😯👁🤡THE GLOVES 2020 ถุงมือเรื่องสั้น#44 Week#13, 22-25 ก.ย. "เจ้าชายอสูร" - ถุงมือ The Phantom🤡👁😯

กระทู้คำถาม
อมยิ้ม50
ถุงมือเรื่องสั้น เรื่องที่ 4 ประจำสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องยาวสองหน้า (อีกเรื่องที่จะตามมาก็ยาวพอๆ กัน) ครับ ^^

อุบัติเหตุ ทำให้ชายคนหนึ่ง ถูกผ่าตัดสมอง และการผ่าตัดกะโหลกศีรษะออกไป ทำให้เขาแลดูน่ากลัว

ชีวิตเดียว ที่เปลี่ยนแปลงไป กระทบกระเทือนถึงทุกชีวิตในครอบครัว

มิหนำซ้ำ ยังกลายเป็นเหมือน "เด็กพิเศษ" หรือ อาจจะยิ่งกว่าเสียด้วยซ้ำ!

ความรักและความห่วงใย เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตของ เจ้าชายอสูร...

นั่นคือฉายาที่เขาถูกเรียกขาน...

สุดท้าย ชีวิตของเขา จะลงเอย อย่างไร ???

ตามไปดูด้วยกันครับ !!
 

“โอ๊ย อย่า...เลยทำ เจ็บ...กลัว” 

          เขาโวยวายดังลั่นด้วยใบหน้าเหยเกแลดูน่ากลัว กะโหลกศีรษะซีกซ้ายยุบหายผิดรูป หนังศีรษะบุ๋มลงไปเป็นหลุมขนาดใหญ่ แม้ร่างกายเติบโตเป็นผู้ใหญ่แต่น้ำเสียงกลับเหมือนเด็กวัยสี่ขวบ

          “นายบี นิ่งๆ นี่แม่ตัดเล็บแกนะ ไม่ได้ตัดนิ้วแกสักหน่อย” แม่ดุเบาๆ

          “ตัดไอ้นี้ มันโดน...กลัว ไอ้นั้น...นะคับ กลัวๆ” เขาพูดผิดๆ ถูกๆ ตะกุกตะกัก

          “ตัดเล็บกลัวตัดถูกเนื้อ ลูก”

          “คับๆ”

          “เล็บลูก นี่เรียกว่าเล็บ ไหนพูดซิ เล็บ”

          “แฮ่ๆ เรียกๆ ไม่...ถูกคับ”

          “เสร็จแล้ว เจ็บไหมลูก” แม่ยิ้มให้แล้วเอามือลูบผมมาปิดรอยแผลเป็นบนศีรษะของบี

          “ไม่เจ็บ ไม่...ไม่คับ”

          “เดี๋ยวไปเลี้ยงไก่กัน ไปช่วยตักอาหารไก่ให้แม่หน่อยสิลูก”

          “ตักๆ อ่า...ตัก...ไม่ได้ ไอ่ๆ ที่...ตักไม่อยู่” เขาพยายามเรียกหาอุปกรณ์แต่เรียกชื่อไม่ถูก

          “นายบี เขาเรียกว่ากระบวยจ้า ไหนเรียกกระบวยซิลูก กระบวย” แม่พยายามช่วยเรียกแต่บีไม่ใส่ใจ

          “อ้อ เจอแล้ว นี่...อยู่เองคับ มันอยู่...จมในนี้”

          “จมอยู่ในกระสอบอาหารไก่ อาหารไก่ กระสอบ กระสอบ” แม่พยายามอีกครั้ง คราวนี้เสียงดังขึ้นกว่าเดิม

          “แม่อย่า...หนู ดุจิ แม่อะ” น้ำตาเริ่มหลั่งออกมารดแก้มของบี

          “แม่ขอโทษลูก แม่ไม่ได้ตั้งใจ อย่าร้องไห้เลยนะจ๊ะ ลูกบี” แม่พยายามกลั้นน้ำตาไว้แต่ไม่เป็นผล

