[SR] รีวิว ส้มตำบ้านดาว อาหารอีสานสุดแซ่บเอาใจชาว Office พร้อมส่งถึงหน้าบ้านรับประกันความอร่อยโดยร้านเสวย

วันนี้เราได้รับการรับเชิญจาก PR ของร้านอาหารเสวย ให้เข้ามารีวิวแบรนด์ร้านอาหารอีสานในรูปแบบเดลิเวอรี่ใหม่ที่ใช้ครัวเดียวกับเสวยชื่อว่า "ส้มตำบ้านดาว" มีจุดกระจายสินค้าอยู่ 3 สาขาได้แก่ เสวยสาขาสุขุมวิท 26/เสวยสาขาเอ็มไพร์ทาวเวอร์และเสวยสาขาออลซีซั่นส์ ร้านนี้ถูกตั้งขึ้นมาเนื่องจากได้รับผลกระทบของ Covid-19 เพื่อไม่ให้พนักงานของร้านต้องตกงานจึงได้สร้างร้านใหม่ในรูปแบบ Cloud Kitchen โดยใช้ความถนัดของพนักงานที่มีอยู่นั่นคือความเป็นลูกอีสานผสมกับฝีมือการทำครัวของร้านเสวยเกิดเป็นร้านใหม่เพื่อเอาใจชาว Office ที่ชื่นชอบการทานอาหารอีสานแต่ไม่อยากฝ่ารถติด-แดดร้อนหรือรอคิวนาน รวมถึงเมนูอาหารภายในร้านก็มีการออกแบบใหม่ให้ทานง่ายยิ่งขึ้นแต่ยังคงความแซ่บเหมือนเดิม เรามาที่ครัวใหญ่สุดคือร้านเสวยสาขาสุขุมวิท 26 มีพื้นที่กว้างและสวยหรูที่สุดเมื่อเทียบกับสาขาอื่น ก่อนเราจะไปรีวิว "ส้มตำบ้านดาว" ขอเก็บบรรยากาศโดยรวมที่นี่มาให้ชมก่อนนะครับ

เปิดเข้ามาในร้านมีพนักงานคอยต้อนรับยืนวัดอุณหภูมิตามมาตรฐานความสะอาด SHA แบบเดียวกันทุกสาขา โต๊ะกลมหน้าร้านมีจุดลงทะเบียนไทยชนะและโล่กับใบรับรองความสะอาด-อร่อยจากหลากหลายสำนัก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจึงได้รางวัลเพราะเราเคยไปรีวิวสาขาท่ามหาราชแล้วอร่อยมาตรฐานดีจริงๆ จึงอยู่มาได้นานเกือบ 50 ปี

เข้ามาจะพบกับโถงขนาดใหญ่ด้านบนตกแต่งด้วยเชือกถักแบบแหห้อยด้วยปลา แสดงถึงความเป็นร้านอาหารซีฟู๊ดได้เป็นอย่างดี มีโต๊ะให้เลือกนั่งหลากหลายรูปแบบทั้งคู่-ครอบครัวหรือโต๊ะจีนขนาดใหญ่ หากต้องการความเป็นส่วนตัวที่นี่มีห้องรับรองขนาดเล็กบรรจุคนได้ 18-20 คน นอกจากนี้ยังมีห้องประชุมขนาดใหญ่พิเศษสำหรับรองรับงานแต่ง-ประชุม-จัดเลี้ยงหรือทำบุญเลี้ยงพระก็สามารถเช่าห้องนี้พร้อมขอบริการอาหารบุฟเฟ่ต์หรือตามสั่งได้ด้วย

