เรื่องมีอยู่ว่า พ่อเล่าให้ฉันกับแม่ฟังว่า มีเพื่อนพ่อบอกให้พ่อออกรถยนต์ได้แล้ว แล้วพ่อก็พูดว่าจะซื้อทำไม เป็นหนี้เป็นสินเปล่าๆ อยู่แบบไม่มีหนี้สิน มันดีที่สุดแล้ว ซึ่งมันคัดค้านกับความคิด และความรู้สึกของฉันมากๆ ฉันเลยบอกพ่อว่า ที่พ่อพูดมันก็ถูกนะไม่มีหนี้มันดีที่สุด แต่การที่เรามีครอบครัว มันต้องสร้าง เราจะอยู่แบบพอเพียง แต่ต้องพึ่งคนอื่นตลอดชีวิตมันไม่ได้ มันคนละส่วนกันทำไมพ่อไม่คิดสร้างบ้านสร้างรถ สร้างอนาคต ตั้งแต่ตอนพ่อมีแม่ล่ะ ว่าอีกหน่อยลูกเมียจะอยู่อย่างไร ครอบครัวต้องเป็นแบบไหน ต้องมีอะไร อะไรคือสิ่งสำคัญ...
ทำไมครอบครัวเราไม่มีบ้านอยู่ ทำไมน้องกับแม่ไม่มีบ้านอยู่ (น้องหมายถึงตัวฉัน)ในยามฝนตกบางครั้งแม่ขับรถเครื่องตากฝน บางครั้งใส่เสื้อกันฝนรุงรังไปรับน้องที่รร.ทุกครั้ง ระยะทางก็ไกล แม่เป็นผู้หญิง (พ่อไม่เป็นห่วงแม่กับน้องหรอ) ตอนพ่ออยู่พ่อก็ทำเเบบนี้ทุกครั้ง ไปรับฉันฝนตกๆ ฉันเข้ามหาลัยพ่อเลยไปทำงานเสริมที่กรุงเทพ นี่พ่อพึ่งกลับจากกรุงเทพค่ะ บ้านพ่ออยุ่ กทม.ก่อนฉันเข้ามหาลัยครอบครัวเราอยู่ด้วยกัน คือที่สุราษบ้านแม่ ฉันบอกพ่อว่าพ่อจะมาสร้างตอนนี้ก็ไม่ได้แล้ว คนเราต้นทุนชีวิตฐานะต่างกัน เราจนก็ต้องดิ้นรนหน่อย เหนื่อยกว่าคนอื่นหน่อย แต่สักวันเราก็มีเอง หนี้สินก็หมดเร็ว มีช้ามีเร็วเหมือนกัน สร้างตอนเรายังมีกำลัง เรายังไหว สร้างตั้งแต่เนิ่นๆมันดีกว่า จะได้หมดเร็ว อีกหน่อยสิ่งเหล่านั้นก็คือของของเรา น้องคิดว่าเรียนจบ น้องจะรีบสร้าง พ่อก็คงโกรธมากเลย พ่อใช้คำแทนตัวเรากับตัวพ่อ เป็นคำหยาบ
...จะทำได้มั้ยดูสภาพ...สิ จะให้...ซื้อรถไม่ดูสภาพพ่อสภาพแม่ ว่าฉันไม่ดูฐานะของครอบครัว ซึ่งมันไม่ใช่เลย ฉันหมายถึงตอนเริ่มแรกที่พ่อมีแม่ พ่อไม่วางแผนครอบครัว ว่าฉันปีกกล้าขาแข็ง พ่อบอกต่อไปนี้อย่ามาเรียก...ว่าพ่อ ...เกลียดแล้วเกลียดเลย หน้า...ก็ไม่มอง พี่สาวเป็นคนดื้อค่ะ ชอบทำให้พ่อแม่เสียใจ พ่อก็พูดว่า จะให้เกลียด...อีกคนใช่มั้ย ฉันทั้งเสียใจ ทั้งน้อยใจ ทั้งพ่อไม่เข้าใจ เลยตอบไปว่า "ก็แล้วแต่พ่อเลย" พ่อพูดว่า ...จะลองดูแล้วกันว่า ...จะทำได้มั้ย
ว่าฉันด้วยการตัดความรู้สึกมาก สารพัดว่าถ้ามีลูกแบบนี้ ไม่มีดีกว่า เย่อหยิ่ง จองหอง
