เรื่องราวของผมที่ อยากแชร์ อาจยาวไปหน่อยนะครับ แต่มันมาจากความรู้สึกที่ผมยังคงจมอยู่กับมันมาตลอด 20 วัน...
ผมเองได้ตัดสินใจคบกับผู้ชายคนหนึ่ง (ช-ช) ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม พอเริ่มครบก็เจอเรื่อง Covid-19 พอดี ผมอาจโชคดีกว่าคู่อื่นๆ ที่ช่วงเวลาในการกักตัว เป็นช่วงที่ผมได้กลับมา Work Form Home ก่อน เลยได้อยู่กับเค้าในช่วงหยุดยาว มันดีมากๆ เลยครับ จนกระทั่งเข้าสู่เดือนสิงหา สถานการณ์ต่างเริ่มดีขึ้น ผมต้องกลับมาทำงานเข้า ออฟฟิต ทุกวัน ส่วนเค้าก็ต้องทำงานและอ่านหนังสือเตรียมสอบพอดี ทำให้เดือนนี้เราเริ่มที่จะอยู่ห่างไกลกันมากขึ้น...
ผมกลับมาอยู่บ้าน เพราะเป็นช่วงที่บ้านผมเพิ่งปลูกเสร็จพอดี เลยต้องมาตกแต่งของในบ้าน ส่วนอีกฝ่ายก็ยังคงอยู่หอพัก แต่ไม่ไกลกันครับ เราก็ยังไปๆมาๆ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง วัน ส-อา เพราะเค้าก็หยุดงานเหมือนกัน ส่วน จ-ศ เราก็คุยกันผ่าน Line, FB หรือโทรบ้างตามโอกาส (เค้าไม่ค่อยชอบการโทรคุย)
จนกระทั่งประมาณกลางเดือน ส.ค. เค้าทักมาหาผมว่า รู้สึกเหนื่อย เครียด และเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า พอผมเห็นก็เป็นห่วง เลยบอกว่า จะขับรถไปหาเค้าที่หอ แต่ปรากฏว่า เค้าบอกว่า "ขอเวลาอยู่คนเดียว อยากมีสมาธิในการอ่านหนังสือให้เต็มที่" ตอนนั้นผมก็งง และเกิดน้อยใจนิดๆ ว่า "ทำไมช่วงที่เค้าอ่อนแอ ถึงไม่ต้องการผมล่ะ" แต่ผมก็ได้แต่เก็บไว้ในใจนะ ไม่เคยพูดเพราะว่ากลัวจะทำให้เค้าเครียดไปมากกว่าเดิม เพราะผมเห็นว่าเค้าตั้งใจอ่านหนังสืออย่างเครียด ไม่อยากไปทำให้เค้าเครียดเพิ่มขึ้น แต่คำว่า "ขออยู่คนเดียว" มันทำให้ผมกลัวการจะทักไปหาเค้าเพื่อชวนกินข้าว หรือไปนอนด้วย จนถึงสิ้นเดือน ส.ค. (ระหว่างนั้นผทก็เริ่มสัมผัสได้ว่า เราห่างกันเรื่อยๆ ทางความรู้สึก แต่เราก็ยังคุยผ่าน Line เหทือนเดิมทุกวัน เช้า-กลางวัน-เย็น-ก่อนนอน ไม่ขาด แจ่อาจไม่ถี่มากนัก)
จนเมื่อเค้าสอบเสร็จช่วง สิ้นเดือน ส.ค. และวันประกาศผลสอบช่วงๆ ปลายอาทิตย์ที่ 1 ก.ย. ปรากฏว่า เค้าสอบผ่าน และอนาคตต้องย้ายไปอยู่ไกลกัน (ผมอยู่ กาญฯ ส่วนเค้าไปสอบที่ อุตรดิตถ์) โดยไอความรู้สึกที่มันห่างกัน แทนที่พอเรื่องทุกอย่างมันจบลงด้วยความสมหวัง จะหายไป แต่ผมกลับสัมผัสได้ว่ามันยังคงอยู่ จนสุดท้ายผมเลยถามตรงๆ กับเค้าว่า คิดว่าเราห่างๆ กันมั้ยช่วงนี้ ซึ่งคำตอบจากเค้าคือ เค้าก็คิดก็คิดเหมือนผม และคำพูดที่ทำให้ผมตกใจคือ