ที่แปลกใจสุดคือห้องนี้เป็นที่รวมวัตถุดิบสดๆหลายรายการทั้ง ปูเนื้อ/กุ้งมังกรเจ็ดสี/ปลากระพง/กั้งแก้ว/หอยหวาน/หอยเชลล์/ปลาเก๋า/ปูอลาสก้า/แคนาเดียนล๊อบสเตอร์/หอยนางรม/กุ้งแม่น้ำและก็สาหร่ายพวงองุ่น ภายในตู้กระจกวันนี้อาจจะโล่งไปหน่อยเพราะจำนวนลูกค้าลดลงทำให้ทางร้านไม่ได้กักตุนของสดราคาแพงเอาไว้ ถ้าอยากทานสามารถโทรสั่งร้านและโอนค่ามัดจำวัตถุดิบก่อนแล้วทางร้านจะจัดเตรียมมาให้ครับ แต่ตู้กระจกแบบนี้ร้านไหนก็มีที่ไม่เหมือนใครคือเขามีคอนโดปูสำหรับผลิตปูนิ่มราวกับเปิดฟาร์มปูนิ่มไว้ที่ร้าน อยากทานก็ต้องจองเช่นเคยครับ

เมนูหลักของที่ร้านก็เหมือนกับสาขาอื่นที่เคยรีวิวไปแล้ว เรามาดูเมนูของ"ส้มตำบ้านดาว"กันดีกว่า หน้าแรกคือเมนูส้มตำทั้งตำไทย-ปูปลาร้าราคาเริ่มต้นที่ 75-130 บาท เมนูลาบ-น้ำตกราคาเริ่มต้นที่ 100-115 บาท เมนูของทอดราคาราคาเริ่มต้นที่ 105-120 บาท เมนูต้ม-แกงสไตล์อีสานราคาเริ่มต้นที่ 100-125 บาท เมนูของย่างราคาเริ่มต้นที่ 105-120 บาท เมนูยำไทย-อีสานราคาเริ่มต้นที่ 105-125 บาท เมนูข้าว-เส้นทุกรายการ 20 บาท ถือว่าราคาระดับเดียวกับร้านอาหารอีสานขึ้นห้างแต่มีหลายเมนูที่น่าสนใจไม่เหมือนใคร เดี๋ยวมาเริ่มสั่งอาหารกันเลยครับ

วิธีการสั่งอาหารของที่ร้านนี้มีแค่ช่องทางเดียวคือ Line กดค้นหา @somtumbaandao เปิดดูเมนูอาหารก่อนสั่งได้และมีพนักงานคอยรับออเดอร์อยู่ที่หน้าครัวพร้อมกับหาสาขาที่ใกล้สุด แจ้งราคารวมค่าส่งให้เพร้อมสร็จสรรพ หากสั่งครบ 300 บาทและอยู่ไม่ห่างจากสาขาเกิน 3 กิโลเมตรส่งฟรี (ทางร้านออกค่าส่งให้) หากเกินกว่านั้นมีค่าจัดส่งเริ่มต้นที่ 30 บาท เพดานค่าส่งสูงสุด 20 กิโลเมตรค่าจัดส่ง 190 บาท ถ้าไกลกว่าที่ร้านกำหนดคิดค่าส่งตามจริงตามเรทราคาของแอปพลิเคชั่น Lalamove บนมือถือ จัดการสั่งอาหารเสร็จแล้วไปดูวิธีเตรียมอาหารในครัวกันครับ

การปรุงอาหารของที่ร้านเน้นความสะอาดพนักงานแต่งตัวมิดชิด ทุกคนใส่ Face Shied ผ้าปิดปากและถุงมือในการประกอบอาหารทุกขั้นตอนตามมาตรฐาน SHA วัตถุดิบทุกอย่างปรุงสดใหม่ไม่มีการทอด/ลวกหรือย่างทิ้งไว้ก่อนนำมาปรุงอาหาร เริ่มจากลาบหมูสับแม่ครัวของที่ร้านจะค่อยๆลวกวัตถุดิบทีละอย่างและนำมาปรุงในหม้อก่อนเสิร์ฟ ปีกไก่ทอดก็ทอดใหม่ร้อนๆไม่มีการทอดไว้ก่อน 50% แบบหลายๆร้าน ส้มตำก็ใช้วัตถุดิบหยิบมาใหม่จากตู้เย็นรักษาอุณหภูมิแยกครกในการตำจึงไม่มีกลิ่นปลาร้าปนลงไปในตำไทย ทุกขั้นตอนใช้มาตรฐานเดียวกับร้านเสวยครับ

