 ชั่วโมง ในที่สุดผมก็ถึงจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเวลาบ่ายแก่ๆ

และที่เชียงใหม่นี่แหละครับคือจุดพักแรกของผมเนื่องจากขับมานานข้ามวันข้ามคืนคืนนี้เลยอาศัยนอนโฮสเทลคืนละ 120 บาทครับ
วันที่ 2 นี่ผมเริ่มต้นวันด้วยความขี้เกียจมากๆเนื่องการเหนื่อยล้า กว่าจะลากตัวออกเดินทางได้ก็เกือบเที่ยง จุดหมายต่อไปคือแวะหาพี่ชายที่รู้จักที่อยู่แม่แตง จ.เชียงใหม่ แต่ระหว่างทางแวะเที่ยวที่ม่อนแจ่มก่อน ส่วนเรื่องที่พักวันนี้ได้บารมีของพี่ชายเลยอาศัยนอนฟรี ฮ่าๆๆๆ
วันที่ 3 หลังจากวันนี้คือเริ่มออกจากความเถลไถลเริ่มเดินทางแบบจริงๆจังๆ เราขับรถต่อไปมุ่งสู่การล่าทะเลหมอก เข้าสู่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 
แต่ก่อนหน้านั้นก็แวะเที่ยวไร่ชาลุงเดชก่อน แล้วช่วงเย็นวันนี้เราเลือกจะไปนอนพักลุ้นทะเลหมอกตอนเช้าที่จุดชมวิวทะเลหมอกหยุนไหล จุดชมวิวสูงที่สุดของ อ.ปาย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กม.
ค่ากางเต็นท์คนละ 100 บาท 
วันที่ 4 เราออกเดินต่อทางไปยังบ้านจ่าโบ่ซึ่งนาทีนี้คงแทบไม่มีใครไม่รู้จัก แต่ว่าระหว่างทางเจอคนแนะนำให้เลยบ้านจ่าโบ่เข้าไปที่จุดชมวิวกิกอคอบ้านห้วยเฮี๊ยะ แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆคือที่นี่สวยมากๆ แบบไม่มีหมอกยังสวยอ่ะ ทำเอาบ้านจ่าโบ่เฉยๆไปเลยไมไ่ด้จะดิสเครดิตบ้านจ่าโบ่นะ แต่บ้านจ่าโบ่นี่ถ้าไม่มีหมอกนี่เราว่าเฉยๆอะ แต่ที่นี่ไม่มีหมอกก็ยังสวย แถมเช้าๆมีหมอกนี่ยิ่งฟินส์เข้าไปอีก แถมยังขับรถเที่ยวต่อเลยจากบ้านห้วยเฮี๊ยะขึ้นไปทางถนนเลียบชายแดนไทย-พม่า ซึ่งวิวสวยมาก อนุญาติให้เข้าเฉพาะคนไทยด้วย ลองสอบถามคนที่ กิกอคอ คอฟฟี่ได้เลย เรื่องขับรถไปเที่ยวต่อจุดนี่
วันที่ 5 เราออกเดินทางต่อมีจุดหมายอยุ่ที่ บ้านรักไทย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งบรรยากาศที่เงียบสงบของที่นี่ทำให้ผมแทบไม่อยากขยับตัวไปไหนเลย น่าเสียดายที่ตอนเช้าไม่มีหมอกลงแต่ว่าก็อากาศเย็นๆสดชื่นนั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำฟังเพลงโปรดนี่ฟินส์สุดๆเลย ส่วนที่พักวันนี้เราเลือกที่จะไปกางเต้นท์นอนที่โรงไม้วัดใกล้ๆ ชื่อวัดป่ารักไทย เพราะเรารู้สึกว่าค่ากางเต็นท์แพงไปนิด