--- ต้องบอกตามตรงและตามจริง ผมว่า ผมรักพี่น้อยลง ---
คำนี้ทำให้ผมช็อค และงงไปในช่วงเวลาไม่กี่วินาที ผมไปต่อไม่ถูก เพราะก่อนหน้านี้ 1 ชม. ผมกับเค้ายังถามเรื่องข้าวเย็นกันอยู่เลย และก่อนหน้านี้ จนถึงเริ่มคบกันมา ผมกับเค้าไม่เคยทะเลาะกันใหญ่ๆ เลยสักครั้ง มันไม่มีเค้ารางของการเลิกรามาก่อนจริงๆ เอาตรงๆ ผมไม่คิดว่า การถามคำถามนั้น มันจะเป็นการเปิดโอกาสให้เค้าได้บอกกับผมว่าไม่รักแล้ว -- ผมไม่รู้ว่า เค้าคิดกับผมแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว เค้าถึงได้พูด และตัดผมออกไปในทันทีได้ไวมาก
5 เดือนเองครับ กราฟความรักของผมมันยังค่อยๆ พุ่งขึ้น ผมยังไม่มีโอกาสได้รักเค้าน้อยลงเลยด้วยซ้ำ แต่ผมต้องกลายเป็นคนที่โดนปล่อยไว้จุดๆ นั้น ตอนแรกเลย ผมก็ถามเค้าเหมือนคนโดนทิ้งทั่วไปล่ะครับว่า "เพราะอะไร" แต่คำตอบที่ได้ คือ "ผมไม่สามารถเป็นความสบายใจให้เค้าได้ ผมชอบพูดจาทำร้ายจิตใจเค้า (คือผมเป็นคนเสียงดัง บางทีพูดไปเหมือนคนตะคอก แต่ผมก็พยายามปรับ) และทัศนคติการใช้ชีวิตไม่ตรงกัน" คำตอบที่ได้มามันก็จับต้องไรไม่ได้ แต่ก็โอเคล่ะครับ ผมไม่ถามเค้าต่อ แลัไม่ขอโอกาสแก้ตัว เพราะผมไม่รู้จริงๆ ว่าอะไรที่ผมทำให้แย่ขนาดต้องถึงขั้นเลิกรากัน ผมได้แค่บอกตัวว่า
--- ก็เขาไม่รักไง เค้าแค่เลือกความสุข ซึ่งความสุขของเค้าไม่ใช่เรา ---
ผ่านมา 20 วัน ยอมรับว่าก็ยังมีน้ำตาคลอเวลาเรื่องราวของเขาวิ่งเข้าในหัวเอง แต่ถ้าตั้งใจคิดถึงมันไม่เป็นอะไรแล้ว เรื่องราวของผมอาจเหมือนเรื่องราวความรักทั่วๆ ไป ล่ะครับ แต่แค่ผมต้องอยู่กับโหดร้ายที่เค้ามอบมาให้อย่างกระทันหัน โดยที่ไม่ทันตั้งตัว ให้ผมเท่านั้นเอง วันนี้ผมต้องพยายามเดินหน้าให้ได้
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนจบนะครับ ผมเองไม่ค่อยได้เล่าเรื่องราวนี้ให้คนรอบตัวฟังนัก เป็นกำลังใจให้ผมก้าวข้ามมันไปได้อย่างสวยงามด้วยนะครับ
เมื่อโดนเท ในวันที่ผมยังไม่มีโอกาสรักเค้าน้อยลงไปเลย
ผมเองได้ตัดสินใจคบกับผู้ชายคนหนึ่ง (ช-ช) ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม พอเริ่มครบก็เจอเรื่อง Covid-19 พอดี ผมอาจโชคดีกว่าคู่อื่นๆ ที่ช่วงเวลาในการกักตัว เป็นช่วงที่ผมได้กลับมา Work Form Home ก่อน เลยได้อยู่กับเค้าในช่วงหยุดยาว มันดีมากๆ เลยครับ จนกระทั่งเข้าสู่เดือนสิงหา สถานการณ์ต่างเริ่มดีขึ้น ผมต้องกลับมาทำงานเข้า ออฟฟิต ทุกวัน ส่วนเค้าก็ต้องทำงานและอ่านหนังสือเตรียมสอบพอดี ทำให้เดือนนี้เราเริ่มที่จะอยู่ห่างไกลกันมากขึ้น...