ไม่ว่าฉันจะพูดอะไรที่เกี่ยวกับสร้างอนาคต พ่อก็มักจะห้าม ว่าจะทำทำไม เป็นหนี้สิน จะซื้อทองพ่อก็ไม่ให้ซื้อ พ่อว่าเก็บเงินไว้กินดีกว่า มันผิดหรอที่ฉันอยากมีรถพาพ่อแม่ไปรพ. พาตากับยายไปรพ. แม่ไม่เคยได้เที่ยว ตากับยายไม่เคยได้ไปไหน ครอบครัวเราไม่เคยไปเที่ยวกันเลย ฉันอยากพาแม่ พาตากับยาย ไปเที่ยวทะเล พาตาไปดูน้ำทะเล ไปดูน้ำตก ไปดูภูเขา ท่านไม่เคยเห็นมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว
ตัวฉันเองไม่เป็นไร ฉันยังได้ไปบ้างกับเพื่อนๆ รึทาง รร.พาไปทัศนศึกษา แต่ แม่ ตา ยาย สิ ท่านไม่เคยได้ไปไหนเลย ฉันสงสารตากับยาย ท่านอายุ75 แล้ว ยังต้องนั่งรถเครื่องไป รพ.ท่านคงทรมานมาก ไปกลับราว50 กิโล แต่พ่อก็คงไม่ได้คิดอะไร พ่อเป็นคนพายายกับตาขับรถเครื่องไปตลอด ฉันไม่อยากให้พ่อแม่ ตายาย ต้องลำบาก ไม่อยากให้คนที่เรารักต้องลำบากฉันบอกพ่อว่า พูดไปเท่าไรก็ไม่เข้าใจกัน
ความคิดพ่อกับน้องไม่ตรงกันเลย ฉันเหมือนโลกหยุดหมุน หยุดกินข้าว กลั้นน้ำตา สุดท้ายก็ต้องร้องในห้อง แม่ก็ว่าพ่อให้หยุดพูดได้แล้ว ฉันก็ได้แต่นั่งฟังในห้อง กับคำที่พ่อพูด แม่พูดว่าพูดกับลูกแบบนั้นได้ยังไง คนเป็นพ่อโตแล้วทำไมพูดแบบนี้ แม่พยายามอธิบายให้พ่อเข้าใจว่า ที่ลูกพูดมันหมายถึงตอนหนุ่มๆ แต่ก่อน พี่ไม่สร้างอะไรเลยจริงๆ พ่อก็ทะเลอะกับแม่อีก จนฉันบอกแม่ว่าหยุดเถอะ อย่าพูดเลย เงียบเถอะ ฉันตั้งใจเสมอมาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราต้องเข็มแข็ง ตั้งใจเรียน กับดูแลตัวเองให้ดี ถึงพ่อจะตัดเราออกจากชีวิตจริงๆ ไม่ยุ่งกับเราจริงๆ แต่ฉันก็ยังรักพ่อเหมือนเดิม พ่อต้องไม่นั่งรถเครื่องไป รพ.แน่ๆ พ่อต้องได้อยู่บ้านของเรา น้องจะสร้าง ถึงเวลานั้นแม่ก็คงดีใจ ตากับยาย ก็คงดีใจ ตากับยายก็คือทุกสิ่งในชีวิตฉันเช่นกัน แต่คิดแล้วสิ่งที่ฉันพูดมันคือความจริงที่ถูกต้องที่คนเป็นหัวหน้าครอบครัวต้องคิด ที่สมควรทำ แต่ฉันก็ไม่สมควรพูดกับพ่อแบบนี้ แต่ฉันก็อยากให้พ่อรับรู้ อยากให้พ่อเข้าใจ อยากให้พ่อเปลี่ยนความคิด อยากให้พ่อสนับสนุน อยากให้พ่อให้กำลังใจฉัน แต่พ่อกลับอยากให้ฉันทำเหมือนพ่อ ฉันรู้สึกว่าพ่อไม่มั่นคงไม่หนักเเน่นเลย ในฐานะคนเป็นพ่อจะรู้สึกอย่างไร ฉันทำถูกหรือฉันทำผิด พ่อพูดถูกหรือผิด ฉันทำตัวไม่ถูกเลยต่อจากนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมองหน้าพ่อยังไง ฉันไม่อยากให้พ่อเป็นแบบนี้ ไม่อยากให้พ่อคิดแบบนี้ ฉันควรทำอย่างไร... #ขอบคุณนะคะ ถ้าเข้ามาอ่านจนจบ
ลูกผญ.ทะเลาะกับพ่อ ฉันควรทำอย่างไรต่อไป...