วันที่ 6 ผมออกเดินทางต่อจุดหมายแรกที่คิดไว้คือจะไปกางเต็นท์นอนที่ปางอุ๋งอีกคืน แต่ว่าปิดเปิดอีกที่ 1 ตุลาคม จึงได้รับความผิดหวังกลับมาและไม่รอช้ารีบมุ่งหน้าต่อไปยัง บ้านระเบียงนาป่าปงเปียง คือนาขั้นบันไดชื่อดังของเชียงใหม่นั่นเอง ในด้านที่พักคืนนี้เราเลือกกางเต็นท์นอนในพื้นที่ของโฮมสเตย์ชื่อ บ้านระเบียงนา ป่าปงเปียง ซึ่งเสียค่าสถานที่คนละ 100 บาท มีห้องน้ำให้ แต่ที่นี่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง
วันที่ 7 ผมออกเดินทางต่อจุดหมายถัดไปคือกลับเข้าจังหวัดเชียงใหม่เนื่องด้วยมีนัดหมายกับเพื่อนที่จะมาเที่ยงเชียงใหม่พอดี โอกาสแบบนี้หาได้น้อยมีหรอที่จะไม่ไปเที่ยวกับเพื่อน ฮ่าๆๆ แต่ว่าก่อนหน้าจะถึงเชียงใหม่ผมก็ไม่ลืมที่จะแวะดอยอินทนนท์ก่อน ซึ่งวันที่ไปอากาศดีมากถึงยอดดอยตอน 11 อากาศยัง 16-17 องศาอยู่เลย หมอกก็ลงหนา ฟินมากๆ ขับรถขึ้นไปมือนี่ชา ฮ่าๆๆ ทางด้านที่พักคืนนี้พักโฮสเทลในเชียงใหม่คืนละ 165 บาท
มาถึงเชียงใหม่ก็เลยได้โอกาสขับวินพาเพื่อนเที่ยวซะเลย ฮ่าๆ
วันที่ 8 วันนี้เหมือนวันปลดปล่อยของสองหนุ่มโสดเหมือนแต่ก่อน(ตอนนี้เพื่อนมีแฟนแล้วแต่เรายังโสดนะ ฮ่าๆ) เอาเป็นว่าวันนี้เที่ยวกันแบบชิลๆ แล้วก็ อิเระเขะข่ะมากๆ ไปกันทั่วขึ้นดอยสุเทพกันสองรอบ รอบแรกไปชมวิวพระอาทิตขึ้นมีหมอกปกคลุมเมืองเชียงใหม่ด้วยแล้วก็ขึ้นจุดชมวิวพระธาตุดอยสุเทพ แล้วก็ลงกลับไปกินข้าวเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถแล้วกับขึ้นไปนั่งชิลที่ร้านกาแฟหมู่บ้านม้งดอยปุยอีกทั้งวี่ทั้งวัน ชิลมากๆวันนี้ ทางด้านที่พักนั้น วันนี้เพื่อนใจด่วยออกให้เพราะเราพาเที่ยว โฮสเทลเดิมคืนละ 160 บาท
วันที่ 9 หลังจากวันนี้แทบไมไ่ด้บันทึกไรอีกแล้วเพราะเป็นการเดินทางกลับ กทม ล้วนๆ เราพักนอนที่อุทยานแห่งชาติลานสาง ใกล้ๆตัวเมืองตากอีกหนึ่งคืน เสียค่ากางเต็นท์ไป 30 บาท แล้ววันที่ 10 ออกเดินทางรวดเดียวอีก 400 กิโบเมตรกลับถึง กทม ในช่วงใกล้ค่ำครับ

สรุปข้างบนนี้เป็นการเดินทางคร่าวๆตลอด 10 วันครับ เล่าแบบคร่าวๆซึ่งจริงๆรายละเอียดการเดินทางแต่ละวันนี่ผมบันทึกไว้ในเพจแบบเข้มข้นประมาณ 6วัน5คืน ยิ่งตอนที่เข้าป่าปงเปียงหลงเข้าไปตาม GPS นี่สุดมากกก ถ้าใครที่ติดตามเรื่องการท่องเที่ยวคงรู้ดี แถมรูปที่ถ่ายมายังมีอีกเยอะ ไม่สามารถเอามาลงในนี้ได้หมด ถ้าใครอยากดูเพิ่มเติมไปติดตามได้ที่ เฟสบุ๊คแฟนเพจ : ขับวินเที่ยว ได้ครับมีทั้งรีวิวสถานที่และรูปสวยๆอีกเพียบ อีกทั้งเรื่องราวการเดินทางแบบรายวันที่ครบรสกว่า วันนี้ผมคงขอจบกระทู้ไว้แคค่นี้ครับ ขอบคุณมากๆเลยถ้าเผื่อมีใครอ่านจบ ฮ่าๆๆๆ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่