นิยายแฟนตาซี [วัฏจักรแห่งความฝัน Dream Cycle] ตอนที่ 3 ขับเคี่ยวหลังจบ

ตอนที่ 1 https://pantip.com/topic/40200526
ตอนที่ 2 https://pantip.com/topic/40209009

ตอนที่ 3 ขับเคี่ยวหลังจบ

            ณ ที่ราบสูงโคบา ทิศตะวันตกเฉียงใต้ในหมู่บ้าน ริมลานโล่งขึ้นหญ้าหรอมแหรม ข้านั่งขัดสมาธิหลังค่อม ๆ เล่านิทานออกรสชาติบนหินแบนซ้อนกันสูงมิถึงฟุต ฐานกว้าง แต่ละแผ่นขนาดสับสน ผิวคล้ายเพรียงทะเลเกาะลามทั่ว สองมือกระด้างขยับประกอบทาง เล็บทุกนิ้วโก่งซีดกุด

            “ซ่า! ๆ ๆ” พิกัด 7 นาฬิกาห่าง 2 เมตรจากกองฟืนสุมกลางแข้ง เปลวเพลิงโชติช่วงพลิ้วไหวตัดความมืด สายตากวาดระนาบพื้นเห็น 8 เด็กท้วมหลากวัยล้อมแซมผู้ใหญ่หัวโด่ประปราย
 
            บ้างก้นติดดินและยกระดับ อย่างพวกข่อนไม้เก่าสั้น ๆ ตั้งหรือวางตามยาว เปลือกเปาะแห้งเกือบกระเทาะ เมื่อไปสะกิด พร้อมแผงร่างไร้ช่องโหว่ด้านนอก ซึ่งยืนเบียดขนาบรูปเกือกม้าราวไม่ให้หายใจเต็มปอด บ้างรายนั่งยอง ๆ มีผู้ยืนวางข้อศอกเท้าไหล่ต่ออีกที ทุกคนสูงคร่าว ๆ 2 เมตรรวมทั้งหมด 40 ต้น ๆ เนตรอำพันสะท้อนแสงไฟเขม็งจุดเดียวหาต้นเสียง
 
            (ประเสริญแท้) จนข้าต้องประชดในใจ สีหน้ายังคงเบิกบานปกติ แถมเลยมาด้านหลังประมาณ 5 เมตร แนวเหวล้ำลึกยังขวางคิดหนีก็มิรอดแน่ สำหรับผู้ฟังทั้งฝูง ได้แก่ ชนเผ่านอร์ธทร้า

            พวกนี้ธรรมดาเถื่อนดิบนิสัยปากว่ามือถึง เรี่ยวแรงมหาศาลเป็นที่เลืองลือ โครงสร้างถึกออกสัญชาติแขก ผิวเหลือง จมูกหักเบี้ยว เส้นผมตรงและใบหูแกะกางขนเตียนน้ำตาลเข้ม เท้าเบิ้มเปลือยหนังหนา ริมหน้าผากบุรุษ เขาดำคู่ใหญ่สลับสันร่องตื้นโง้งขึ้นด้านหลัง 1 ฟุต ส่วนสตรีแค่พองาม คำจำกัดความรูปโฉมออกจะนอกกรอบไปบ้าง

            แต่งกายเยี่ยงอารยชนในท้องทุ่ง ปกขนสัตว์ฟู ผ้าหยาบสีหม่นหมอง เสื้อไขว้ปกที่หน้าอกซ้าย โดยรั้งด้วย 5 ตะขอกระดูกจิ๋ว เยาว์วัยใช้แค่ 3 อัน แต้มหมึกแดงลายแพะดุชูขวัญ ของชายชาตรี แขนชุดยาวเกินพับแถบหนาเอา กางเกงด้วย หญิงสวมกระโปรงผ่าข้างสูง ปลายเหนือเข่า หญ้าแห้งมัดสั้นแคบสลับหินมนแจ๊ด ๆ ร้อยเชือกปอสวมข้อมือและแขวนคอ

            “หนึ่งความฝันผิดเพี้ยนกลายเป็นจริง โชคชะตาถูกทำลายล้างถือกำเนิดใหม่ สรรพสิ่งจำต้องแปรผันไปสิ้นเชิง” หน้ากลม ๆ ของข้าเชิดเอ่ยก้องกังวาน ปากขยับเผยฟันขาวสวยครบ สองมือแบกางแขนออกข้างกว้าง

