ไทยพบผู้ติดเชื้อ 'โควิด-19' เพิ่ม 5 ราย รักษาหายเพิ่ม 4 ราย
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 63 เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า ประเทศไทยพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,564 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมยอดผู้เสียชีวิต 59 ราย รักษาหายเพิ่ม 4 ราย รวมผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 3,374 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 131 ราย
ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายใหม่ 5 ราย เป็นคนไทย 4 ราย และ สัญชาติอินเดีย 1 ราย ทั้งหมดเดินทางมาจากต่างประเทศ จาก ซูดานใต้ 1 ราย คูเวต 1 ราย และ อินเดีย 3 ราย เข้าพักสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine , Alternative State Quarantine)
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/900146
เมียนมาติดโควิดพุ่งขึ้นที่ 4 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะที่สถิติสะสมของผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวในเมียนมาอยู่ที่อย่างน้อย 256 คน เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาค รองจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 30 คน ในรอบวันล่าสุด ส่วนสถิติสะสมของผู้ที่หายป่วยมีอย่างน้อย 3,073 คน
ด้านนางออง ซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐของเมียนมา และประธานคณะกรรมาธิการกลางด้านการควบคุม ป้องกัน และตอบสนองต่อวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ว่ารัฐบาลได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากเกาหลีใต้ ซึ่งส่งชุดตรวจคัดกรองมาให้ 200,000 ชุด
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมาธิการมีมติเห็นชอบการต่อเวลาบังคังใช้มาตรการควบคุมทางสังคมออกไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน จนถึงวันที่ 31 ต.ค. นี้ เช่นเดียวกัน การระงับออกวีซ่าท่องเที่ยวและการตรวจลงตราหน้าด่านยังคงระงับให้บริการจนถึงสิ้นเดือนต.ค. นี้ "เป็นอย่างน้อย" ยกเว้นนักการทูต เจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศ และบุคคลซึ่งมีกิจธุระจำเป็นอย่างยิ่งยวด แต่ขอให้แจ้งล่วงหน้าผ่านสำนักงานการทูตของเมียนมา "ภายในเวลาที่เหมาะสม
อ่านต่อที่ :
https://www.dailynews.co.th/foreign/798126
เสรีภาพไว้ทีหลัง!ศาลเกาหลีใต้ห้ามชุมนุมต้านรัฐบาล กังวลแพร่กระจายเชื้อโควิด-19
เผยแพร่: 30 ก.ย. 2563 11:09 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ศาลเกาหลีใต้พิพากษายืนตามคำตัดสินเดิม ห้ามชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่มีแผนจัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลว่ามันอาจแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19)
ศาลปกครองกรุงโซลปฏิเสธคำร้องของกลุ่มประชาสังคมอนุรักษ์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งร้องขอให้ระงับคำสั่งของเจ้าหน้าที่ในเมืองหลวง ที่ห้ามพวกเขาจัดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ใจกลางกรุงโซล ในวันที่ 3 ตุลาคม เนื่องในวันสถาปนาประเทศ ท่ามกลางความคาดหมายว่าจะมีผู้เข้าร่วมราวๆ 1,000 คน
"คำสั่งแบนถูกกำหนดขึ้น เมื่อพิจารณาแล้วว่าอาจมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน และฝ่ายจัดขาดมาตรการที่สมเหตุสมผลและเป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันการติดเชื้อ" ศาลระบุ "มันไม่เข้าองค์ประกอบของการละเมิดสิทธิเสรีภาพการชุมนุม"