          “ไม่ร้อง ไม่ร้อง...แล้วคับ แม่ก็...ร้องไห้อย่า แม่ร้อง หนูไม่...ร้อง แล้วคับ”

          “มาเลี้ยงไก่กันดีกว่าลูก กุ๊กๆ กุ๊กๆ เรียกไก่สิจ๊ะลูก” แม่จูงบีเดินช้าๆไปยังเล้าไก่หลังบ้าน ซีกขวาของร่างกายบีแลดูแข็งเกร็งแต่ยังพอใช้การได้

          “กุ๊กๆ... กุ๊กๆ มา...กินเร็ว มา...กันกิน มาแล้ว กินๆ... กินๆ” บีถือกระบวยอาหารส่ายไปมาขณะเรียกไก่

          “ตัวนี้สีดำ ตัวนั้นสีขาว ตัวนั้นตัวผู้ ตัวนี้ตัวเมีย” ความพยายามของแม่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

          “หลายตัว...หลายตัว คับแม่”

          “ลูกบี ตัวผู้สีดำ ตัวเมียสีขาว”

          “หลายตัว...หลายตัว”

          “แม่รู้ว่ามีหลายตัว ทั้งหมดยี่สิบสี่ตัวจ้า ตัวผู้สีดำ ตัวเมียสีขาวนะลูก ตัวผู้หกตัว ตัวเมียสิบแปดตัว”

          “หนึ่ง สอง...สาม สี่ แล้วต่อ...อะไรคับแม่”

          “เก่งมากลูก เก่งมาก วันนี้นับได้ถึงสี่แล้ว แม่ดีใจจังเลย สี่แล้วก็ห้าไงลูก ห้า ห้า ห้านะลูก” น้ำเสียงชื่นชมของแม่แฝงไว้ด้วยความยินดี

          “สี่แล้วก็...แม่อะ แม่บอก ใหม่บี สิคับ”

          “สี่แล้วก็ห้า ไง ห้า ห้า ห้า ลูกบี”

          “ว้า...ไม่เลย ได้ไม่ อะแม่ บีไม่ ไม่...นับแล้ว”

          “ลูกบีให้อาหารไก่ไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่มา”

          “คับมา เดี๋ยวมา...เดี๋ยว”

          “ลูกบีของแม่ ลูกแม่ โธ่ เวรกรรมจริงเลย” แม่หลบมาร้องไห้อยู่ที่หลังประตูครัว

          “จ๊ะ...เอ๋... แม่...แม่ร้องไห้อย่า แม่...อย่าร้อง อย่าร้อง อย่าร้อง” แล้วบีก็ร้องไห้พร้อมตะโกนดังลั่นบ้าน

          “จ้าๆ แม่ไม่ร้องแล้ว ไม่ร้องแล้วลูก ลูกก็อย่าร้องเหมือนกันนะคะ”

          “ไม่ร้อง ไม่...ร้อง...แล้ว” เขาเงียบเสียงทันทีเหมือนปิดสวิตช์

          “เดี๋ยวแม่ไปทำกับข้าวก่อนนะจ๊ะ วันนี้ทำอะไรดีน้อ ทำผัดอะไรที่ลูกชอบทาน ผัดอะไรสีเหลืองๆใส่ไข่ เรียกว่าผัดอะไรนะคะ”

          “ผัดไอ่นั่น ที่มันลูก...กลมๆ โตๆ ผัด...แล้วเละๆ คับ ชอบๆ ชอบๆ”

          “ผัดฟักทองจ้า ฟักทอง ไหนเรียกฟักทองสิลูก ฟักทอง ฟักทอง”
          “ผัดลูก...กลมๆ ...โตๆ...อร่อย”

          “นายบี...” แม่เอ็ดเสียงดังขึ้นอีก

          “คุณแม่คะ คุณแม่ใจเย็นๆนะคะ คุณแม่ไปพักก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูจัดการกับพี่บีเองค่ะ” เชอร์รี่กลับเข้าบ้านมาพบกับเหตุการณ์