            (ถ้าเป็นของข้าก็ยอดเยี่ยมไปเลย) พร้อมเพ้อฝันตาม

            นี่จากร่างเตี้ยสูง 1.6 เมตรโชยกลิ่นอายทะยิ้ม อายุน่าเกิน 70 ปี เนตรครามในเบ้าตอบลึก ผิวคล้ำสากตรากตรำ ลำคอซูบเซียว หว่างคิ้วส้มด่างบางกันคมกับบนโหนกแก้มกระจุกรอยเหี่ยวย่น จมูกงองุ้มเฉกแม่มด แหวนทองวงน้อยคล้องโพรงซ้าย หัวพลอยฟ้าใสเจียระไนสั่นนิด เวลาเขยื้อน

            “เอาล่ะ เรื่องราวจบลงเพียงเท่านี้” สักครู่ปลื้มบอกและหลับตาลง ข้าก้มคำนับดึงแขนซ้ายหาหน้าอก ข้างขวาค้างเอาไว้รอการชื่นชม
            สเวตเตอร์ไหมพรมครีมอ่อนบนกาย คอเสื้อกลมย้วยเห็นกระดูกไหปลาร้านูนกับร่องอกเหี่ยว ๆ แพรชมพูหวานหนาเท่าหมัดคาดใต้เนินยานช้อนอูม โบโตห้อยปลายลายลูกไม้แตะหน้าตัก ศีรษะใต้ฮู้ดเสื้อคลุมยาวม่วงเข้มบังหน้าผาก ขอบข้างแข็ง 3 นิ้วตลอดปักดิ้นทองบุปผานานาชนิด เช่นเดียวกับทั้งกระโปรงจีบรูดมากสีสัน สวมรองเท้าเขียวแก่หัวม้วน

            “... ชิ! ขอบคุณที่สูญเวลาเปล่า ขอองค์ออลวิชทรงอวยพร” เสียงตอบสนองยังเงียบกริบ อารมณ์เดิมคลายต้องเดาะลิ้นแก้ขัด ดวงตาลืมแหงนขึ้นฝืนกล่าวฉันมิตร สองมือลดลงจับหัวเข่า ม่านเพิ่งปิดเริ่มแสดงปฏิกิริยากายภาพออก พวกผู้ฟังจึงปรบมือแปะ ๆ ให้ตามมารยาท

            “เรื่องดีนะ พวกนั้นหนีเที่ยวไป เลยไม่ได้ฟัง ฮา ๆ “ เยาวชนยังอินมิเลิกหันพูดหยอกล้อข้าง ๆ ทั้งใช้กำลังตุ๊บตั๊บใส่ไหล่ฝั่งตรงข้ามซึ่งมิยินยอมโต้กลับ ถึงขั้นฟัดกันนัวเนีย จึงโดนผู้ใหญ่จับแยก

            คนสูงวัยพยักหน้าเชื่อถือ มือจับคางหรือแบะปากถือว่าไร้สาระไปเลย ที่ไหเหล้าอยู่กับตัว ทั้งในวงล้อมกองไฟและยืนด้านนอก หญิงกระดกดื่มสมอยากส่งแด่เพื่อน ชายผลัดกันโยนต่อราดปากอ้า ถึงขนาดปาตัดระหว่างกลางข้ามหัวคนนั่งพื้น โดยไม่เกรงใจ

            (ครึ่งหนึ่งน่าจะพอแล้ว) ข้าคาดคะเนเยี่ยงนี้ ครั้นสายตาส่ายตรงหน้าคำนวณเสร็จ

            “ยายเฒ่า ๆ ดรีมเทสมีต่ออีกไหม?” เด็กชายนั่งชิดกอดเข่าอายุ 10 ขวบได้บิดคอเงยสอบถาม สีหน้าตื่นเต้นนัก มือซ้ายเอื้อมกระตุกข้อศอกเสื้อข้า ผมโกนเกลี้ยงงอกสองเขาเท่านิ้วก้อย ทว่าเมื่อฟังต้องเกิดโมโหหันลงขวับ แขนขวาเงื้อมขึ้นเขกกบาลเขาไปเต็มรักในบัดดล