ผู้จัดการชุมนุมครั้งนี้เป็นกลุ่มเดียวกับที่เป็นแกนนำการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในบริเวณเดียวกันเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งคราวนั้นถูกกล่าวโทษว่าเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดรอบใหม่ของโควิด-19
จำนวนผู้ติดเชื้อของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นสู่ตัวเลข 3 หลัก หลังจากมีผู้ชุมนุมหลายพันคนร่วมประท้วงต่อต้านรัฐบาลในช่วงสุดสัปดาห์วันฉลองอิสรภาพ 15 สิงหาคม
ในมาตรการที่ชิงกำหนดไว้ล่วงหน้า ฝ่ายบริหารกรุงโซลห้ามทุกการชุมนุมที้มีผู้เข้าร่วม 10 คนขึ้นไป และจำกัดพื้นที่บางส่วนในแถบใจกลางกรุงโซลให้เป็นเขตห้ามชุมนุม
นอกจากชุมนุมในวันที่ 3 ตุลาคมแล้ว เมืองหลวงแห่งนี้ยังห้ามการเดินขบวนอื่นๆอีก ในนั้นรวมถึงในรูปแบบของขบวนพาเหรดรถยนต์ ที่ทางกลุ่มประชาสังคมขวาจัดอีกกลุ่มวางแผนจัดขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด-19
หลังมีคำพิพากษา กลุ่มอนุรักษ์นิยมบอกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแผนไปจัดเดินขบวนแบบเดี่ยวบริเวณประตูคังฮวามุนแทน โดยเรียกร้องให้ผู้เข้าร่วมไปรวมตัวกันที่นั่น และทำการชุมนุมแบบเว้นระยะห่างทางสังคม ปฏิบติตามกฎระเบียบต่อต้านไวรัส
(ที่มา:โคเรียนไทมส์)
https://mgronline.com/around/detail/9630000099890
สมุยชู “อสร.” เฝ้าระวังโควิดในโรงแรมกักตัว
30 กันยายน 2563
โรงแรมสมุย 23 แห่งลุ้นผลตรวจประเมิน ALSQ รับแผนรัฐเปิดประเทศอย่างจำกัด ภาคเอกชนท่องเที่ยวชูโมเดลปั้น “อสร.”หรืออาสาสมัครประจำโรงแรมแห่งแรกของไทย คุมเข้ม-เฝ้าระวังโควิดภายในโรงแรม
นายเรืองนาม ใจกว้าง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ฝั่งตะวันออก กล่าวว่า ขณะนี้มีโรงแรมในสมุยสมัครเพื่อรับการตรวจประเมินเป็นโรงแรมกักตัวทางเลือกในท้องถิ่น (Alternative Local State Quarantine :ALSQ) จำนวน 23 แห่ง โดยทางคณะกรรมการตรวจประเมินALSQของ จ.สุราษฎร์ธานีได้เข้าตรวจเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมาจำนวน 8 แห่ง ส่วนอีก 15 แห่งจะตรวจประเมินภายในเดือน ต.ค.นี้ ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมแบบพูลวิลล่า ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ไม่ติดถนนสายหลักและชุมชน เพื่อชุมชนจะได้ไม่ต่อต้าน และนักท่องเที่ยวหลบหนีออกจากห้องพักได้ยาก
“หากเกิดกรณีนักท่องเที่ยวหลบหนีจากห้องพักของโรงแรมก่อนครบกำหนดกักตัว 14 วัน จะสามารถติดตามตัวได้อย่างแน่นอน เพราะบนเกาะสมุยมีกล้องวงจรปิดติดทั่วเกาะกว่า 1,000 จุด”
นอกจากนี้ ทางภาคท่องเที่ยวสมุยยังกำหนดให้โรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมินเป็นALSQมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครประจำโรงแรม (อสร.) เป็นแห่งแรกของประเทศไทย จำนวน 3 คนต่อแห่ง ได้แก่ COVID-19 Manager คอยประสานงานกับโรงพยาบาลคู่สัญญาหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ส่วนอีก 2 คนเป็นพนักงานในแผนกบริหารทรัพยากรมนุษย์ หรือFront Office Managerเพื่อคอยเฝ้าระวังความเสี่ยง และสังเกตผู้เข้าข่ายติดเชื้อ แล้วแจ้งโควิด-19 แมเนเจอร์ โดยจะจัดอบรม อสร.ของโรงแรมสมุยที่ผ่านALSQเป็นรุ่นที่ 2 ต่อจากรุ่นแรก 32 คนที่เพิ่งจัดฝึกอบรมไปเป็นการนำร่อง
“อย่างไรก็ตาม ค่อนข้างมั่นใจว่าจะควบคุมดูแลสถานการณ์ได้หลังเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสมุย เพราะมีประสบการณ์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 มาแล้ว”
นายวรสิทธิ์ ผ่องคำพันธุ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวเสริมว่า โรงแรมที่เข้ารับการตรวจประเมินเป็นโรงแรม ALSQจำนวน 23 แห่ง แต่ละแห่งมีจำนวนห้องพักราว 70 ห้อง หรือรวมกันแล้วมากกว่า 1,000 ห้องพัก
ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจประเมินALSQได้กำหนดว่าโรงแรมในสมุยที่ผ่านการประเมิน จะต้องเป็นโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีขนาดโรงแรมไม่ใหญ่ และต้องปิดทั้งโรงแรมเพื่อควบคุมโรค และมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และด้านสาธารณสุขเป็นคนดูแล โดยขอย้ำมาตรการคุมเข้มว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องกักตัวในห้องพักเท่านั้นเป็นเวลา 14 วัน และเมื่อครบกำหนดจะมอบใบรับรองและสายรัดข้อมือเป็นเครื่องยืนยันว่านักท่องเที่ยวรายนั้นๆ ผ่านการกักตัวแล้ว และเมื่ออยู่บนสมุยครบ 21 วันถึงจะอนุญาตให้เดินทางข้ามเกาะได้
“คาดไม่ต่ำกว่า 90%ของโรงแรมที่สมัครเป็นALSQจะผ่านการประเมิน เพียงพอต่อการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และน่าจะมีจำนวนเดินทางเข้าสมุยเดือนละ 200 คน จากที่ ศบค.กำหนดให้รองรับในช่วงแรก 1,200 คนต่อเดือน”
โดยภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ตัวแทนภาคเอกชนสมุยจะนำเสนอรายละเอียดความพร้อมของโมเดลสมุยบับเบิลภายใต้แนวทางการออกวีซ่านักท่องเที่ยวประเภทพิเศษSpecial Tourist VISA(STV)ต่อศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. หลังได้นำมาปรับให้เข้ากับSTVที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/900091
ประเทศไทยยังปลอดโควิดในประเทศ
แต่กำลังจะมีการเดินหน้าไปในเรื่องเศรษฐกิจควบคู่กับสุขภาพ
ฉะนั้น การ์ดอย่าตกนะคะ
ปล. แก้ไข ค่ะ 30 ก.ย.ไทยพบโควิด 5 ราย มาจากตปท. เมียนมาพุ่งขึ้นที่ 4 อาเซียน ศาลเกาหลีใต้ห้ามชุมนุม สมุยชู “อสร.”เฝ้ากักตัว
🔴มาลาริน/30 ธ.ค.ไทยพบโควิด 5 ราย มาจากตปท. เมียนมาพุ่งขึ้นที่ 4 อาเซียน ศาลเกาหลีใต้ห้ามชุมนุม สมุยชู “อสร.”เฝ้ากักตัว
ไทยพบผู้ติดเชื้อ 'โควิด-19' เพิ่ม 5 ราย รักษาหายเพิ่ม 4 ราย
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 63 เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า ประเทศไทยพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,564 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมยอดผู้เสียชีวิต 59 ราย รักษาหายเพิ่ม 4 ราย รวมผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 3,374 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 131 ราย
ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายใหม่ 5 ราย เป็นคนไทย 4 ราย และ สัญชาติอินเดีย 1 ราย ทั้งหมดเดินทางมาจากต่างประเทศ จาก ซูดานใต้ 1 ราย คูเวต 1 ราย และ อินเดีย 3 ราย เข้าพักสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine , Alternative State Quarantine)
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/900146
เมียนมาติดโควิดพุ่งขึ้นที่ 4 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะที่สถิติสะสมของผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวในเมียนมาอยู่ที่อย่างน้อย 256 คน เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาค รองจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 30 คน ในรอบวันล่าสุด ส่วนสถิติสะสมของผู้ที่หายป่วยมีอย่างน้อย 3,073 คน
ด้านนางออง ซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐของเมียนมา และประธานคณะกรรมาธิการกลางด้านการควบคุม ป้องกัน และตอบสนองต่อวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ว่ารัฐบาลได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากเกาหลีใต้ ซึ่งส่งชุดตรวจคัดกรองมาให้ 200,000 ชุด