          “ขอบใจนะเชอร์รี่ หนูมาพอดีเลย แม่รบกับนายบีมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวแม่จะไปทำกับข้าว รอพี่เอกลับมา วันนี้จะได้ทานข้าวกันพร้อมหน้ากันไหมลูก”

          “ค่ะ วันนี้หนูเอางานกลับมาทำที่บ้าน ไม่ต้องรีบค่ะแม่ งานเกือบจะเสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวพี่เอก็ตามมา”

          “พี่บีทานขนมไหม เชอร์รี่เอาขนมมาฝาก”

          “กินๆ เอา...มาดิ ไหนอะ”

          “นี่ไง ขนมอะไรน้า ตอบได้ให้เลย”

          “มันเป็น...เส้นๆ ...หวานๆ ...สวยๆ ...สี จากทำ...ไอ้ลูกกลมๆ ...ของไอ้กุ๊กๆ กุ๊กๆ ใช่...ไหม เอา...มาเลย เอากิน...มากัน”

          “ไม่เอา ต้องเรียกให้ถูกก่อน เส้นๆนี่มีลักษณะเป็น...”

          “อ่า...เป็น...เป็น...ฝอย ฝอย แล้วถูก เอากิน...มาเลย”

          “เดี๋ยวก่อนต้องบอกสีของมันด้วย มันสีอะไร ตอบถูกถึงจะให้กิน”

          “ไม่เอา เอามา...มากิน เอาเลย ฟ้องแม่ แม่ๆ”

          “แม่ไปทำกับข้าวแล้ว พี่บีก็บอกมาก่อนสิว่าขนมสีอะไร แล้วเชอร์รี่จะให้ทานเลย”

          “สี...สี ไม่...เล่นแล้ว เอาฝอยๆ ...มากิน มา”

          “ไม่ให้จ้า ตอบก่อนสิ ขนมอะไร ฝอยอะไรน้า...”

          "ไม่... ไม่เล่น เอาๆ กินๆ"

          "ฝอยทองกรอบจ้า พี่บี เอาไปทานเลย เชอร์รี่ซื้อมาฝากพี่บีโดยเฉพาะ"

          "ดี...ดี ชอบมาก ขอบ...ขอบใจนะ"

          "เรารอพี่เอกันสักครู่นะคะ เดี๋ยวคงมาค่ะแม่ พี่เอโทรมาเมื่อครู่ บอกว่าให้รอ"

          "ขอโทษครับแม่ วันนี้รถในเมืองติดเลยกลับบ้านช้าไปหน่อย ทานกันเลยนะครับแม่ มาเชอร์รี่ทานข้าวกัน ว่าไงบี หิวยังล่ะ" เอผลุนผลันตรงเข้ามานั่งที่ประจำของโต๊ะอาหาร ทักทายแล้วคว้าช้อน

          "กิน...กิน กินกัน"

          "คุณแม่ดูเครียดๆ นะครับ คงเป็นเพราะเรื่องนายบีใช่ไหมครับ ทำใจสบายๆ ครับ ไม่นานก็คงจะดีขึ้น หมอว่าหลังปีแรกไปแล้วน่าจะมีพัฒนาการที่ดีกว่าเดิม" เขาชะงักชั่วครู่เมื่อเหลือบเห็นสีหน้าของแม่

          "นี่มันครบหนึ่งปีแล้วนะลูก วันนี้ไง วันที่นายบีรถมอเตอร์ไซค์ล้ม"

          "จริงสิ มิน่าคุณแม่เน้นจังว่าต้องกลับมาทานข้าว ที่แท้ก็วันครบรอบหนึ่งขวบของนายบีนี่เอง"

          "พี่เอนี่ พี่เอพูดเล่นค่ะคุณแม่ อย่าถือสาเลยนะคะ"