ผมกลับมาอยู่บ้าน เพราะเป็นช่วงที่บ้านผมเพิ่งปลูกเสร็จพอดี เลยต้องมาตกแต่งของในบ้าน ส่วนอีกฝ่ายก็ยังคงอยู่หอพัก แต่ไม่ไกลกันครับ เราก็ยังไปๆมาๆ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง วัน ส-อา เพราะเค้าก็หยุดงานเหมือนกัน ส่วน จ-ศ เราก็คุยกันผ่าน Line, FB หรือโทรบ้างตามโอกาส (เค้าไม่ค่อยชอบการโทรคุย)
จนกระทั่งประมาณกลางเดือน ส.ค. เค้าทักมาหาผมว่า รู้สึกเหนื่อย เครียด และเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า พอผมเห็นก็เป็นห่วง เลยบอกว่า จะขับรถไปหาเค้าที่หอ แต่ปรากฏว่า เค้าบอกว่า "ขอเวลาอยู่คนเดียว อยากมีสมาธิในการอ่านหนังสือให้เต็มที่" ตอนนั้นผมก็งง และเกิดน้อยใจนิดๆ ว่า "ทำไมช่วงที่เค้าอ่อนแอ ถึงไม่ต้องการผมล่ะ" แต่ผมก็ได้แต่เก็บไว้ในใจนะ ไม่เคยพูดเพราะว่ากลัวจะทำให้เค้าเครียดไปมากกว่าเดิม เพราะผมเห็นว่าเค้าตั้งใจอ่านหนังสืออย่างเครียด ไม่อยากไปทำให้เค้าเครียดเพิ่มขึ้น แต่คำว่า "ขออยู่คนเดียว" มันทำให้ผมกลัวการจะทักไปหาเค้าเพื่อชวนกินข้าว หรือไปนอนด้วย จนถึงสิ้นเดือน ส.ค. (ระหว่างนั้นผทก็เริ่มสัมผัสได้ว่า เราห่างกันเรื่อยๆ ทางความรู้สึก แต่เราก็ยังคุยผ่าน Line เหทือนเดิมทุกวัน เช้า-กลางวัน-เย็น-ก่อนนอน ไม่ขาด แจ่อาจไม่ถี่มากนัก)
จนเมื่อเค้าสอบเสร็จช่วง สิ้นเดือน ส.ค. และวันประกาศผลสอบช่วงๆ ปลายอาทิตย์ที่ 1 ก.ย. ปรากฏว่า เค้าสอบผ่าน และอนาคตต้องย้ายไปอยู่ไกลกัน (ผมอยู่ กาญฯ ส่วนเค้าไปสอบที่ อุตรดิตถ์) โดยไอความรู้สึกที่มันห่างกัน แทนที่พอเรื่องทุกอย่างมันจบลงด้วยความสมหวัง จะหายไป แต่ผมกลับสัมผัสได้ว่ามันยังคงอยู่ จนสุดท้ายผมเลยถามตรงๆ กับเค้าว่า คิดว่าเราห่างๆ กันมั้ยช่วงนี้ ซึ่งคำตอบจากเค้าคือ เค้าก็คิดก็คิดเหมือนผม และคำพูดที่ทำให้ผมตกใจคือ
--- ต้องบอกตามตรงและตามจริง ผมว่า ผมรักพี่น้อยลง ---
คำนี้ทำให้ผมช็อค และงงไปในช่วงเวลาไม่กี่วินาที ผมไปต่อไม่ถูก เพราะก่อนหน้านี้ 1 ชม. ผมกับเค้ายังถามเรื่องข้าวเย็นกันอยู่เลย และก่อนหน้านี้ จนถึงเริ่มคบกันมา ผมกับเค้าไม่เคยทะเลาะกันใหญ่ๆ เลยสักครั้ง มันไม่มีเค้ารางของการเลิกรามาก่อนจริงๆ เอาตรงๆ ผมไม่คิดว่า การถามคำถามนั้น มันจะเป็นการเปิดโอกาสให้เค้าได้บอกกับผมว่าไม่รักแล้ว -- ผมไม่รู้ว่า เค้าคิดกับผมแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว เค้าถึงได้พูด และตัดผมออกไปในทันทีได้ไวมาก
5 เดือนเองครับ กราฟความรักของผมมันยังค่อยๆ พุ่งขึ้น ผมยังไม่มีโอกาสได้รักเค้าน้อยลงเลยด้วยซ้ำ แต่ผมต้องกลายเป็นคนที่โดนปล่อยไว้จุดๆ นั้น ตอนแรกเลย ผมก็ถามเค้าเหมือนคนโดนทิ้งทั่วไปล่ะครับว่า "เพราะอะไร" แต่คำตอบที่ได้ คือ "ผมไม่สามารถเป็นความสบายใจให้เค้าได้ ผมชอบพูดจาทำร้ายจิตใจเค้า (คือผมเป็นคนเสียงดัง บางทีพูดไปเหมือนคนตะคอก แต่ผมก็พยายามปรับ) และทัศนคติการใช้ชีวิตไม่ตรงกัน" คำตอบที่ได้มามันก็จับต้องไรไม่ได้ แต่ก็โอเคล่ะครับ ผมไม่ถามเค้าต่อ แลัไม่ขอโอกาสแก้ตัว เพราะผมไม่รู้จริงๆ ว่าอะไรที่ผมทำให้แย่ขนาดต้องถึงขั้นเลิกรากัน ผมได้แค่บอกตัวว่า
--- ก็เขาไม่รักไง เค้าแค่เลือกความสุข ซึ่งความสุขของเค้าไม่ใช่เรา ---
ผ่านมา 20 วัน ยอมรับว่าก็ยังมีน้ำตาคลอเวลาเรื่องราวของเขาวิ่งเข้าในหัวเอง แต่ถ้าตั้งใจคิดถึงมันไม่เป็นอะไรแล้ว เรื่องราวของผมอาจเหมือนเรื่องราวความรักทั่วๆ ไป ล่ะครับ แต่แค่ผมต้องอยู่กับโหดร้ายที่เค้ามอบมาให้อย่างกระทันหัน โดยที่ไม่ทันตั้งตัว ให้ผมเท่านั้นเอง วันนี้ผมต้องพยายามเดินหน้าให้ได้
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนจบนะครับ ผมเองไม่ค่อยได้เล่าเรื่องราวนี้ให้คนรอบตัวฟังนัก เป็นกำลังใจให้ผมก้าวข้ามมันไปได้อย่างสวยงามด้วยนะครับ