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมาธิการมีมติเห็นชอบการต่อเวลาบังคังใช้มาตรการควบคุมทางสังคมออกไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน จนถึงวันที่ 31 ต.ค. นี้ เช่นเดียวกัน การระงับออกวีซ่าท่องเที่ยวและการตรวจลงตราหน้าด่านยังคงระงับให้บริการจนถึงสิ้นเดือนต.ค. นี้ "เป็นอย่างน้อย" ยกเว้นนักการทูต เจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศ และบุคคลซึ่งมีกิจธุระจำเป็นอย่างยิ่งยวด แต่ขอให้แจ้งล่วงหน้าผ่านสำนักงานการทูตของเมียนมา "ภายในเวลาที่เหมาะสม
อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/foreign/798126
เสรีภาพไว้ทีหลัง!ศาลเกาหลีใต้ห้ามชุมนุมต้านรัฐบาล กังวลแพร่กระจายเชื้อโควิด-19
เผยแพร่: 30 ก.ย. 2563 11:09 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ศาลเกาหลีใต้พิพากษายืนตามคำตัดสินเดิม ห้ามชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่มีแผนจัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลว่ามันอาจแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19)
ศาลปกครองกรุงโซลปฏิเสธคำร้องของกลุ่มประชาสังคมอนุรักษ์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งร้องขอให้ระงับคำสั่งของเจ้าหน้าที่ในเมืองหลวง ที่ห้ามพวกเขาจัดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ใจกลางกรุงโซล ในวันที่ 3 ตุลาคม เนื่องในวันสถาปนาประเทศ ท่ามกลางความคาดหมายว่าจะมีผู้เข้าร่วมราวๆ 1,000 คน
"คำสั่งแบนถูกกำหนดขึ้น เมื่อพิจารณาแล้วว่าอาจมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน และฝ่ายจัดขาดมาตรการที่สมเหตุสมผลและเป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันการติดเชื้อ" ศาลระบุ "มันไม่เข้าองค์ประกอบของการละเมิดสิทธิเสรีภาพการชุมนุม"
ผู้จัดการชุมนุมครั้งนี้เป็นกลุ่มเดียวกับที่เป็นแกนนำการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในบริเวณเดียวกันเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งคราวนั้นถูกกล่าวโทษว่าเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดรอบใหม่ของโควิด-19
จำนวนผู้ติดเชื้อของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นสู่ตัวเลข 3 หลัก หลังจากมีผู้ชุมนุมหลายพันคนร่วมประท้วงต่อต้านรัฐบาลในช่วงสุดสัปดาห์วันฉลองอิสรภาพ 15 สิงหาคม
ในมาตรการที่ชิงกำหนดไว้ล่วงหน้า ฝ่ายบริหารกรุงโซลห้ามทุกการชุมนุมที้มีผู้เข้าร่วม 10 คนขึ้นไป และจำกัดพื้นที่บางส่วนในแถบใจกลางกรุงโซลให้เป็นเขตห้ามชุมนุม
นอกจากชุมนุมในวันที่ 3 ตุลาคมแล้ว เมืองหลวงแห่งนี้ยังห้ามการเดินขบวนอื่นๆอีก ในนั้นรวมถึงในรูปแบบของขบวนพาเหรดรถยนต์ ที่ทางกลุ่มประชาสังคมขวาจัดอีกกลุ่มวางแผนจัดขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด-19
หลังมีคำพิพากษา กลุ่มอนุรักษ์นิยมบอกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแผนไปจัดเดินขบวนแบบเดี่ยวบริเวณประตูคังฮวามุนแทน โดยเรียกร้องให้ผู้เข้าร่วมไปรวมตัวกันที่นั่น และทำการชุมนุมแบบเว้นระยะห่างทางสังคม ปฏิบติตามกฎระเบียบต่อต้านไวรัส
(ที่มา:โคเรียนไทมส์)
https://mgronline.com/around/detail/9630000099890
สมุยชู “อสร.” เฝ้าระวังโควิดในโรงแรมกักตัว
30 กันยายน 2563
โรงแรมสมุย 23 แห่งลุ้นผลตรวจประเมิน ALSQ รับแผนรัฐเปิดประเทศอย่างจำกัด ภาคเอกชนท่องเที่ยวชูโมเดลปั้น “อสร.”หรืออาสาสมัครประจำโรงแรมแห่งแรกของไทย คุมเข้ม-เฝ้าระวังโควิดภายในโรงแรม