แม้แต่คอหมูย่างที่ต้องใช้เวลาในการปรุงนานสุด ทางร้านเริ่มตั้งแต่นำคอหมูหมักทั้งชิ้นมาย่างบนเตาถ่านจนสุกสีสวยไม่มีรอยไหม้แถมเนื้อด้านในยังสุกชุ่มฉ่ำแสดงถึงฝีมือในการย่างของพ่อครัวได้เป็นอย่างดี ก่อนจะค่อยๆบรรจุลงกล่องพลาสติกเข้าไมโครเวฟได้คุณภาพสูง พร้อมปิดผนึกด้วยสติ๊กเกอร์ตราร้าน "ส้มตำบ้านดาว" เพื่อเป็นการป้องกันพนักงานส่งอาหารแอบเปิดระหว่างทางอีกชั้น ตอนนี้ทุกเมนูพร้อมเสิร์ฟเราไปดูขั้นตอนการส่งสินค้ากันครับ

พนักงาน Lalamove มารับอาหารที่ร้านพร้อมส่งให้ถึงหน้าบ้านในรัศมีโดยรอบไม่เกิน 3 กิโลเมตรทางร้านออกค่าส่งให้ฟรีแต่ถ้ามากกว่านั้นคิดค่าบริการตามจริง ตอนนี้อาหารก็พร้อมให้ชิมแล้วเรามาเปิดกล่องพร้อมกันเลยครับ

สำหรับสายอาหารอีสานแท้ๆต้องไม่พลาดเมนูแรก "ตำกุ้งสุกใส่ปลาร้า" ราคา 130 บาท เส้นมะละกอเย็นกรุบกรอบตำมารสชาติเปรี้ยว-เค็มอมหวานนิดๆตำรับที่คนกรุงเทพชอบทาน เพิ่มโปรตีนด้วยกุ้งลวกต้มสุกเนื้อเด้งๆทานเปล่าๆหรือคลุกกับขนมจีนเส้นสดก็อร่อยแซ่บอยู่ท้อง ถ้าหากเผ็ดเกินไปต้องสั่งอาหารทานเล่นมาเพิ่มคือ "ปีกกลางไก่ทอดน้ำปลา" ราคา 105 บาท เป็นปีกกลางไก่หั่นครึ่งติดหนังทอดจนสุกกรอบสีเหลืองทองด้านในชุ่มฉ่ำหอมกลิ่นน้ำปลารสเค็มกำลังดี ทานคู่กับน้ำจิ้มไก่สไตล์ภาคกลางรสชาติหวานอมเปรี้ยวเผ็ดนิดๆเข้ากับไก่ทอดได้เป็นอย่างดี

เมนูต่อมา "ลาบหมู" ราคา 105 บาท วัตถุดิบหลายอย่างทั้งหมูสับ/ตับ/หนังหมูลวกทีละอย่าง แล้วนำมาคลุกด้วยเครื่องสมุนไพรทั้งหอมแขก/ต้นหอม/ใบสะระแหน่ ปรุงรสด้วยพริกป่น/ข้าวคั่ว/น้ำปลา/น้ำมะนาวโดยรวมแล้วเป็นลาบที่รสชาติสะอาดๆไม่นัวมากนักเพราะไม่ได้ใส่ผงชูรสหรือผงซุปรสหมูลงไปแบบร้านข้างทาง (แต่ถ้าอยากให้ใส่ตอนสั่งก็บอกให้ร้านเพิ่มลงไปได้) ทานกับข้าวเหนียวห่อร้อนๆได้อารมณ์อีสานสุดๆ มาต่อกันด้วย"ตำไทยไข่เค็ม" ราคา 85 บาท เป็นส้มตำรสชาติพื้นฐานหวานอมเปรี้ยวเค็มนัวไข่เป็ดเค็มจะทานกับข้าวเหนียวหรือขนมจีนก็อร่อยดี