          "จริงครับคุณแม่ ผมขอโทษครับ นี่นายบี น้องทำให้คุณแม่โกรธหรือเปล่า เอ่อๆ ล้อเล่นนะ อย่าโกรธพี่เลย ทานข้าวกันดีกว่า วันนี้มีผัดฟักทองใส่ไข่ที่นายชอบด้วย โอ๊ะ นี่แกงเลียงของโปรดผมก็มี รสชาติที่คุ้นลิ้นมานาน โฆษณาให้คุณแม่เลย รอไรเชอร์รี่ ไดเอทไม่ได้นะวันนี้ ช่วยกันหน่อยเร็ว"

          "ถ้าบีพูดจ้อแบบแกได้ก็คงจะดีนะเอ"

          "คุณแม่คะ หมอบอกว่าพี่บีนับเลขได้บ้าง เรียกคุณแม่ได้ พูดออกมาพอจับใจความได้แล้ว ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีนะคะ พี่บีมีโอกาสหายมากขึ้นกว่าตอนที่ประเมินหลังผ่าตัดตั้งเยอะค่ะ"

          "ใช่ครับคุณแม่ ผมว่าบีเขาดีกว่าก่อนมากเลย ใช่ไหมบี ตอนแรกเรายังเคยต้องทำใจว่าจะได้เจ้าชายนิทรากลับมาดูแลที่บ้านกัน แต่ตอนนี้ได้เจ้าชายอสูรมาแทน ฮี่ๆ"

          "โกรธ...โกรธ  ไอ่...ไอ่พี่..."

          "พี่บีใจเย็นๆ พี่เอล้อเล่นค่ะ ทานฟักทองนะ ตักเองให้พวกเราดูกันหน่อยสิ" เชอร์รี่ปลอบบีพร้อมเชียร์ให้ฝึกช่วยตัวเอง

          "เฮ้ย เก่งมากนี่เรา มือขวาไม่สั่นแล้ว ตักเข้าปากได้ด้วย เอาอีก เอาอีก สู้ๆ น้องพี่"

          "นั่นไง คุณแม่ยิ้มออกแล้วพี่บี วันนี้ตักทานเองนะ เชอร์รี่ขี้เกียจป้อนให้แล้ว เก็บเอาไว้ป้อนข้าวลูกดีกว่า พี่บีต้องป้อนข้าวให้หลานด้วยนะคะ ถ้าเชอร์รี่มีลูก"

          "หลาน...หลาน"

          "ทานข้าวห้ามพูดนะนายบี เดี๋ยวสำลัก วันนี้ตักทานเองเลย แม่จะรอดูจนหมดชาม ใช้มือขวานะลูก ดีมากจ้า ดีมาก" ทุกคนลืมสังเกตบี

          “น่านไง ให้มันได้ยังงี้น้องพี่ อ้าวหกนิดหน่อย ไม่เป็นไร สู้ว้อย สู้ๆ ยิงเลย”

          “พี่เอ ไม่ใช่เชียร์บอลนะคะ”

          “เตะ...เตะ เล่น...เล่น” บีร้องไห้โวยวายขึ้นมาอีก ฟุตบอลและเกมแข่งความเร็วเป็นชีวิตจิตใจของเขาก่อนจะพิการ

          “อย่าร้องไห้ลูก พี่กับเชอร์รี่เขาไม่ได้ตั้งใจนะคะ ใช่ไหมลูก”

          “ใช่ๆ ขอโทษนะคะ เราไม่ได้ตั้งใจ”

          “เป็นไร...ไม่ได้ กินๆ”

          “สักวันนายต้องหาย พวกเราเอาใจช่วยนะบี ทานกันต่อดีกว่านะ ทานเสร็จเดี๋ยวพวกเราไปเดินเล่นกัน”

          “คุณแม่สังเกตการเดินของพี่บีไหมคะ หนูว่าเดินคล่องกว่าเดิมมากเลย ขาขวาไม่แกว่งแล้ว อาการเดินเซๆ ก็หายไปด้วย”