            “โอ๊ย!” ผลลัพธ์คือศีรษะน้อย ๆ พลันก้มลงกะทันหันและเสียงครวญคราง ก็ล้ำเส้นเรื่องจี้ใจดำสุดของข้าเข้านี่ พอเงยใบหน้าถูกกระทำให้เหยเกขึ้น แล้วเห็นน้ำตาเล็ดที่หางตาสองข้าง มือคู่รีบกุมตรงที่ระบม ขาชันถ่างออกว่องไววางบนดินแตกระแหง

            “ห้ามล้อเล่นกับอายุอิสตรี ข้าเพิ่ง 37 ปีหยก ๆ เอง” เสียงตะคอกข้าอัดใส่หน้าเด็กน้อย ซึ่งก่อท่าทีมิเชื่อถือรอบข้าง ฟันปลอมดันพุ่งไปโดนแก้มขวาหมอนี่ผงะ มันกระเด็นกลับตกพื้นแยกซีก โครงสร้างกรามบนใบหน้าหาย จึงยุบบู้บี้กระจุกเดียว สองแขนต้องเร่งเก็บมาเช็ดกระโปรงและประกบชิด มือขวาถือใส่ปากอ้าได้ปิดลง ทั้งจัดคางยึกยักกระชับเหงือก 

            (พวกเจ้าหาล่วงรู้ไม่? ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน) แถมนึกยัดเยียดความรู้สึกล้ำลึกให้ทุกคนด้วย

            “แหวะ! อย่าทำอะไรส่งเดชนะ เดี๋ยวถ้าเขาหยุดโต รับผิดชอบด้วยล่ะ มิงั้นจะฟ้องเทพเวิ้งว้างให้ลงทัณฑ์ซะเลย” เจ้าหนูจ้องเคืองพูดรังเกียจ มือซ้ายเลื่อนลงลูบที่เป็นห่วงแทน อีกแขนเสื้อลดถูไถคราบน้ำลายขวาง ๆ ที่แก้มขวาให้แห้งสนิท ข้าได้ยินคำพูดพาลของขึ้นยกฝ่ามือขวาฟาดข่มขู่ อีกฝ่ายสะดุ้งตั้งแขนคู่เตรียมปัดสวนในทันใด

            “ท่านเปดัวเน่เฉลยด้วยสิ อย่ายุ่งกับเจ้าแก่แดดนี่เลย ข้าก็อยากรู้เช่นกัน” หญิงน้อยตาแป๋วผมบ๊อบสั้นอายุ 7 ปีซักต่อ สำเนียงน่าชัง

            เธอนั่งตักสาวใหญ่ติดพื้น ซึ่งร่างโอ่งอันดับหนึ่งในหมู่บ้าน แก้มยุ้ยพันเปียผมรอบคอหนา ความสูงเหนือทั่วไปช่วงศีรษะ ที่ตำแหน่งเทียบกองไฟ 10 นาฬิกา กายเล็ก ๆ โน้มลงเท้าคางบนสองฝ่ามือ ข้อศอกวางบนกลางหน้าตัก ณ ศีรษะตุ๊กตาคนผ้าอีกทอด ดีไซน์มันเรียบง่ายนอนหงายทับขาคู่พาดเฉียงลงสู่พื้น ขนาดครึ่งหนึ่งเจ้าของ

            “แน่นอน! โชคดีเหลือล้น เด็กเอ๋ย อีกไม่นานจากนี้ไป เตรียมใจไว้ได้เลย” ผู้ถูกเร้าเปลี่ยนสี โดยวางมือขวาที่ตักเอี้ยวซ้ายยิ้มกล่าว คู่กรณีเก่าพบว่าเมินเขาแล้ว จึงงอนแก้มป่องกอดอก ใบหน้าหยิ่งเบี่ยงออกดูฟืนไหม้โหม

            “มหาพิธีกรรมนี้จะเกิดทุก 1 พันปี เมื่อจันทราทุกสีเรียงมุมสามเหลี่ยมเหนือฟากฟ้า ดาววิบัติเจิดจ้าอยู่กึ่งกลาง” ข้าเงยศีรษะ แขนซ้ายชี้นิ้วเฉียงระบุตำแหน่งเบื้องบน สีหน้ามีความหวังบรรยายเน้น มันคือแสงจิ๋วสีม่วงขาวกระพริบจรัสชนะสิ่งแวดล้อม