เมนูต่อมาก็คือ "คอหมูย่างบ้านดาว" เป็นคอหมูทั้งชิ้นหมักรสชาติหวานๆหอมกลิ่นเครื่องเทศไตล์อีสาน ที่เห็นว่าย่างชิ้นใหญ่บนเตาทางร้านก็ตัดเสิร์ฟทั้งชิ้นคุ้มราคาสุดๆ คอหมูเนื้อแน่นแทรกไขมันเด้งสู้ฟันทานกับน้ำจิ้มแจ่วอีสานใส่หอมแดง/ต้นหอม/ผักชีฝรั่ง รสชาติเผ็ดเปรี้ยวหอมกลิ่นข้าวคั่ว-มะขามเปียกสะใจคนชอบทานคอหมูย่างแบบเรามากครับ เมนูต่อมาขายดีที่สุดของร้านคือ "ข้าวเหนียวมูนแจ่วคอหมูทอด" ราคา 120 บาท เป็นข้าวเหนียวคลุกแจ่วอีสานปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำปลาใส่หอมแขกและต้นหอมผสมลงไปในข้าวท๊อบปิ้งด้วยคอหมูทอดหั่นเป็นชิ้นเล็กกระจายเต็มหน้า เป็นการรวมข้าวเหนียว-หมูทอดและแจ่วมาเล่าเรื่องใหม่ทำให้ทานอร่อยและง่ายมากขึ้นขายดีก็ไม่แปลกใจ

เมนูต่อมาไม่ใช่ซูชิแต่เป็น "หมูสาหร่าย" ราคา 105 บาท เป็นข้าวเหนียวปั้นก้อนแบบซูชิท๊อบปิ้งด้วยคอหมูทอดก่อนจะพันด้วยสาหร่ายเวลาจะทานก็แค่จิ้มแจ่วแบบเดียวกับร้านซูชิ เป็นเมนูทานง่ายไม่เลอะมืออีกทั้งสาหร่ายกรอบกลมกล่อมไม่กวนรสชาติของความแซ่บแบบอีสานเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายเป็นเมนูซุปคือ "ต้มแซ่บกระดูกหมู" ราคา 125 บาท เป็นกระดูกอ่อนตุ๋นจนเนื้อนุ่มปรุงรสแบบต้มยำใส่ใบกระเพรารสชาติเปรี้ยว-เค็มเผ็ดร้อนซดคล่องคอ ถึงแม้ว่าโดยรวมแล้วจะไม่ใช่ต้มแซ่บแบบเดียวกับร้านอาหารอีสานที่เคยรู้จัก แต่เผ็ดร้อนแซ่บสะใจไม่แพ้กันเลยครับผม ราคาอาหารทั้งหมดในรีวิวนี้ไม่มี Vat. หรือ Service Charge รสชาติปรุงตามแบบฉบับลิ้นคนกรุงเทพฯ รับรองว่าถูกใจชาว Office สายอาหารอีสานอย่างแน่นอน รับคะแนนความอร่อยและคุ้มค่าไป 4 ดาวครับผม 🌟🌟🌟🌟
****** เกิน 10,000 ตัวอักษร ขอรีวิวต่อในช่อง Comment นะครับ *****
ชื่อสินค้า:   ส้มตำบ้านดาว Delivery
คะแนน:     

SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - ได้รับสินค้าหรือบริการมาใช้รีวิวฟรี โดยไม่ต้องคืนสินค้าหรือบริการนั้น
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่