นายเรืองนาม ใจกว้าง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ฝั่งตะวันออก กล่าวว่า ขณะนี้มีโรงแรมในสมุยสมัครเพื่อรับการตรวจประเมินเป็นโรงแรมกักตัวทางเลือกในท้องถิ่น (Alternative Local State Quarantine :ALSQ) จำนวน 23 แห่ง โดยทางคณะกรรมการตรวจประเมินALSQของ จ.สุราษฎร์ธานีได้เข้าตรวจเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมาจำนวน 8 แห่ง ส่วนอีก 15 แห่งจะตรวจประเมินภายในเดือน ต.ค.นี้ ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมแบบพูลวิลล่า ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ไม่ติดถนนสายหลักและชุมชน เพื่อชุมชนจะได้ไม่ต่อต้าน และนักท่องเที่ยวหลบหนีออกจากห้องพักได้ยาก
“หากเกิดกรณีนักท่องเที่ยวหลบหนีจากห้องพักของโรงแรมก่อนครบกำหนดกักตัว 14 วัน จะสามารถติดตามตัวได้อย่างแน่นอน เพราะบนเกาะสมุยมีกล้องวงจรปิดติดทั่วเกาะกว่า 1,000 จุด”
นอกจากนี้ ทางภาคท่องเที่ยวสมุยยังกำหนดให้โรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมินเป็นALSQมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครประจำโรงแรม (อสร.) เป็นแห่งแรกของประเทศไทย จำนวน 3 คนต่อแห่ง ได้แก่ COVID-19 Manager คอยประสานงานกับโรงพยาบาลคู่สัญญาหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ส่วนอีก 2 คนเป็นพนักงานในแผนกบริหารทรัพยากรมนุษย์ หรือFront Office Managerเพื่อคอยเฝ้าระวังความเสี่ยง และสังเกตผู้เข้าข่ายติดเชื้อ แล้วแจ้งโควิด-19 แมเนเจอร์ โดยจะจัดอบรม อสร.ของโรงแรมสมุยที่ผ่านALSQเป็นรุ่นที่ 2 ต่อจากรุ่นแรก 32 คนที่เพิ่งจัดฝึกอบรมไปเป็นการนำร่อง
“อย่างไรก็ตาม ค่อนข้างมั่นใจว่าจะควบคุมดูแลสถานการณ์ได้หลังเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสมุย เพราะมีประสบการณ์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 มาแล้ว”
นายวรสิทธิ์ ผ่องคำพันธุ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวเสริมว่า โรงแรมที่เข้ารับการตรวจประเมินเป็นโรงแรม ALSQจำนวน 23 แห่ง แต่ละแห่งมีจำนวนห้องพักราว 70 ห้อง หรือรวมกันแล้วมากกว่า 1,000 ห้องพัก
ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจประเมินALSQได้กำหนดว่าโรงแรมในสมุยที่ผ่านการประเมิน จะต้องเป็นโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีขนาดโรงแรมไม่ใหญ่ และต้องปิดทั้งโรงแรมเพื่อควบคุมโรค และมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และด้านสาธารณสุขเป็นคนดูแล โดยขอย้ำมาตรการคุมเข้มว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องกักตัวในห้องพักเท่านั้นเป็นเวลา 14 วัน และเมื่อครบกำหนดจะมอบใบรับรองและสายรัดข้อมือเป็นเครื่องยืนยันว่านักท่องเที่ยวรายนั้นๆ ผ่านการกักตัวแล้ว และเมื่ออยู่บนสมุยครบ 21 วันถึงจะอนุญาตให้เดินทางข้ามเกาะได้
“คาดไม่ต่ำกว่า 90%ของโรงแรมที่สมัครเป็นALSQจะผ่านการประเมิน เพียงพอต่อการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และน่าจะมีจำนวนเดินทางเข้าสมุยเดือนละ 200 คน จากที่ ศบค.กำหนดให้รองรับในช่วงแรก 1,200 คนต่อเดือน”
โดยภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ตัวแทนภาคเอกชนสมุยจะนำเสนอรายละเอียดความพร้อมของโมเดลสมุยบับเบิลภายใต้แนวทางการออกวีซ่านักท่องเที่ยวประเภทพิเศษSpecial Tourist VISA(STV)ต่อศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. หลังได้นำมาปรับให้เข้ากับSTVที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/900091
ประเทศไทยยังปลอดโควิดในประเทศ
แต่กำลังจะมีการเดินหน้าไปในเรื่องเศรษฐกิจควบคู่กับสุขภาพ
ฉะนั้น การ์ดอย่าตกนะคะ
ปล. แก้ไข ค่ะ 30 ก.ย.ไทยพบโควิด 5 ราย มาจากตปท. เมียนมาพุ่งขึ้นที่ 4 อาเซียน ศาลเกาหลีใต้ห้ามชุมนุม สมุยชู “อสร.”เฝ้ากักตัว