            “อะ! ไม่รวมดวงเขียวซีดนี้นะ เกะกะลูกตาจริง ๆ” พอนึกได้ต้องแก้ไขให้ถูก นิ้วชี้ขยับปานเขี่ยมันออกให่พ้นสายตา

            “ยิ้ม! เหลวไหลทั้งเพ” วินาทีนั้น ชายชราแสนโอหังได้ถ่มน้ำลายเหนียวก้อนโตลงกองเพลิงดังฉ่า ร่างสูงชะลูด 2.3 เมตรผอมติดกระดูก ทว่าเปี่ยมวังชา น้ำเสียงโวยวายเผยฟันเกเหลืองซี่ใหญ่เกยกันเอง พิกัดตรงข้ามข้าพอดีบนขอนไม้ผุตะแคงพื้น ขาขวาเทินนักเลง ข้อศอกทาบเข่างอแขนหาลำตัว ฝ่าเท้าอีกข้างเหยียดเฉออก มันติดเศษหญ้ากับดิน

            บ่ากว้างเอวคอดมิสมส่วน ผ้าขอบริ้ว ๆ หลากสีสดใช้พันถัดคับติ้วรวม 1 คืบ ศีรษะยาววงรี คิ้วเข้มเชิดปลายโค้ง ช่วงแขนห่าง ฝ่ามือเท่าใบลาน ดวงตาทรงปัญญา โดยข้างซ้ายแผลเป็นลึกดิ่ง 4 นิ้ว ผมขาวดัดเซอร์ลงพ้นก้น ลำคอยื่นมาก เคราแพะปิดลูกกระเดือก เขาคู่โง้งขึ้นกลับด้านสง่าสองฟุตต่างธรรมดา ทั้งมีผลึกแก้วใสแซม จมูกชมพู่บิ๊กแดงปุ่มป่ำ

            “เจี๊ยก!” เจ้าจ๋อนอนหันข้างออกและเทินแขนซ้ายตั้งบนตักข้า พอรับทราบ หูกระดิกพลันเจ็บจี๊ร้องลุกขึ้นนั่ง ขนาด 1.5 ฟุตน่ารักขนดำ วงหน้าและก้นขาวปลอด หน้าผากมีหนึ่งขีดแดงฉาน หางยาวกว่าส่วนสูง แขนขวาชี้เสยตรงคู่กรณี

            “โอ้! เคยชินซะแล้วล่ะ ป๊อปป้า” ข้ามีความสุขที่มีพวกทุกข์แทนก้มลงกล่อม มือขวาลูบเศียรให้มันสงบดี ๆ หากลิงบิดซ้ายแหงนมอง มือข้างใกล้ข้ากว่ากระตุกปลายโบยึกยักเรียกความสนใจ
 
            ข้าเลยต้องจับไหล่สัตว์เลี้ยงหมุนกลับไปทางเดิม แขนขวาผู้เสียดสีเพิ่งล้วงย่ามสีเทาทรุดโทรม ซึ่งสะพายบ่าซ้ายเฉียงลำตัว มันวางแหมะบนขอนไม้ชิดเอว ครั้นควานพบ ก็กางแนบเข่า นิ้วโป้งทอยเหรียญลอยโค้งพลิกมากตลบเข้ามาหา เจ้าป๊อปป้าประกบฝ่ามือรับได้ถึงนิ่งไป

            “รู้กฏกติกาดีนี่ โนสทอมิส” ข้าเข้มแข็งเงยศีรษะเห็น แล้วกล่าวกับเขาโดยตรง

            “แต่ขี้ตืดนักจ่ายมาได้เท่านี้” ทว่าใช้ปากแซวเล่น มือซ้ายชิงของจากลิงทางด้านหลัง นิ้วชี้และหัวแม่มือคีบขอบสิ่งนี้ไว้และตั้งขึ้นแสดงชัดระดับไหล่ มันคือทองแดงสนิมเกรอะค่าน้อย ก่อนยัดใส่กระเป๋าหลังเสื้อคลุมยาวในอกขวา