          “ไหนเอาไม้เท้ามานี่ซิ แล้วเดินเอง ใช่เลย โก อะ เฮด น้องพี่”

          “คุณแม่ถือไม้เท้าแทนแล้ว เห็นไหมคะพี่บี ต่อไปพี่บีต้องทำหน้าที่พาคุณแม่มาเดินออกกำลังแล้วล่ะค่ะ”

          “เดินได้...เดิน...เดินดี ดี”

          “ใช่ลูก เดินได้ดีขึ้นแล้ว”

          “ออก...ออก ร้อน”

          “อย่าเอาหมวกออกลูก ใส่เอาไว้ก่อน ถึงบ้านค่อยเอาออกค่ะ” แม่ปรามเพราะกะโหลกศีรษะของเขาแลดูน่ากลัว

          “อายๆ... ไมอะ”  

          “นี่นายไม่อายเรื่องหัวแล้วเหรอ แปลกจริง ไม่เป็นไร ถ้านายทำใจได้ก็เอาหมวกมานี่เลยแล้วเดินไปจนสุดถนนโน่น เดี๋ยวพี่ไปเป็นเพื่อน”

          “พี่เอพาพี่บีเดินไปก่อนเลย เชอร์รี่ขอเดินคุยเป็นเพื่อนคุณแม่ค่ะ”

          “คุณแม่คะ หมอบอกว่าตอนนี้พี่บีรับรู้เรื่องต่างๆที่เราคุยกันได้หมดแล้ว เพียงแต่การพูดยังเป็นปัญหาอยู่ ต้องรอเวลา คุณแม่อย่ากังวลเลยนะคะ หนูว่าไม่ช้าทุกอย่างก็คงจะดีขึ้น”

          “เรื่องของนายบีนี่ทำให้พวกเธอต้องลำบากไม่น้อยเลยนะ ผ่านมาหนึ่งปีแล้ว เสียเวลาเสียงานเสียการไปไม่น้อยเลย”

          “ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ เรื่องของพี่บีก็เหมือนเรื่องของพวกเรา ขอให้ทุกอย่างดีขึ้นเรารอได้ค่ะ”

          “แล้วนี่เมื่อไหร่จะมีหลานให้แม่อุ้มล่ะลูก”

          “รอไว้พี่บีดีขึ้นกว่านี้ก่อนค่อยคิดนะคะ แค่นี้คุณแม่ก็ลำบากจะแย่แล้ว หากมีหลานอีกคนสงสัยหนูคงต้องลาออกมาเลี้ยงลูกเองค่ะ”

          “นายบีคนเดียวทำเอาครอบครัวเราเดือดร้อนวุ่นวายจริงๆ แม่เสียใจนะที่ทำให้หนูต้องพลอยมาลำบากด้วย”

          “คุณแม่อย่าคิดมากเลยค่ะ อุบัติเหตุเป็นเรื่องสุดวิสัย เรื่องของพี่บีเป็นเรื่องของครอบครัวเรา หนูกับพี่เอจะอยู่เฉยๆได้ยังไง คุณแม่วางใจได้ค่ะ เราจะสู้ไปด้วยกันนะคะ”

          “ขอบใจนะเชอร์รี่ อย่างนี้แม่ก็วางใจแล้วลูก”

          “พี่เอรักพี่บีมากเลยนะคะ คุณแม่ดูสิคะ เดินคู่กันไปโน่นแล้ว”

          “แม่เสียใจอยู่อย่างเดียวลูก หนูเมย์แฟนนายบี พอเห็นบีเป็นอย่างนี้ก็หายไปไม่มีข่าวคราว ไม่ยอมกลับมาพบนายบีอีกเลย แต่ก็อย่างว่าละนะ มีแฟนพิการคงจะรับไม่ได้ น่าเห็นใจ เลิกรากันไปก็ดีแล้ว ไม่รู้นายบีจะคิดยังไง แม่ไม่กล้าพูดถึงกลัวว่าบีจะร้องไห้อีก”

(มีต่อครับ) ^^
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่