ทำไมครอบครัวเราไม่มีบ้านอยู่ ทำไมน้องกับแม่ไม่มีบ้านอยู่ (น้องหมายถึงตัวฉัน)ในยามฝนตกบางครั้งแม่ขับรถเครื่องตากฝน บางครั้งใส่เสื้อกันฝนรุงรังไปรับน้องที่รร.ทุกครั้ง ระยะทางก็ไกล แม่เป็นผู้หญิง (พ่อไม่เป็นห่วงแม่กับน้องหรอ) ตอนพ่ออยู่พ่อก็ทำเเบบนี้ทุกครั้ง ไปรับฉันฝนตกๆ ฉันเข้ามหาลัยพ่อเลยไปทำงานเสริมที่กรุงเทพ นี่พ่อพึ่งกลับจากกรุงเทพค่ะ บ้านพ่ออยุ่ กทม.ก่อนฉันเข้ามหาลัยครอบครัวเราอยู่ด้วยกัน คือที่สุราษบ้านแม่ ฉันบอกพ่อว่าพ่อจะมาสร้างตอนนี้ก็ไม่ได้แล้ว คนเราต้นทุนชีวิตฐานะต่างกัน เราจนก็ต้องดิ้นรนหน่อย เหนื่อยกว่าคนอื่นหน่อย แต่สักวันเราก็มีเอง หนี้สินก็หมดเร็ว มีช้ามีเร็วเหมือนกัน สร้างตอนเรายังมีกำลัง เรายังไหว สร้างตั้งแต่เนิ่นๆมันดีกว่า จะได้หมดเร็ว อีกหน่อยสิ่งเหล่านั้นก็คือของของเรา น้องคิดว่าเรียนจบ น้องจะรีบสร้าง พ่อก็คงโกรธมากเลย พ่อใช้คำแทนตัวเรากับตัวพ่อ เป็นคำหยาบ
...จะทำได้มั้ยดูสภาพ...สิ จะให้...ซื้อรถไม่ดูสภาพพ่อสภาพแม่ ว่าฉันไม่ดูฐานะของครอบครัว ซึ่งมันไม่ใช่เลย ฉันหมายถึงตอนเริ่มแรกที่พ่อมีแม่ พ่อไม่วางแผนครอบครัว ว่าฉันปีกกล้าขาแข็ง พ่อบอกต่อไปนี้อย่ามาเรียก...ว่าพ่อ ...เกลียดแล้วเกลียดเลย หน้า...ก็ไม่มอง พี่สาวเป็นคนดื้อค่ะ ชอบทำให้พ่อแม่เสียใจ พ่อก็พูดว่า จะให้เกลียด...อีกคนใช่มั้ย ฉันทั้งเสียใจ ทั้งน้อยใจ ทั้งพ่อไม่เข้าใจ เลยตอบไปว่า "ก็แล้วแต่พ่อเลย" พ่อพูดว่า ...จะลองดูแล้วกันว่า ...จะทำได้มั้ย
ว่าฉันด้วยการตัดความรู้สึกมาก สารพัดว่าถ้ามีลูกแบบนี้ ไม่มีดีกว่า เย่อหยิ่ง จองหอง
ไม่ว่าฉันจะพูดอะไรที่เกี่ยวกับสร้างอนาคต พ่อก็มักจะห้าม ว่าจะทำทำไม เป็นหนี้สิน จะซื้อทองพ่อก็ไม่ให้ซื้อ พ่อว่าเก็บเงินไว้กินดีกว่า มันผิดหรอที่ฉันอยากมีรถพาพ่อแม่ไปรพ. พาตากับยายไปรพ. แม่ไม่เคยได้เที่ยว ตากับยายไม่เคยได้ไปไหน ครอบครัวเราไม่เคยไปเที่ยวกันเลย ฉันอยากพาแม่ พาตากับยาย ไปเที่ยวทะเล พาตาไปดูน้ำทะเล ไปดูน้ำตก ไปดูภูเขา ท่านไม่เคยเห็นมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว
ตัวฉันเองไม่เป็นไร ฉันยังได้ไปบ้างกับเพื่อนๆ รึทาง รร.พาไปทัศนศึกษา แต่ แม่ ตา ยาย สิ ท่านไม่เคยได้ไปไหนเลย ฉันสงสารตากับยาย ท่านอายุ75 แล้ว ยังต้องนั่งรถเครื่องไป รพ.ท่านคงทรมานมาก ไปกลับราว50 กิโล แต่พ่อก็คงไม่ได้คิดอะไร พ่อเป็นคนพายายกับตาขับรถเครื่องไปตลอด ฉันไม่อยากให้พ่อแม่ ตายาย ต้องลำบาก ไม่อยากให้คนที่เรารักต้องลำบากฉันบอกพ่อว่า พูดไปเท่าไรก็ไม่เข้าใจกัน
ความคิดพ่อกับน้องไม่ตรงกันเลย ฉันเหมือนโลกหยุดหมุน หยุดกินข้าว กลั้นน้ำตา สุดท้ายก็ต้องร้องในห้อง แม่ก็ว่าพ่อให้หยุดพูดได้แล้ว ฉันก็ได้แต่นั่งฟังในห้อง กับคำที่พ่อพูด แม่พูดว่าพูดกับลูกแบบนั้นได้ยังไง คนเป็นพ่อโตแล้วทำไมพูดแบบนี้ แม่พยายามอธิบายให้พ่อเข้าใจว่า ที่ลูกพูดมันหมายถึงตอนหนุ่มๆ แต่ก่อน พี่ไม่สร้างอะไรเลยจริงๆ พ่อก็ทะเลอะกับแม่อีก จนฉันบอกแม่ว่าหยุดเถอะ อย่าพูดเลย เงียบเถอะ ฉันตั้งใจเสมอมาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราต้องเข็มแข็ง ตั้งใจเรียน กับดูแลตัวเองให้ดี ถึงพ่อจะตัดเราออกจากชีวิตจริงๆ ไม่ยุ่งกับเราจริงๆ แต่ฉันก็ยังรักพ่อเหมือนเดิม พ่อต้องไม่นั่งรถเครื่องไป รพ.แน่ๆ พ่อต้องได้อยู่บ้านของเรา น้องจะสร้าง ถึงเวลานั้นแม่ก็คงดีใจ ตากับยาย ก็คงดีใจ ตากับยายก็คือทุกสิ่งในชีวิตฉันเช่นกัน แต่คิดแล้วสิ่งที่ฉันพูดมันคือความจริงที่ถูกต้องที่คนเป็นหัวหน้าครอบครัวต้องคิด ที่สมควรทำ แต่ฉันก็ไม่สมควรพูดกับพ่อแบบนี้ แต่ฉันก็อยากให้พ่อรับรู้ อยากให้พ่อเข้าใจ อยากให้พ่อเปลี่ยนความคิด อยากให้พ่อสนับสนุน อยากให้พ่อให้กำลังใจฉัน แต่พ่อกลับอยากให้ฉันทำเหมือนพ่อ ฉันรู้สึกว่าพ่อไม่มั่นคงไม่หนักเเน่นเลย ในฐานะคนเป็นพ่อจะรู้สึกอย่างไร ฉันทำถูกหรือฉันทำผิด พ่อพูดถูกหรือผิด ฉันทำตัวไม่ถูกเลยต่อจากนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมองหน้าพ่อยังไง ฉันไม่อยากให้พ่อเป็นแบบนี้ ไม่อยากให้พ่อคิดแบบนี้ ฉันควรทำอย่างไร... #ขอบคุณนะคะ ถ้าเข้ามาอ่านจนจบ