            “นางยิปซี ถึงนอร์ธทร้าจะรักสันโดษอาศัยอยู่ชายแดนรกร้าง มรดกจากอดีตก็ช่วยจุนเจือสิ่งขาดหายไปเสมอ ข้าจึงรู้ว่าโฮปเปอิสมอบสิ่งเปล่า ๆ ให้แก่ผู้ใด กระทั่งความสนุกสนาน ในยามมุ่งร้ายเท่านั้น เจ้าหาโอกาสสาปแช่งใครไม่ได้หรอก” โนสทอมิสเอ่ยสุขุมสำเนียงแข็ง แขนซ้ายเอื้อมลงคว้าขอบไหที่ชิดขอนไม้ใต้เป้ากางกาง จากนั้นหิ้วขึ้นและจับเอียงเหนือปากอ้า สุราถูกเทใส่ลำใหญ่ล้นผ่านเคราแพะไหลนองพื้นสักครู่ เนื่องจากซึมลงดินหมด

            “แล้วที่สำราญอยู่นี่ล่ะ กล้าเสี่ยงชีวิตหรือ?” ข้าจึงพูดกัดสวนโต้ โดยยื่นมือขวาชี้นิ้วกราดเบื้องหน้า ชาวบ้านคาของกลางหยุดกึกต่างหวง เลยพากันซ่อนข้างหลังหรือยึดกับลำตัว ครั้นทำใบหน้าโหดดุจจะฆ่าฟันเสริม

            “นั่นเจ้าบอกเองใช่ไหม? ว่ามอบให้น่ะ แม้คือสินบน สำหรับกบดานในหมู่บ้านก็เถอะ พวกเราเลยถือว่าเจ๊ากันไป” หน้าเขาก้มตรง มือซ้ายวางไหลงโคนขา แขนเสื้อขวาปาดคราบของเหลวเกาะปาก ตาหรี่ตอบไว้เชิง ผู้อื่นมีข้ออ้างแย้งสังสรรค์กันต่อ

            “แต่คืนสองค่อยส่งส่วยได้นะ ช่างชักช้าจริง เสียทีเป็นคนเมือง แถมยังไม่ครบจำนวนด้วย ต้องฝ่ายรับแบ่งกันดื่มอีกต่างหาก” ศีรษะส่ายบ่นเสร็จต้องยกกรอกปากอีกอึกโต

              “หึ ๆ สหายเก่าเอ๋ย ท่านทราบได้อย่างไรว่าเรื่องนี้กุขึ้นล่ะ? ช่วยแถลงไขหน่อยสิ” ข้าไม่สนการกระแนะกระแหน แถมอยากลองดีถามกวน ๆ แก่ฝ่ายตรงข้าม

              “เปดัวเน่ พิรุธเจ้ารูเบ้อเร้อเชียวล่ะ ข้า” โนสทอมิสหวังซ้ำเติมยักคิ้วตอบสนอง

            “ช่วงเวลาเกือบ 3 ปี ที่คาราวานกระผมเดินทางไปทั่วแดนเหนือ ข่าวลือประเภทนี้แพร่สะพัดผ่านหูมาบ้าง หุ้นส่วนเองเคยเล่าให้ฟังบ่อยครั้งอยู่เหมือนกัน เช่นนี้น่าจะมีเค้ามูลอยู่นะ ท่านหัวหน้า” ทว่าเสียงคนอื่นดันแทรกเสริมคำพูดข้า ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ณ กองไฟ คนกำลังพูดต่อต้องตากระตุกเหลียวเพ่งเล็งอีกฝ่าย 

            เป้าหมายเป็นมนุษย์จระเข้ ร่างตันหนาสูงหัวจรดหาง 3 เมตรกว่า ดวงตาเหลืองสัตว์เลื้อยคลาน เขี้ยวเต็มขากรรไกรยาว เกล็ดบนร่างสีเขียวเข้มสวมสูทสุภาพบุรุษสีเทา เสื้อนอกเปิดเห็นเชิ้ตขาว รอยแผลเป็นตื้นเปะปะนอกร่มผ้า แขนเสื้อยาวถกเกินข้อศอก ปกกว้างปลดกระดุมสามเม็ดเผยอกแน่น ปมเนคไทเส้นโตสีรุ้งคลายจากลำคอมาก พุงพลุ้ยโย้ ๆ 

มีต่อนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่